SYNEX มั่นใจปีนี้โตต่อ 10% รับอานิสงส์ "มาริโอ้ฟีเวอร์" รุกหนักธุรกิจโซลาร์-คลาวด์ ย้ำจุดยืนบริการหลังการขายต้องเป็นเลิศ
มาริโอ้ฟีเวอร์ ไม่ได้เป็นแค่กระแสความบันเทิง แต่สะท้อนพลังของคอนเทนต์ที่เชื่อมโยงกับเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคได้อย่างชัดเจน ในช่วงที่ตลาดไอทีเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนและเศรษฐกิจ ความนิยมของแบรนด์ระดับโลกกลับกลายเป็นแรงหนุนสำคัญ ช่วยปลุกตลาดและเปิดโอกาสให้ธุรกิจต่อยอดสู่การสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ได้มากขึ้น
คุณสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX เปิดเผยถึงภาพรวมธุรกิจและกลยุทธ์การดำเนินงาน โดยระบุว่าบริษัทยังคงตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในปี 2569 ไว้ที่ 10% หรือประมาณ 53,000 ล้านบาท แม้ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันจะมีความน่ากังวลในหลายด้าน แต่บริษัทยังเชื่อมั่นว่าในช่วงครึ่งปีแรกจะยังสามารถรักษาอัตราการเติบโตได้เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม คุณสุธิดายอมรับว่ามีความกังวลใน 2 ปัจจัยหลัก คือ 1. ปัญหาการขาดแคลนสินค้าในบางกลุ่มที่ทำให้เสียโอกาสในการขาย และ 2. ราคาสินค้ากลุ่มไฮเอนด์ (High-end) ที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะอุปกรณ์คอมพิวเตอร์อย่าง Memory, CPU และ GPU ที่ได้รับผลกระทบจากความต้องการในกลุ่ม AI ทำให้ราคาปรับตัวสูงขึ้นถึง 10-30% ซึ่งบริษัทต้องเฝ้าระวังว่าผู้บริโภคจะสามารถรับภาระราคาที่เพิ่มขึ้นได้มากน้อยเพียงใด
ทั้งนี้ ท่ามกลางความผันผวน SYNEX ได้ขยายพอร์ตโฟลิโอไปสู่กลุ่มสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการปัจจุบันมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจโซลาร์ที่มีการเติบโตดีมาก เนื่องจากผู้บริโภคและภาคธุรกิจต้องการประหยัดค่าไฟฟ้าและได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการเติบโตในกลุ่มคลาวด์ (Cloud) และโมเดลการขายแบบสมัครสมาชิก (Subscription) เพื่อลดภาระการจ่ายเงินก้อนใหญ่ของลูกค้าในยุคที่สินค้าไอทีมีราคาสูง
ในส่วนของกลุ่มสินค้าความบันเทิง คาดการณ์ว่าภาพยนตร์ Super Mario และเกมภาคใหม่ๆ จะเป็นตัวช่วยส่งเสริมยอดขายสินค้าที่เกี่ยวข้องได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการสร้างประสบการณ์ร่วมให้กับลูกค้า (Customer Experience) ซึ่งรวมไปถึงการรอคอยการมาถึงของเครื่องเกมรุ่นใหม่อย่าง Nintendo Switch 2 ที่คาดว่าจะช่วยสร้างความคึกคักให้กับตลาดได้มากขึ้นในอนาคต
สำหรับการบริหารจัดการภายใน บริษัทได้หาวิธีปรับลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เช่น การใช้โซลูชันดิจิทัลเพื่อควบคุมการใช้พลังงานในองค์กร หรือการพิจารณาช่องทางการขนส่งทางเลือกอย่างรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อรับมือกับต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น
“หัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจคือ การให้ความสำคัญกับการบริการหลังการขาย ต้องให้ทุกคนรู้สึกว่าอยู่กับเราแล้วอุ่นใจ นอกจากนี้บริษัทได้เปิดตัวระบบสแกน QR Code รูปแบบใหม่บนตัวสินค้า เพื่อให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบข้อมูลการรับประกันและเข้าถึงบริการหลังการขายได้สะดวกยิ่งขึ้นผ่านระบบออนไลน์” คุณสุธิดา กล่าวทิ้งท้าย
