Official Update :

เปิดลิสต์หุ้นได้อานิสงส์-ผลกระทบ หลัง “ทรัมป์” สั่งพักรบ ฉุดราคาน้ำมัน

แม้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย แต่มีแนวโน้มที่ดีขึ้นหลังสหรัฐฯ พยายามจะสงบศึกกับอิหร่าน ด้วยการชะลอโจมตีออกไป 5 วัน แม้อิหร่านจะออกมาปฏิเสธว่าไม่มีการเจรจาใดๆ แต่ราคาน้ำมันและตลาดการเงินการลงทุนทั่วโลกก็ตอบรับข่าวนี้ในเชิงบวก


โดยบล.ดาโอ (ประเทศไทย) มีมุมมองเป็นลบต่อแนวโน้มราคาน้ำมันในระยะสั้น ภายหลังประกาศเลื่อนการโจมตี ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวลดลง 10.9% เป็น 99.9 ดอลลาร์/บาร์เรล สะท้อนสถานการณ์สงครามที่มีแนวโน้มคลี่คลายลง อย่างไรก็ดี ฝ่ายวิเคราะห์เชื่อว่าราคาน้ำมันจะยังคงผันผวนอยู่ในระดับสูงต่อไปจากการสู้รบที่ยังดำเนินอยู่


จากแนวโมราคาน้ำมันที่ปรับลดลงฝ่ายวิเคราะห์ให้มุมมองบวกต่อ sector และหุ้นพื้นฐานดีที่ปรับตัวลงมาแรงจากข่าวสงคราม ได้แก่

กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง : เนื่องจากมีต้นทุนน้ำมันคิดเป็นราว 1-2% รวมถึงราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงอาจส่งผลให้ต้นทุนวัสดุอื่นๆ ลดลงด้วย หุ้นเด่นคือ CK ให้คำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 23.00 บาท


กลุ่มค้าปลีกน้ำมัน : ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงมีโอกาสลดแรงกดดันต่อสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าการตลาด หุ้นเด่นคือ OR แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 18 บาท และ PTG แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 11.50 บาท(+)


EPG ประเมินแนวโน้มกำไรสุทธิปี 2569 จะยังเติบโตดี แม้มี downside จากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ EPG มีการล็อคราคาต้นทุนวัตถุดิบล่วงหน้า 3-6 เดือน ช่วยลดความเสี่ยง ขณะที่ราคาหุ้นปรับตัวลงแรง 23% จากช่วงต้นเดือน ทำให้ valuation น่าสนใจ ปัจจุบันเทรดที่ PBV ที่ราว 0.6 เท่า แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 4.20 บาท


GPSC รายได้ gas-linked คิดเป็น 70% สามารถ pass through ค่าก๊าซที่สูงขึ้นได้ ขณะที่ค่า ft มีเเนวโน้มถูกปรับขึ้นจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นจากความขัดเเย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่ราคาหุ้นปรับตัวลงเเรง 31% จากช่วงต้นเดือน ทำให้ valuation น่าสนใจ Bloomberg consensus 44.50 บาท


OSP โดยต้นทุนพลังงานคิดเป็น 2% ของต้นทุนทั้งหมด บริษัทมองว่าหากราคาน้ำมันใกล้เคียงสงครามยูเครน-รัสเซีย จะกระทบ GPM 1% อีกทั้งบริษัทมีการรวมศูนย์การผลิตมาที่อยุธยาทำให้ผลกระทบน้ำมันจำกัด เบื้องต้นประเมินกำไรปกติไตรมาส 1/69 เติบโตจากไตรมาส 1/68 และ 4/68 หนุนโดยรายได้รวมขยายตัว จากรายได้ domestic beverage ที่โตต่อเนื่อง และ International Beverage ขยายตัว รวมถึง GPM ขยายตัว จาก efficiency ที่ดีขึ้น แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 20 บาท


ขณะเดียวกันคาดราคาน้ำมันที่ลดลงจะส่งผลลบต่อหุ้นน้ำมัน โดยเฉพาะกลุ่มพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น โดยเชื่อว่า PTTEP จะได้รับผลกระทบจากราคาขายน้ำมันเฉลี่ย (liquid ASP) ที่ปรับตัวลดลงแรง ในขณะที่โรงกลั่นน่าอาจจะเห็นกำไรจากสต๊อก (stock gain) ที่เป็นไปได้ที่ลดลง


สำหรับ PTTEP แนะนำ "ถือ" ราคาเป้าหมาย 120 บาท, SPRC แนะนำ "ถือ" ราคาเป้าหมาย Fundamental research team 7.50 บาท, TOP แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 50 บาท และ BCP แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 40 บาท