MALEE กางแผนรับมือ วิกฤติตะวันออกกลาง ชู “MAS” เป็น New S-Curve ลุยกลุ่ม B2B เจาะตลาดสุขภาพ
MALEE ชี้ผลกระทบต้นทุนพลังงาน-บรรจุภัณฑ์ยังบริหารได้ จากความยืดหยุ่นด้านซัพพลาย-แพ็กเกจจิ้ง ปรับกลยุทธ์รุกตลาดเอเชีย ย้ำปี 2569 รายได้ยังโตตามเป้า 10-15% เผยแนวโน้มไตรมาส 1/69 ยังเติบโตต่อเนื่อง พร้อมส่ง MAS (Malee Applied Sciences)” เป็น New S-Curve ลุยกลุ่ม B2B เจาะตลาดสุขภาพ หนุนมาลี กรุ๊ป ก้าวสู่ Global Wellbeing Company ในปี 2571
กางแผนรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง – มั่นใจคุมต้นทุนอยู่
นายเอกรินทร์ พินิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาลี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE เปิดเผยว่า จากประเด็นความขัดแย้งในทะเลแดงที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนสินค้าและพลังงานทั่วโลก บริษัทได้รับผลกระทบบางส่วนจากราคาบรรจุภัณฑ์ PET ที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมัน อย่างไรก็ตาม บริษัทมีความยืดหยุ่นในการบริหารต้นทุน จากการมีบรรจุภัณฑ์ที่หลากหลาย ทั้งกล่องกระดาษซึ่งเป็นบรรจุภัณฑ์หลัก รวมถึงกระป๋องอะลูมิเนียมและกระป๋องเหล็ก ทำให้สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับแผนการขยายตลาดในตะวันออกกลาง บริษัทได้ดำเนินการไปแล้วบางส่วน แต่ปัจจุบันมีการปรับกลยุทธ์โดยหันมาเน้นขยายตลาดในเอเชียมากขึ้น อาทิ จีน เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย และเวียดนาม ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจากเส้นทางเดินเรือในทะเลแดง อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถปรับแผนรับมือได้อย่างทันท่วงที โดยยังไม่มีนโยบายปรับขึ้นราคาสินค้า
ปี 2569 รายได้โต 10-15% เดินหน้าสู่ Global Wellbeing Company
ในปี 2569 บริษัทจะเดินหน้าภายใต้วิสัยทัศน์ “Beyond Fruit to Global Wellbeing” มุ่งเปลี่ยนผ่านจาก Food-based Company ไปสู่ Global Wellbeing Company อย่างเต็มรูปแบบ โดยตั้งเป้าใช้ “MAS (Malee Applied Sciences)” เป็น New S-Curve สำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายในปี 2571
โดยการเติบโตในระยะต่อไปจะเน้นผลิตภัณฑ์ที่มี Functional Benefit และตอบโจทย์เมกะเทรนด์โลกด้าน Longevity & Holistic Well-being รวมถึงเทรนด์ Precision Wellness ที่เน้นการดูแลสุขภาพแบบตรงจุดในระดับเซลล์
ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 1/69 บริษัทยังเติบโตได้ดี จากกระแสตอบรับของสินค้านวัตกรรม เช่น กลุ่มเครื่องดื่มผสมสารสกัด และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ โดยธุรกิจ MAS ตั้งเป้ารายได้เติบโต 3 เท่า จากการขยายโมเดล B2B สู่ลูกค้ากลุ่มอาหารเสริม ความงาม โรงงาน OEM และเจ้าของแบรนด์ ซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์แล้วกว่า 12 รายการ และยังมีกำลังการผลิตรองรับการเติบโตได้อีกมาก
ชู MAS เครื่องยนต์ใหม่ ผลักดันการเติบโต
ทั้งนี้ MAS ถูกวางให้เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมเชิงลึก (Deep-tech Innovation) โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูงทั้ง Biotechnology และ Nanotechnology พัฒนา “Advanced Active Ingredients” หรือสารออกฤทธิ์มูลค่าสูง โดยจุดเด่นสำคัญคือเทคโนโลยี Encapsulation & Delivery System ที่ช่วยห่อหุ้มและนำส่งสารสำคัญเข้าสู่เซลล์ได้อย่างแม่นยำ เพิ่มประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ทั้งกลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม และสกินแคร์
โมเดลธุรกิจของ MAS แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1. In-house Innovation พัฒนาสารสกัดเฉพาะใช้ในผลิตภัณฑ์ของมาลี และ 2. B2B & Partner วิจัยและจำหน่ายสารสกัดให้กับแบรนด์และผู้ผลิต นอกจากนี้ MAS ยังต่อยอดแนวคิด Upcycling โดยนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น เปลือกสับปะรดและมะพร้าว มาพัฒนาเป็นสารชีวภาพมูลค่าสูง (Upcycled Plant Bioactives) เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมความงามระดับโลก
ล่าสุด MAS เตรียมนำ BROMEXOL® นวัตกรรมระบบนำส่งสารสกัดจากเปลือกสับปะรด ที่ตอบโจทย์เทรนด์ผิวโกลว์ (Glow Skin) เข้าร่วมประกวดในงาน In-Cosmetics Global 2026 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส วันที่ 14–16 เมษายนนี้ เพื่อโชว์ศักยภาพ Deep Tech ของไทยในเวทีโลก
เร่งขยายตลาดโลก – ปั้นรายได้ใหม่ระยะยาว
ในด้านกลยุทธ์การตลาด MAS จะเดินหน้าขยายฐานลูกค้า B2B ผ่านเครือข่ายตัวแทน พร้อมเปิดบริการออกแบบระบบนำส่งสารเฉพาะแบรนด์ (Tailor-made Delivery System) เพื่อสร้างความแตกต่างให้ลูกค้า ขณะเดียวกัน บริษัทเตรียมรุกตลาดต่างประเทศ โดยเน้นยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นตลาดศักยภาพสูง เพื่อผลักดันรายได้และยกระดับ MALEE สู่การเป็นผู้นำนวัตกรรมด้านสุขภาพและความงามในระดับสากล
“เราไม่ได้มองแค่การขายน้ำผลไม้ แต่กำลังใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยียกระดับวัตถุดิบเกษตรไทยสู่มูลค่าสูง เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนและกำไรที่แข็งแกร่งในระยะยาว” นายเอกรินทร์ กล่าว
