Official Update :

BANPU ปลดล็อกคลายความกังวล จากนี้ไปหุ้นจะสะท้อนธุรกิจอีกครั้ง?

BANPU หรือ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) มีแววที่จะกลับมาเป็นหุ้นที่อยู่ในจุดน่าสนใจสำหรับเหล่านักลงทุนได้อีกครั้ง หลังจากในช่วงที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าทิศทางของผลประกอบการจะเริ่มฟื้นตัวขึ้นทั้งจากธุรกิจถ่านหินเดิม และธุรกิจใหม่ทางด้านพลังงานสะอาด รวมถึงก๊าซธรรมชาติที่กำลังเดินบนเส้นทางอย่างสวยหรู แต่ระหว่างทางเดินนั้นก็มีปัจจัยกดดันต่อราคาหุ้นคือการเพิ่มทุน ที่ส่งผลให้เกิดภาวะ “Dilution Effect”


แต่อย่างไรก็ตามภาพรวมสถานการณ์ต่อจากนี้ จะเริ่มคลายล็อกปัจจัยลบต่างๆได้ เพราะลูกหุ้นเพิ่มทุนของ BANPU เข้าเทรดเมื่อวันที่ 1 ต.ค.นี้ ซึ่งนักลงทุนหลายคนรอปัจจัยดังกล่าวอยู่ให้เสร็จสิ้นพ้นไป จากนั้นจะต้องย้อนกลับมาดูรอบของทิศทางการดำเนินธุรกิจแล้วว่ามีโอกาส และปัจจัยหนุนทางธุรกิจได้มากแค่ไหน ซึ่งหากดูคร่าวๆแล้วราคาถ่านหินและราคาก๊าซธรรมชาติยังคงเป็นทิศทางที่ขาขึ้นต่อเนื่องไปอีก


ประเด็นการปลดล็อกเรื่องการเพิ่มทุนของ BANPU ได้ผ่านพ้นไปแล้ว และหลังจากนี้ไปราคาหุ้นจะสะท้อนในด้านแนวโน้มธุรกิจมากขึ้น ซึ่งอย่างที่หลายคนเข้าใจกันว่า BANPU มีธุรกิจขายถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ และธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า โดยหากเราแยกเป็นแนวโน้มในแต่ละธุรกิจจะเริ่มได้ดังนี้


เริ่มต้นที่ธุรกิจที่ถือเป็นตัวสร้างรายได้หลักให้กับ BANPU คือ ธุรกิจถ่านหิน ซึ่งล่าสุดปิดงวดไตรมาส 3 /64 ราคาถ่านหินนิวคาสเซิล (New Castle Coal) ขยับมาปิดที่ระดับ 210 เหรียญสหรัฐต่อตัน ซึ่งจากต้นปีจนถึงปิดงวดไตรมาส 3 ราคาปรับเพิ่มขึ้นมาแล้วกว่า 161% ขณะที่สัญญาณของราคาก็ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้ามมากันที่ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ ซึ่ง BANPU วางไว้ให้เป็นธุรกิจในอนาคต ซึ่งราคาก๊าซธรรมชาติก็ทะยานขึ้นไม่แพ้กัน มาอยู่ที่ระดับ 5.7 ล้านบีบีทียู



BANPU
ในสายตานักวิเคราะห์

เราลองมาฝั่งในมุมของนักวิเคราะห์กันบ้างว่ามีความเห็นต่อหุ้น BANPU กันอย่างไรบ้าง เริ่มกันที่นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ประเด็นความกังวลต่างๆของหุ้น BANPU ได้ปลดล็อกแล้ว เพราะลูกหุ้นเพิ่มทุนได้เข้าเทรดไปเมื่อวันที่ 1 ต.ค.64 และสถานการณ์ที่ราคาถ่านหินปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงจะยิ่งเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นในช่วงไตรมาส 4 ที่เข้าสู่ช่วงฤดูหนาวจะมีการใช้พลังงานกันมากขึ้น จึงอาจเป็นโมเมนตัมต่อราคาหุ้นให้ปรับเพิ่มขึ้นได้


ขณะเดียวกันประเมินว่ากำไรสุทธิงวดไตรมาส 3/64 จะสามารถทำได้ในระดับ 4,000-5,000 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แนะนำทยอยสะสม ราคาเหมาะสมอยู่ที่ 13.50 บาท


ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน)  แนะนำ “ซื้อ” BANPU โดยประเมินราคาเป้าหมายปี 65 ที่ 15บาท โดยมีมุมมองเชิงบวกต่อ BANPU จากธุรกิจถ่านหินและก๊าซธรรมชาติฟื้นตัวดีจากราคาถ่านหินและก๊าซธรรมชาติที่อยู่ในระดับที่สูง ประกอบกับการลงทุนในธุรกิจพลังงานสะอาด (green energy) สร้างการเติบโตที่ยั่งยืน


ทั้งนี้คาดพลิกกลับมามีกำไรสุทธิในปี 64 อยู่ที่ 10.9 พันล้านบาทโดยมีปัจจัยผลักดันมาจาก การฟื้นตัวของราคาถ่านหินตามอุปสงค์การใช้ไฟฟ้าที่สูงขึ้นและอุปทานที่ตึงตัว ประกอบกับปริมาณการผลิตถ่านหินของธุรกิจอินโดนีเซียที่ฟื้นตัว และการรับรู้ผลประกอบการของโครงการ Barnett เข้ามาเต็มปี  รวมถึงการรับรู้ผลประกอบการของการลงทุนใหม่ๆ


ขณะเดียวกันประเมินว่ากำไรสุทธิของ BANPU จะโตต่อเนื่องอีก 15% จากปี 64  เป็น 12.6 พันล้านบาท ในปี 65 โดยได้ปัจจัยผลักดันจากราคาถ่านหินและก๊าซธรรมชาติที่ยังคงอยู่ในระดับสูง และการรับรู้ผลประกอบการเต็มปีของการลงทุนในญี่ปุ่นและออสเตรเลีย


…………………..สัญญาณภาพของ BANPU เริ่มชัดเจนครึ่งอีกครั้งหลังจากที่คลายภาวะความกังวลลูกหุ้นเพิ่มทุนจะเข้าเทรดประกอบกับราคาถ่านหินยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องแบบนี้ออกไปอีก ดังนั้นเองจึงเหมาะสมแล้วหรือไม่ที่จะทยอยสะสมหุ้น BANPU…………….



Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่