Official Update :

หุ้นไทยวันนี้ส่อแววหลุด1,600 จุด แนะเลือกซื้อ 7 หุ้น งบQ3กำไรโต

 บล.กรุงศรีคาดแนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ อ่อนตัวแนวรรับ 1,590 - 1,600 จุด ตามความกังวลการผิดนัดชำระหนี้ของไชน่า เอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจทั่วโลก นอกจากนี้คาดว่านักลงทุนจะชะลอการซื้อขายเพื่อรอผลการประชุม FOMC วันที่ 21 – 22 ก.ย.ว่าจะลดการใช้ QE หรือไม่ ซึ่งจะกดดันต่อภาวะตลาด ดังนั้นยังคงแนะนำเลือกซื้อหุ้นกลุ่มที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว เช่น กลุ่มส่งออก กลุ่มกำไร 3Q21 โตต่อไป



ส่วนกลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy

กลุ่มได้อานิสงส์เงินบาทอ่อนค่า HANA KCE  TU CPF GFPT ASIAN EPG NER SUN APURE


กลุ่มกำไร 3Q21 เติบโต BANPU LANNA CKP GULF CHG BCH BDMS



สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้

CKP (ปิด 5.35 ซื้อ/เป้า 6.5) คาดกำไรสุทธิ 3Q21 พุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนโดยเฉพาะเขื่อนไซยะบุรีในประเทศลาวเพิ่มขึ้นจากผลของฤดูกาลและผลบวกจากจีนเร่งระบายน้ำออกจากเขื่อนหลังเผชิญพายุฝนตกหนักผิดปกติในปีนี้ (ฝนพันปี)


EPG (ปิด 11.8 ซื้อ/เป้า 16 บาท) แนวโน้ม 2Q22 (ก.ค.- ก.ย.) ยังแกร่งต่อจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นของทั้ง 3 ธุรกิจ คือ ฉนวนกันความร้อน, ชิ้นส่วนรถยนต์ และ Packaging ขณะที่วันนี้ได้ Sentiment บวกจากเงินบาท



ประเด็นสำคัญวันนี้

ตลาดหุ้นร่วงแรงทั่วโลกกังวลวิกฤตหนี้เอเวอร์แกรนด์ และ Fed อาจลด QE: ดัชนีตลาดหุ้นดาวโจนส์ลดลง 614 จุด (-1.78%) ปิดที่ระดับ 33,970 จุด ขณะที่ตลาดหุ้นในยุโรปปรับตัวลงเฉลี่ย 1.5-2% เนื่องจากนักลงทุนกังวลวิกฤติหนี้ของบริษัทเอเวอร์แกรนด์ของจีนจะลุกลามจนทำให้ ศก.จีนและ ศก. โลกชะลอตัว นักลงทุนจึงเลือกเทขายหุ้นและสินทรัยพ์เสี่ยงเพื่อไปถือครองสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยอาทิ ทองคำและพันธบัตร


น้ำมันดิบร่วง 1.68 ดอลลาร์ กังวลหนี้เอเวอร์แกรนด์และดอลลาร์แข็งค่า: เป็นอีกหนึ่งสินทรัพย์เสี่ยงที่ถูกเทขายโดยราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 1.68 ดอลลาร์ หรือ 2.3% ปิดที่ 70.29 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยมีปัจจัยลบเดียวกับตลาดหุ้นทั่วโลกคือกังวลปัญหาหนี้ในจีนจะทำให้ ศก.ชะลอตัวกดดันดีมานด์พลังงานลดลงนอกจากนี้การเข้าถือเงินดอลลาร์ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยยิ่งหนุนให้ดอลลาร์แข็งค่าและเป็นลบกับราคาน้ำมันดิบมากขึ้น


รัฐปรับเพิ่มเพดานหนี้ฯ เป็น 70% จากเดิม 60% ต่อ GDP กดดันเงินบาทอ่อนค่า: การปรับเพิ่มเพดานหนี้ดังกล่าวอาจจะกระทบให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงในช่วงสั้นรวมถึงผลักดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรของไทยเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตามการปรับเพิ่มเพดานดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวและศักยภาพในการบริหารประเทศของภาครัฐสามารถผลักดันให้ ศก.กลับมาฟื้นตัวได้ผลบวกหรือลบจากการเพิ่มเพดานหนี้จึงขึ้นอยู่กับภาครัฐว่าจะใช้เงินได้อย่างมีประสิทธิภาพได้หรือไม่

Most Viewed
Stock of the Day
EGCO อัดงบ 3 หมื่นล้าน ลุยแผน “POWER4” ครึ่งปีหลัง เร่งขยายพอร์ตไฟฟ้า-พลังงานหมุนเวียน จ่อชิงเค้ก PDP 2026 รุก PPA-Data Center
Updated 1 day ago
Where to put your money
“ความผันผวน” ไม่ใช่ศัตรูของนักลงทุน... แต่เป็น “โอกาส” ในการปรับพอร์ตให้ดีขึ้น !!!
Updated 20 hours ago
Banking
Krungsri Finnovate ชวนเปิดมุมมอง “Health is the New Wealth” ใน Future Wellness Economy Forum 2026 สู่โอกาสธุรกิจและการลงทุน
Updated 1 day ago
Stock of the Day
REIC มองอสังหาฯ H2 โต คาดทั้งปีแตะ 8.8 แสนลบ. รับตลาดบ้านมือสอง-กำลังซื้อต่างชาติหนุน ดึง AI ยกระดับข้อมูล ยันไร้สัญญาณฟองสบู่
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“กบข.” แนะสมาชิก “ออมเร็ว-ออมเพิ่ม-ออมอย่างเหมาะสม-ออมอย่างต่อเนื่อง”... สู่เป้าหมาย “เกษียณมั่นคง” !!!
Updated 13 hours ago
Follow Us