สหรัฐฯ-อิหร่าน หยุดยิง หนุน SET รีบาวด์ ค้าปลีก-ท่องเที่ยว-ก่อสร้าง ได้อานิสงส์ ชู CPALL-BJC-CENTEL-STECON เด่น
สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลตกลงหยุดยิงกับอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ภายใต้เงื่อนไขสำคัญคืออิหร่านตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ อิหร่านยังได้ยื่นข้อเสนอ 10 ข้อ ซึ่งเชื่อว่าจะใช้เป็นพื้นฐานในการเจรจาต่อไป
จากประเด็นดังกล่าว บล.ดาโอ (ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน) มีมุมมองเป็นลบต่อแนวโน้มราคาน้ำมันในระยะสั้น วานนี้ราคาสัญญาซื้อขาย ล่วงหน้าน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวลดลง 12%-14% อยู่ในช่วง 94 ดอลลาร์/บาร์เรล-95 ดอลลาร์/บาร์เรล สะท้อนสถานการณ์สงครามที่มีแนวโน้มคลี่คลายลง อย่างไรก็ดี เราเชื่อว่าราคาน้ำมันจะยังคงผันผวนอยู่ในระดับสูงต่อไปจากความไม่แน่นอนของการเจรจาเงื่อนไข
โดยคาดว่า SET วันนี้มีแนวโน้มที่ rebound หลังจากปรับตัว ลงแรง -4.6% ในช่วงวันที่ 27 ก.พ. - 7 เม.ย. 2569 จากสถานการณ์ตึงเครียดตะวันออกกลาง ขณะที่วานนี้ดัชนีดาวโจนส์กลับมาฟื้นตัวและตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ปรับตัวขึ้น ทำให้เราคาดว่าวันนี้ SET มีโอกาส rebound ตาม
ทั้งนี้ มองบวกต่อ sector และหุ้นพื้นฐานดีที่ปรับตัวลงมาแรงจากข่าวสงคราม ได้แก่ กลุ่มค้าปลีก (Overweight) : ต้นทุนน้ำมันลดช่วยลดเเรงกดดันค่าขนส่ง และหนุนกำลังซื้อผู้บริโภคในระยะสั้น ส่งผลบวกต่อ traffic และ SSSG โดยหุ้นที่คาดได้อานิสงส์ ได้เเก่ BJC, CPAXT, CPALL
กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง (Neutral): เนื่องจากมีต้นทุนน้ำมันคิดเป็นราว 1-2% รวมถึงราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงอาจส่งผลให้ต้นทุนวัสดุอื่นๆ ลดลงด้วย โดยหุ้นที่คาดได้อานิสงส์ ได้แก่ CK, STECON
กลุ่มท่องเที่ยว (Neutral): หนุนให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวให้เพิ่มขึ้นได้ โดยหุ้นที่ได้รับประโยชน์ ได้แก่ ERW, CENTEL, MINT, SHR
กลุ่มค้าปลีกน้ำมัน (Neutral): ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงมีโอกาสลดแรงกดดันต่อสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าการตลาด OR และ PTG
Agri & Food (Non-rated): ได้อานิสงส์จากต้นทุนโดยรวมลดลง เช่น ต้นทุนขนส่ง รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบที่ได้รับผลกระทบจากราคานน้ำมัน โดยหุ้นที่คาดได้อานิสงส์ ได้แก่ ITC, TU, AAI
GPSC : รายได้ gas-linked คิดเป็น 70% สามารถ pass through ค่าก๊าซที่สูงขึ้นได้ ขณะที่ค่า ft ปรับตัวขึ้นจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่ราคาหุ้น underperform SET -23% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ทำให้น่าสนใจ
ขณะเดียวมองเป็นลบต่อกลุ่มพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น โดยคาดราคาน้ำมันที่ลดลงจะส่งผลลบต่อหุ้นน้ำมัน (โดยเฉพาะพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น) โดยเชื่อว่า PTTEP จะได้รับผลกระทบจากราคาขายน้ำมันเฉลี่ย (liquid ASP) ที่ปรับตัวลดลงแรง ในขณะที่โรงกลั่นน่าอาจจะเห็นกำไรจากสต๊อก (stock gain) ที่เป็นไปได้ที่ลดลง ทั้งนี้ แนะนำ ถือ PTTEP, SPRC และแนะนำ ซื้อ TOP, BCP
