ประเด็นศึกษา เช็ค!ฐานะการเงิน ยักษ์ใหญ่อสังหาฯไทย แข็งแกร่งแค่ไหน?

“Evergrande effect” ส่งผลต่อตลาดหุ้นไทยทั่วในภูมิภาครวมถึงประเทศไทยด้วยเช่นกันถึงแม้ว่าปัญหาดังกล่าวจะไม่ส่งผลอย่างรุนแรงโดยตรงต่อหุ้นในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ของไทย หรือกลุ่มธนาคารพาณิชย์ของไทยที่มีพอร์ตการปล่อยสินเชื่อ แต่ส่งผลกระทบต่อดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 20 ก.ย.64 โดยรวมที่ทำให้ดัชนีปรับตัวลดลงไปกว่า 23 จุด ถึงแม้จะไม่ใช่ผลกระทบโดยตรงก็ตาม แต่อย่างไรก็ตามหลายฝ่ายยังกังวลกันว่าแล้วจะเกิด “โดมิโนเอฟเฟ็กซ์” ตลาดอสังหาฯ หรือไม่


นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า กระแสความกังวลบริษัท Evergrande บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์อันดับ 2 ของจีนมีความเสี่ยงจะผิดชำระหนี้ เนื่องจาก โดยมีหนี้สิน 3.56 แสนล้านเหรียญฯ เอกชนที่มีหนี้สินมากที่สุดในโลก ทำให้เกิดความกังวลและกดดันตลาดหุ้นในเอเซียช่วงนี้


โดยก่อตั้งขึ้นในปี 2539 และจดทะเบียนในฮ่องกงในปี 2552โครงสร้างธุรกิจหลักๆ คือ Developerอสังหาริมทรัพย์ แต่มีการขยายไปในหลายธุรกิจ อาทิ รถยนต์ไฟฟ้า (Evergrande New Energy Auto) ธุรกิจอินเทอร์เน็ตและสื่อ (HengTen Networks) สโมสรฟุตบอล (Guangzhou FC) ธุรกิจน้ำแร่ อาหาร (Evergrande Spring)


สำหรับ ปัญหาEvergrandeเกิดจากการที่ Over Investment ขยายไปลงทุนในหลายกิจการและเกิดปัญหาสภาพคล่อง ทำให้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ เห็นได้จากค่าใช้จ่ายอัตราดอกเบี้ยต่อปี ในปี 59 -61 อยู่ราว 5-7 พันล้านเหรียญและขยับขึ้นเป็น 1.7 หมื่นล้านเหรียญในปี 62 และพิจารณา DEBT/Equity สูงราว 205 เท่า


สำหรับจผลกระทบที่จะเกิดกับอสังหาริมทรัพย์ในไทยหรือไม่นั้น มองว่าไม่กระทบต่อภาคอสังหาห์ในไทยอย่างมีนัย เพราะ 1.) ผู้ประกอบการ ในไทยส่วนใหญ่ในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 61 ชะลอลงทุน สะท้อนจากแนวโน้มการเปิดตัวโครงการใหม่ที่ลดลงมา เนื่องจาก มีมาตรการ LTV ของธปท. ,สงครามการค้าสหรัฐ จีนและปี 63 เผชิญกับ Covid


2) ฐานะการเงินของบริษัท Property ในไทย ในปัจจุบัน แข็งแกร่ง สะท้อนจาก Net gearing ของกลุ่มอุตสาหกรรม property 5 ปี ย้อนหลังที่ผ่านมาอยู่ไม่เกิน 1 เท่า ล่าสุดไตรมาส 2/64 อยู่ที่ 1.0 เท่า เทียบกับตอนปี 40 ต้มยำกุ้ง ขณะที่ Net gearing สูงราว 10 เท่า


ทั้งนี้ Wealthy Thai ได้ทำการสำรวจด้วยการรวบรวมข้อมูลจำนวนสินทรัพย์และหนี้สินของยักษ์ใหญ่ของอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย จำนวนทั้งหมด 5 ราย ประกอบด้วย LH ถือบริษัทอสังหาฯรายใหญ่ของไทยที่มีธุรกิจในกลุ่มคือธนาคารพาณิชย์ด้วยเช่นกัน ซึ่งข้อมูลระบุว่ามีอัตราหนี้สินอยู่ 1.54เท่า และมีวงเงินหนี้สินรวม 7.7 หมื่นล้านบาท เมื่อเทียบกับสินทรัพย์ที่มีอยู่กว่า 1.2 แสนล้านบาท


ขณะที่ ORI อย่างที่เรารู้จักกันว่า ORI มีแผนกระจายธุรกิจที่จะไม่ได้อยู่แค่อสังหาฯอีกต่อไป นั่นคือการก้าวไปสู่ธุรกิจบริการสุขภาพ ,กลุ่มธุรกิจศูนย์โลจิสติกส์ และธุรกิจบริหารสินทรัพย์ โดยธุรกิจดังกล่าวกำลังจะออกดอกออกผลในอนาคต แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามทาง ORI ยังมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีสินทรัพย์รวมอยู่ที่ 33,044 ล้านบาท และมีหนี้สินรวม 20,296 ล้านบาท และมีอัตราหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ 1,60 เท่า


นอกจากนี้ ยังมี SPALI,AP, และ PSH โดยข้อมูลเบื้องต้นพบว่า กลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์ของไทยยังคงมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีอัตราหนี้สินเฉลี่ยในระดับต่ำแค่เพียง 0.73-1.54 เท่า ถึงแม้ว่าบางบริษัทจะมีการกระจายการลงทุนไปยังกลุ่มธุรกิจที่ไม่ใช่แค่เพียงการซื้อที่ดินเพื่อมาพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยก็ตาม



Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
Updated 20 hours ago
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
Updated 16 hours ago
Stock of the Day
OKJ พุ่งกระฉูด 27% หลังเปิดตัว Grill & Ground โบรกฯ ยังแนะ “ซื้อ” แม้ลดราคาเป้า มองผลงานครึ่งหลังฟื้นรับกลยุทธ์ 3 ด้าน
Updated 1 day ago
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
Updated 1 day ago
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
Updated 1 day ago
Follow Us