Official Update :

ตลท. รื้อเกณฑ์ซื้อขาย จ่อใช้สูตร 2-3-3-4 เพิ่มสภาพคล่อง-ลดผันผวน-คุมเทรด ตรึงมาตรการ 18 เดือนสร้างความเชื่อมั่น

ท่ามกลางความพยายามฟื้นความเชื่อมั่นตลาดทุนไทย หลังเผชิญแรงกดดันจากความผันผวนและข้อกังวลเรื่องความเป็นธรรมในการซื้อขาย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำลังเดินหน้าปรับโครงสร้างมาตรการกำกับดูแลครั้งใหญ่ โดยหวังยกระดับมาตรฐานตลาดให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล ควบคู่กับการเพิ่มสภาพคล่อง และลดพฤติกรรมซื้อขายที่อาจกระทบเสถียรภาพตลาดในระยะยาว


คุณอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลท. เตรียมปรับโครงสร้างมาตรการกำกับดูแลการซื้อขายครั้งใหญ่ ภายใต้แนวคิด “2-3-3-4” เพื่อลดความซ้ำซ้อนของมาตรการเดิม และยกระดับความเชื่อมั่นตลาดทุนไทย โดยจะปรับจาก 12 มาตรการ เหลือ 9 มาตรการ แบ่งเป็น 2 มาตรการใหม่ 3 มาตรการปรับปรุง 3 มาตรการยกเลิก และ 4 มาตรการคงเดิม พร้อมตั้งเป้าคงมาตรการหลักอย่างน้อย 18 เดือน หลังเริ่มบังคับใช้ เพื่อสร้างเสถียรภาพและความชัดเจนให้ผู้ลงทุน


ทั้งนี้ ตลท. ได้ประเมินประสิทธิภาพของมาตรการที่ใช้มาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน ควบคู่กับการศึกษามาตรฐานต่างประเทศและข้อเสนอจากผู้เกี่ยวข้อง ก่อนเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะถึงวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 โดยคาดว่าจะเริ่มบังคับใช้ได้เร็วที่สุดในไตรมาส 3/2569


โดยรายละเอียดมาตรการใหม่ภายใต้แนวคิด “2-3-3-4” ประกอบด้วย 2 มาตรการใหม่ 3 มาตรการปรับปรุง 3 มาตรการยกเลิก และ 4 มาตรการคงเดิม ดังนี้


2 มาตรการใหม่ เพิ่มสภาพคล่อง-คุมส่งคำสั่งเกินจำเป็น

มาตรการใหม่ชุดแรก คือ การปรับโครงสร้าง Tick Size หรือช่วงราคาเสนอซื้อขายให้แคบลง โดยเฉพาะหุ้นช่วงราคา 10-25 บาท จากเดิม Tick Size 10 สตางค์ ลดเหลือ 5 สตางค์ รวมถึงปรับช่วงราคา 5-10 บาท และ 25-50 บาท เพื่อให้โครงสร้างราคามีความต่อเนื่องมากขึ้น ลดต้นทุนการซื้อขาย และเพิ่มสภาพคล่องในตลาด


อีกมาตรการ คือ การเรียกเก็บ Extra Charge สำหรับผู้ที่มี Order to Trade Ratio (OTR) สูงผิดปกติ โดยจะเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่ม 0.15 บาทต่อรายการ สำหรับบัญชีที่ส่งคำสั่งถี่เกิน 50 ครั้งต่อ Active Minute และมี OTR มากกว่า 100 เท่า เฉพาะส่วนที่เกิน 30,000 รายการต่อวัน เพื่อสะท้อนต้นทุนการใช้ทรัพยากรระบบ และลดพฤติกรรมส่งคำสั่งโดยไม่มีเจตนาซื้อขายจริง


3 มาตรการปรับปรุง คุมชอร์ตเซล-นิยาม HFT ใหม่

ด้านมาตรการปรับปรุง ตลท. เตรียมเปลี่ยนเกณฑ์ Uptick Rule สำหรับการขายชอร์ต จากเดิมที่ใช้ Uptick ทุกหลักทรัพย์ มาเป็นใช้ Zero-Plus Tick ในภาวะปกติ แต่หากหุ้นใดราคาปิดลดลงเกิน 10% จากวันก่อนหน้า จะกลับมาใช้ Uptick ในวันทำการถัดไป เพื่อชะลอแรงขายในช่วงตลาดผันผวน


