BAFS ฟื้นตามวัฏจักรการบิน พร้อมต่อยอดสู่การเติบโตระยะยาว
แม้เศรษฐกิจโลกจะเผชิญความไม่แน่นอน แต่ความต้องการเดินทางของผู้คนทั่วโลกยังคงฟื้นตัวต่อเนื่อง สะท้อนจากปริมาณการเติมน้ำมันอากาศยานที่เพิ่มขึ้นเกือบเป็นปกติเมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิด COVID-19 รวมถึงปริมาณการเติมน้ำมันในโซนตะวันออกกลางที่ลดลงเพียงเล็กน้อย ซึ่งนับเป็นแรงหนุนสำคัญต่อการเติบโตของ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS ผู้ให้บริการน้ำมันอากาศยาน
โดยข้อมูลเดือนกุมภาพันธ์ 2569 (ก่อนวันที่ 28 ก.พ. 69) ปริมาณการเติมน้ำมันอากาศยานเฉลี่ยต่อวันฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 17.1 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งคิดเป็นประมาณ 95% ของช่วงก่อนเกิด COVID-19 โดยเส้นทางการบินในหลายภูมิภาคทั่วโลกทยอยกลับมาอยู่ในระดับใกล้เคียงปกติ สะท้อนถึงความต้องการเดินทางที่ยังคงมีอยู่ แม้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจของโลกจะผันผวน
ปี 2568 กำไรเติบโตก้าวกระโดดกว่า 100%
จากความต้องการเดินทางที่ฟื้นตัวต่อเนื่องส่งผลให้ผลประกอบการปี 2568 ของ BAFS ขยายตัวอย่างโดดเด่น โดยบริษัทมีรายได้รวม 3,707 ล้านบาท เติบโต 6% จากปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 212 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว หรือ 106% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยการเติบโตหลักยังคงมาจากธุรกิจเติมน้ำมันอากาศยานที่ฟื้นตัวตามอุตสาหกรรมการบิน
ขณะที่ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอย่างระบบสาธารณูปโภคและพลังงานยังคงขยายตัวเช่นเดียวกัน ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างรายได้ นอกจากนี้บริษัทยังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้นทุนรวมเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนความสามารถในการทำกำไรของ BAFS
ทั้งนี้ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกยังคงเป็นตลาดใหญ่ที่สุด คิดเป็นสัดส่วนการเติมน้ำมันอากาศยานราว 29% ของปริมาณทั้งหมด รองลงมาคือยุโรป สัดส่วน 22% และเส้นทางภายในประเทศ คิดเป็นสัดส่วน 14% โดยไทยและอินเดียเป็นเครื่องยนต์สำคัญที่ผลักดันการเติบโตในปี 2568 ด้วยปริมาณการเติมน้ำมันที่ขยายตัวเกิน 10%
อย่างไรก็ตาม จีนยังคงมีปริมาณการเติมน้ำมันอากาศยานสูงที่สุดที่ 874 ล้านลิตร แต่การฟื้นตัวเมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิด COVID-19 ยังทำได้เพียง 72% ซึ่งบริษัทมองเป็นโอกาสที่ยังรอการปลดล็อกในอนาคตจากแนวโน้มนักท่องเที่ยวจีนที่ฟื้นตัว ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) มีการฟื้นตัวแล้วถึง 98% ของระดับก่อน COVID-19 นับเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการเชื่อมต่อระหว่างภูมิภาค
เปิดแผนรับมือความเสี่ยง
ขณะเดียวกันสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ทำให้สายการบินต่างๆ ต้องปรับเส้นทางการบินเพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง ส่งผลให้ระยะทางบินยาวขึ้นและจำเป็นต้องใช้ปริมาณน้ำมันมากขึ้นราว 5-10% ต่อเที่ยวบิน ทำให้ผลกระทบที่คาดว่าจะกดดันให้ปริมาณเติมน้ำมันอากาศยานลดลงยังอยู่ในเกณฑ์ที่จำกัด โดยช่วงสัปดาห์แรกปริมาณการเติมน้ำมันอากาศยานโซนตะวันออกกลางลดลง 1.1 ล้านลิตรต่อวัน แต่ปัจจุบันผลกระทบจำกัดเหลือเพียง 0.5-0.6 ล้านลิตรต่อวัน
