Official Update :

JMART เปิดตัว J.AI Arena ยกระดับสู่ AI-Driven Enterprise ฟาก “สุกี้ตี๋น้อย“ ลุยใช้สั่งสินค้า-คุมต้นทุน มองเป้าเพิ่มประสิทธิภาพพนง. ไม่ใช่ลดคน

กลุ่มเจมาร์ท (JMART) ยกระดับองค์กรครั้งสำคัญ เปิดตัว "J.AI Arena" ศูนย์กลางพัฒนา AI Champion ทั้งเครือ หวังขับเคลื่อนองค์กรสู่ AI-Driven Enterprise เต็มรูปแบบ ด้าน "สุกี้ตี๋น้อย" เผยแผนนำ AI ช่วย Forecast การสั่งสินค้ารายสาขา มุ่งลด Food Waste-คุมต้นทุนแม่นยำ 100% ย้ำชัดเป้าหมายใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพพนักงาน ไม่ใช่การลดคน


นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัว “J.AI Arena” ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ภายใต้กลยุทธ์โครงการ JUMP+ (ปี 2567-2569) เพื่อยกระดับทุกบริษัทในเครือ ทั้งค้าปลีก การเงิน และเทคโนโลยี ให้กลายเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย AI (AI-Driven Enterprise) อย่างเป็นรูปธรรม


โดย J.AI Arena จะเป็นพื้นที่รวมตัวของ AI Champion จากบริษัทในเครือ อาทิ JMT, SINGER, SGC, JAS Asset, Jaymart Mobile และ J Ventures เพื่อร่วมกันพัฒนา AI Use Case ที่ใช้งานได้จริง ลดต้นทุนการเรียนรู้ซ้ำซ้อน และสร้าง Synergy ภายในกลุ่มให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด


สุกี้ตี๋น้อย นำร่อง AI สั่งของรายสาขา-ลดขยะอาหาร

ด้านนางสาวนัทธมน พิศาลกิจวนิช ผู้ก่อตั้งและ CEO บริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด หรือ “สุกี้ตี๋น้อย” เปิดเผยถึงทิศทางการนำ AI มาใช้ในองค์กรว่า ปัจจุบันบริษัทมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว มีพนักงานกว่า 11,000 คน และมีอัตราการรับพนักงานใหม่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 800 คนต่อเดือน ดังนั้นเป้าหมายหลักของการใช้ AI คือการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเพื่อให้ทีมงาน Back Office สามารถสนับสนุนการขยายสาขาได้โดยไม่จำต้องเพิ่มจำนวนทรัพยากรมนุษย์ในอัตราที่สูงตามสาขา


สำหรับ Use Case สำคัญที่กำลังเร่งดำเนินการ คือระบบ AI Forecasting ในการสั่งสินค้าล่วงหน้า ซึ่ง AI จะวิเคราะห์ข้อมูลในอดีตและพฤติกรรมลูกค้าที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ เพื่อแนะนำยอดการสั่งวัตถุดิบให้แม่นยำรายสาขา


“เราเป็นบุฟเฟต์ การควบคุมขยะ (Waste) คือ การคุมต้นทุนโดยตรง หากสั่งของแม่นยำขึ้นจะลดขยะอาหาร (Food Waste) ได้มหาศาล เดิมเราใช้คนคีย์ข้อมูลซึ่งอาจมีข้อผิดพลาด แต่เมื่อใช้ AI มาเชื่อมต่อกับระบบคลังสินค้าจะช่วยให้การตรวจสอบแม่นยำขึ้นจากระบบสุ่มตรวจเป็น 100%” นางสาวนัทธมน กล่าว


ยัน AI มาเพื่อเพิ่มศักยภาพ ไม่ใช่ ปลดพนักงาน

นางสาวนัทธมน ย้ำว่า Mindset ในการนำ AI เข้ามาใช้ไม่ใช่เพื่อการลดคน แต่เป็นการเปลี่ยนให้พนักงาน 1 คน สามารถทำงานที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเป็น 5 เท่า ผ่านความช่วยเหลือของเทคโนโลยี Automation เช่น ระบบ HR, Payroll และ AI Camera ที่ช่วยตรวจสอบความถูกต้องของจำนวนลูกค้าเทียบกับรายการใน POS (ป้องกันการทุจริต) ซึ่งระบบนี้มีการใช้งานในสาขามาอย่างต่อเนื่องแล้ว


นอกจาก สุกี้ตี๋น้อยที่นำ AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานแล้ว ธุรกิจอื่นภายในเครือเจมาร์ทยังมีการนำ AI มาประยุกต์ใช้เช่นกัน ซึ่งช่วยสนับสนุนการดำเนินงานและสร้างผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพในหลายด้าน เช่น


บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT นำ AI มาตรวจสอบสายโทรศัพท์ติดตามหนี้ (NPL Collection) ได้กว่า 100,000 สายต่อวัน (ครอบคลุม 100%) โดยใช้คนควบคุมไม่ถึง 10 คน ช่วยเพิ่มมาตรฐานการกำกับดูแล


บริษัท เจมาร์ท โมบาย (Jaymart Mobile) พัฒนา AI Voicebot ช่วยทีม Telesales โทรออกหาลูกค้าได้มากกว่าเดิม 5 เท่า ประหยัดเวลาทำงานได้กว่า 215 ชั่วโมงต่อเดือน


บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) หรือ J ใช้ AI อ่านใบเสร็จสะสมแต้ม J Point ลดเวลาประมวลผลจาก 3-5 วัน เหลือเพียงระดับวินาที ดันยอดใช้จ่ายผ่านระบบเติบโต 76%


ขณะที่นายเอกชัย สุขุมวิทยา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JMART กล่าวเสริมว่า J.AI Arena จะทำหน้าที่สำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ 1. Strategic Engine เป็นกลไกขับเคลื่อนแผนกลยุทธ์ระยะ 3 ปีของโครงการ JUMP+ ในมิติ AI-Driven Operational Excellence เพื่อยกระดับประสิทธิภาพองค์กรด้วย AI, 2. Innovation Hub เปลี่ยนผ่านจากองค์กรที่ใช้ AI ไปสู่องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย AI ผ่านการสร้าง AI Use Case ที่เกิดผลลัพธ์เชิงธุรกิจจริง และ 3. Talent Magnet สร้างและดึงดูดบุคลากรรุ่นใหม่ของกลุ่มเจมาร์ท ให้พร้อมแข่งขันในยุค Agentic AI