ขณะเดียวกัน จะปรับลดขอบเขตหุ้นที่สามารถขายชอร์ตได้ ให้เหลือเฉพาะหุ้นใน SET100 หุ้นอ้างอิง Single Stock Futures รวมถึง ETF และ DR ส่งผลให้จำนวนหุ้นที่ขายชอร์ตได้เหลือราว 136 บริษัท โดยตัดหุ้นที่เป็น Underlying ของ ETF และ DW ออก เพื่อลดความผันผวนในหุ้นขนาดกลางและเล็ก


อีกส่วนสำคัญ คือ การปรับนิยามผู้ลงทุน High Frequency Trading (HFT) จากเดิมที่อิงการใช้ Infrastructure และ Co-location มาเป็นการกำกับตาม “พฤติกรรมการซื้อขาย” หรือ Post-Audit เช่น ความถี่ในการส่งคำสั่ง สัดส่วนสถานะคงค้างสิ้นวัน และมูลค่าการซื้อขาย เพื่อให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล และติดตามพฤติกรรมซื้อขายได้แม่นยำขึ้น


3 มาตรการยกเลิก ลดภาระระบบ-แก้ความไม่เป็นสากล

ตลท. ยังเตรียมยกเลิก 3 มาตรการเดิม ได้แก่ Dynamic Price Band (DPB), การจำกัดหุ้นที่ HFT ซื้อขายได้ และ Minimum Resting Time (MRT)


โดยให้เหตุผลว่า DPB มัก Trigger กับหุ้นสภาพคล่องต่ำและไม่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพตลาดอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่การจำกัดหุ้นสำหรับ HFT ไม่สอดคล้องมาตรฐานสากล และมีมาตรการ Short Sell Eligible Stocks ช่วยกำกับอยู่แล้ว ส่วน MRT ถูกยกเลิกเพราะมีมาตรการ OTR และระบบ AI Surveillance เข้ามาช่วยตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติแทน


4 มาตรการคงเดิม รักษาเสถียรภาพตลาด

สำหรับมาตรการที่ยังคงใช้ต่อ ได้แก่ การใช้ Auction เมื่อหุ้นติดมาตรการกำกับการซื้อขายระดับ 2-3, มาตรการ Auto Pause หรือ Auto Halt, การเปิดเผยรายชื่อลูกค้าที่ส่งคำสั่งไม่เหมาะสมแก่บริษัทหลักทรัพย์ และมาตรการ Access Equalization เพื่อให้ผู้ลงทุนเข้าถึงระบบซื้อขายได้อย่างเท่าเทียม


คุณอัสเดช กล่าวว่า มาตรการใหม่ทั้งหมดจะใช้กับผู้ลงทุนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นรายย่อย สถาบัน หรือนักลงทุนกลุ่ม HFT โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น การสร้างราคา การใช้ข้อมูลภายใน และการสร้างความเข้าใจผิดต่อสภาพตลาด


นอกจากนี้ การปรับปรุงมาตรการครั้งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับมาตรฐานตลาดทุนไทยให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล เพื่อรักษาสถานะตลาดหุ้นไทยในกลุ่ม Emerging Market ตามเกณฑ์ของ MSCI และลดความเสี่ยงต่อการถูกปรับลดสู่ Frontier Market ซึ่งอาจกระทบต่อกระแสเงินทุนต่างชาติในระยะยาว


ปัจจุบัน ตลท. อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นจนถึงวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ก่อนนำข้อเสนอไปปรับปรุง เสนอคณะกรรมการ ตลท. และส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พิจารณาอนุมัติ โดยคาดว่ามาตรการใหม่จะเริ่มบังคับใช้ได้เร็วที่สุดภายในไตรมาส 3/69


ทั้งนี้ ภายหลังเริ่มใช้มาตรการปรับปรุงดังกล่าวแล้วจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงมาตรการหลักอย่างน้อย 18 เดือน เว้นแต่เกิดเหตุการณ์รุนแรงที่กระทบต่อตลาดอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ลงทุนและผู้ประกอบการในตลาดทุนไทยระยะยาว


สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทย คุณอัสสเดชมองว่าภาพรวมปี 2569 ยังมีสัญญาณเชิงบวก โดยสภาพคล่องการซื้อขายเพิ่มขึ้นราว 40-50% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากความชัดเจนในการบริหารเศรษฐกิจของภาครัฐ รวมถึงการที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือยังคงอันดับเครดิตไทยไว้ที่ระดับมีเสถียรภาพ (Stable) แม้ยังเผชิญความเสี่ยงจากสถานการณ์สงครามและความผันผวนของราคาพลังงานโลกก็ตาม