อย่างไรก็ตาม เพื่อเตรียมพร้อมรับมือความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต BAFS ได้ชะลอการลงทุนที่ไม่จำเป็นออกไปก่อน โดยเหลือเฉพาะโครงการสำคัญ ด้านการเงินบริษัทเน้นรักษาสภาพคล่องอย่างเข้มงวด โดยเพิ่มระดับเงินสดสำรองจากรองรับ 2 เดือน เป็น 5–6 เดือน เพื่อเสริมความยืดหยุ่น รวมถึงเตรียมความพร้อมด้านการปฏิบัติการทั้งบุคลากรและอุปกรณ์ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของสายการบิน และสามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างรวดเร็วทันสถานการณ์
หากพิจารณาจากสถิติในอดีตไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ก่อการร้าย 9/11 การระบาดของ SARS หรือวิกฤต COVID-19 จะพบว่าอุตสาหกรรมการบินแม้จะได้รับผลกระทบในระยะสั้น แต่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้อย่างรวดเร็วในลักษณะ V-Shape ซึ่ง BAFS ก็สามารถพิสูจน์ศักยภาพดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง
แนวโน้มและเป้าหมายปี 2569
สำหรับแนวโน้มปี 2569 BAFS ยังคงวางเป้าหมายการเติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยคาดว่าปริมาณการเติมน้ำมันอากาศยานจะเพิ่มขึ้นเป็น 5,560 ล้านลิตร หรือประมาณ 4% จากปีก่อน ขณะที่ธุรกิจขนส่งน้ำมันทางท่อคาดปริมาณการส่งน้ำมันจะเติบโต 11% จากปีก่อน มาอยู่ที่ระดับ 1,500 ล้านลิตร และรายได้รวมจะขยับขึ้นสู่ระดับ 3,850 ล้านบาท หรือเติบโต 4% จากปีก่อน
โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนการเติบโตในระยะถัดไป คือ โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายระบบท่อขนส่งน้ำมันสายเหนือระยะที่ 3 (อ่างทอง-สระบุรี) ซึ่งปัจจุบันมีความคืบหน้ากว่า 78% และคาดว่าจะเริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในช่วงต้นปี 2570 เมื่อโครงการแล้วเสร็จจะช่วยเพิ่มปริมาณการขนส่งน้ำมันและขยายส่วนแบ่งตลาดได้อย่างมีนัยสำคัญ
ในส่วนของธุรกิจผลิตและประกอบรถเติมน้ำมันอากาศยาน (BAFS INTECH) เดินหน้าขยายธุรกิจในต่างประเทศต่อเนื่อง โดยเฉพาะสนามบินโหน่ยบ่าย เวียดนาม ความต้องการเดินทางมีแนวโน้มสูงขึ้นช่วยหนุนปริมาณเติมน้ำมันอากาศให้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย อีกทั้งปีนี้ BAFS INTECH ยังมีแผนส่งมอบรถเติมน้ำมันจำนวน 11 คัน มูลค่ากว่า 137 ล้านบาท
ด้านธุรกิจพลังงาน ปัจจุบันมีกำลังผลิตไฟฟ้า 55 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างการพัฒนาโรงไฟฟ้าขยะและ Solar Rooftop เพิ่มเติม เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว
นอกเหนือจากการเติบโตทางธุรกิจ BAFS ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาลและความยั่งยืน โดยได้รับการประเมิน CGR ในระดับ Excellent rating ต่อเนื่องถึง 17 ปี โดยได้คะแนนสูงถึง 105 คะแนน จากคะแนนเต็ม 120 คะแนน สูงกว่าค่าเฉลี่ยของหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน และมีคะแนน SET ESG Ratings ในระดับ AAA สะท้อนความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบในทุกมิติ
สุดท้ายนี้ BAFS กำลังฟื้นตัวตามอุตสาหกรรมการบิน แม้จะมีความเสี่ยงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจเข้ามากระทบ แต่บริษัทเตรียมแผนรับมือความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นอย่างรอบด้าน และด้วยโครงสร้างธุรกิจที่ไม่ได้มีเพียงการให้บริการน้ำมันอากาศยานเท่านั้น แต่ยังมีธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงานที่กำลังขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญช่วยต่อยอดสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