จากประเด็นดังกล่าว บล.ดาโอ (ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน) มีมุมมองเป็นลบต่อแนวโน้มราคาน้ำมันในระยะสั้น วานนี้ราคาสัญญาซื้อขาย ล่วงหน้าน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวลดลง 12%-14% อยู่ในช่วง 94 ดอลลาร์/บาร์เรล-95 ดอลลาร์/บาร์เรล สะท้อนสถานการณ์สงครามที่มีแนวโน้มคลี่คลายลง อย่างไรก็ดี เราเชื่อว่าราคาน้ำมันจะยังคงผันผวนอยู่ในระดับสูงต่อไปจากความไม่แน่นอนของการเจรจาเงื่อนไข
โดยคาดว่า SET วันนี้มีแนวโน้มที่ rebound หลังจากปรับตัว ลงแรง -4.6% ในช่วงวันที่ 27 ก.พ. - 7 เม.ย. 2569 จากสถานการณ์ตึงเครียดตะวันออกกลาง ขณะที่วานนี้ดัชนีดาวโจนส์กลับมาฟื้นตัวและตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ปรับตัวขึ้น ทำให้เราคาดว่าวันนี้ SET มีโอกาส rebound ตาม
ทั้งนี้ มองบวกต่อ sector และหุ้นพื้นฐานดีที่ปรับตัวลงมาแรงจากข่าวสงคราม ได้แก่ กลุ่มค้าปลีก (Overweight) : ต้นทุนน้ำมันลดช่วยลดเเรงกดดันค่าขนส่ง และหนุนกำลังซื้อผู้บริโภคในระยะสั้น ส่งผลบวกต่อ traffic และ SSSG โดยหุ้นที่คาดได้อานิสงส์ ได้เเก่ BJC, CPAXT, CPALL
กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง (Neutral): เนื่องจากมีต้นทุนน้ำมันคิดเป็นราว 1-2% รวมถึงราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงอาจส่งผลให้ต้นทุนวัสดุอื่นๆ ลดลงด้วย โดยหุ้นที่คาดได้อานิสงส์ ได้แก่ CK, STECON
กลุ่มท่องเที่ยว (Neutral): หนุนให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวให้เพิ่มขึ้นได้ โดยหุ้นที่ได้รับประโยชน์ ได้แก่ ERW, CENTEL, MINT, SHR
กลุ่มค้าปลีกน้ำมัน (Neutral): ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงมีโอกาสลดแรงกดดันต่อสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าการตลาด OR และ PTG
Agri & Food (Non-rated): ได้อานิสงส์จากต้นทุนโดยรวมลดลง เช่น ต้นทุนขนส่ง รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบที่ได้รับผลกระทบจากราคานน้ำมัน โดยหุ้นที่คาดได้อานิสงส์ ได้แก่ ITC, TU, AAI
GPSC : รายได้ gas-linked คิดเป็น 70% สามารถ pass through ค่าก๊าซที่สูงขึ้นได้ ขณะที่ค่า ft ปรับตัวขึ้นจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่ราคาหุ้น underperform SET -23% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ทำให้น่าสนใจ
ขณะเดียวมองเป็นลบต่อกลุ่มพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น โดยคาดราคาน้ำมันที่ลดลงจะส่งผลลบต่อหุ้นน้ำมัน (โดยเฉพาะพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น) โดยเชื่อว่า PTTEP จะได้รับผลกระทบจากราคาขายน้ำมันเฉลี่ย (liquid ASP) ที่ปรับตัวลดลงแรง ในขณะที่โรงกลั่นน่าอาจจะเห็นกำไรจากสต๊อก (stock gain) ที่เป็นไปได้ที่ลดลง ทั้งนี้ แนะนำ ถือ PTTEP, SPRC และแนะนำ ซื้อ TOP, BCP
Most Viewed
Sustainability
“Thai ESG” และ “Thai ESSGX”… จะมีการแสดงข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมในแต่ละส่วน !!!
Updated 4 hours ago
Wealth EZ
“ทางเลือก” การลงทุนใหม่ๆ (2)… “Crypto Assets” !!!
Updated 19 hours from now
Where to put your money
“วิศวกรรมศาสตร์” ผสานศาสตร์ “การวางแผนการเงิน”... สร้าง “พิมพ์เขียวชีวิต” ที่แม่นยำ ถูกต้อง และวัดผลได้ !!!
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“ES-CHEQ” ลุย 50 “หุ้นจีน A-Share”... รับ “ศก.ฟื้นตัว” ตอบโจทย์ความมั่งคั่ง “ระยะยาว” !!!
Updated 11 hours ago
Fund Move
บลจ.กสิกรไทย ตอกย้ำผู้นำธุรกิจจัดการลงทุนไทย กวาด 17 รางวัลการันตีความเป็นเลิศจากเวทีไทยและสากล
Updated 1 day ago
Follow Us
