ตราสารหนี้ กับ การซื้อขายในตลาด OTC เรื่องสำคัญที่นักลงทุนควรรู้
การลงทุนในตราสารหนี้ (พันธบัตรรัฐบาล หรือหุ้นกู้เอกชน) เป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการผลตอบแทนสม่ำเสมอและความเสี่ยงต่ำกว่าหุ้น โดยปกตินักลงทุนมักจะคุ้นเคยกับการจองซื้อใน "ตลาดแรก" (Primary Market) แล้วถือรับดอกเบี้ยยาวไปจนครบกำหนดอายุเพื่อรับเงินต้นคืน
แต่ถ้าเราพลาดโอกาสจองซื้อหุ้นกู้ในตลาดแรก หรือถือหุ้นกู้อยู่แล้วมีความจำเป็นต้องใช้เงินด่วนก่อนครบกำหนด จะทำอย่างไร? "ตลาดรอง" (Secondary Market) คือคำตอบ
ตลาดรองเป็นตลาดสำหรับซื้อขายตราสารหนี้ที่เคยออกและเสนอขายในตลาดแรกมาแล้ว โดยเป็นการซื้อขายระหว่างนักลงทุนคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง บริษัทผู้ออกตราสารหนี้ไม่ได้เงินทุนจากการซื้อขายนี้ และไม่ได้เป็นการเพิ่มจำนวนสินทรัพย์ใหม่
ตลาดรองตราสารหนี้ไทยเป็นตลาด OTC
จุดสำคัญที่นักลงทุนควรรู้คือ ตลาดรองตราสารหนี้ไทยดำเนินการในรูปแบบ OTC หรือ Over the Counter คือไม่มีระบบจับคู่คำสั่งซื้อขายเหมือนตลาดหุ้น แต่จะเกิดขึ้นผ่าน "ผู้ค้าตราสารหนี้" หรือ Dealer ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเสนอราคาและจับคู่การซื้อขายระหว่างนักลงทุน
โดยผู้ค้าตราสารหนี้เหล่านี้ คือ ธนาคารพาณิชย์ และ บริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตในการค้าตราสารหนี้
ดังนั้น หากนักลงทุนต้องการซื้อหรือขายหุ้นกู้ในตลาดรอง จะต้องติดต่อผ่านสถาบันการเงินหรือบริษัทหลักทรัพย์ที่ให้บริการด้านตราสารหนี้ เพื่อสอบถามราคาและดำเนินธุรกรรม
ทำไมตลาดรองจึงเป็น OTC?
ตราสารหนี้แต่ละรุ่นมีรายละเอียดแตกต่างกันค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็น
-
อายุคงเหลือของตราสารหนี้
-
อัตราดอกเบี้ย
-
อันดับความน่าเชื่อถือ
-
ผู้ออกตราสาร
-
มูลค่าคงค้างในตลาด
ทำให้สภาพคล่องของแต่ละรุ่นไม่เท่ากัน บางรุ่นมีการซื้อขายจำนวนมาก ขณะที่บางรุ่นอาจมีผู้ซื้อผู้ขายจำกัด การใช้ระบบ OTC จึงช่วยให้ Dealer สามารถบริหารจัดการการซื้อขายและเสนอราคาที่สอดคล้องกับสภาวะตลาดในขณะนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ราคาหุ้นกู้ในตลาดรองไม่ได้เท่ากับราคาหน้าตั๋วเสมอไป
อีกเรื่องที่นักลงทุนมือใหม่มักเข้าใจผิด คือ คิดว่าหุ้นกู้จะมีราคาเท่ากับราคาที่ซื้อครั้งแรกตลอดเวลา ในความเป็นจริง ราคาตราสารหนี้ในตลาดรองมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ตามปัจจัยต่างๆ เช่น
-
ทิศทางอัตราดอกเบี้ยในตลาด
-
ความน่าเชื่อถือของผู้ออกตราสาร
-
อุปสงค์และอุปทานของผู้ซื้อผู้ขาย
-
ภาวะเศรษฐกิจและสภาพคล่องในตลาด
ส่งผลให้ราคาซื้อขายอาจสูงกว่าหรือต่ำกว่าราคาหน้าตั๋ว (Par Value) ได้ ทำให้นักลงทุนมีโอกาสได้รับกำไรจากส่วนต่างราคา (Capital Gain) หรือ อาจขาดทุนจากราคาตลาดได้เช่นกัน หากจำเป็นต้องขายก่อนครบกำหนด
ข้อดีของตลาดรอง
-
เพิ่มสภาพคล่องให้การลงทุน ผู้ลงทุนสามารถขายตราสารหนี้ก่อนครบกำหนดได้ ไม่จำเป็นต้องถือยาวจนถึงวันไถ่ถอน
-
มีทางเลือกลงทุนมากขึ้น สามารถเลือกซื้อหุ้นกู้หรือตราสารหนี้ที่ออกมานานแล้วได้ ไม่ต้องรอรอบการเสนอขายใหม่
-
มีโอกาสสร้างผลตอบแทนจากส่วนต่างราคา หากซื้อได้ต่ำกว่าราคาหน้าตั๋ว
ความเสี่ยงที่ต้องเข้าใจ
-
ความเสี่ยงด้านราคา จากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย
-
ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง เนื่องจากตราสารบางรุ่นอาจหาผู้ซื้อหรือผู้ขายได้ยาก
-
ความเสี่ยงด้านเครดิต หากฐานะการเงินของผู้ออกตราสารเปลี่ยนแปลงไป
ดังนั้น ก่อนลงทุนในตลาดรอง นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลของผู้ออกตราสาร อันดับความน่าเชื่อถือ และสภาพคล่องของตราสารแต่ละรุ่นอย่างรอบคอบ
สรุป
ตลาดรองตราสารหนี้ไทยเป็นตลาดแบบ OTC หรือ Over the Counter ซึ่งแตกต่างจากตลาดหุ้นที่มีระบบจับคู่คำสั่งซื้อขายแบบรวมศูนย์ การซื้อขายจึงต้องอาศัยผู้ค้าตราสารหนี้หรือ Dealer เป็นตัวกลางในการเสนอราคาและดำเนินธุรกรรม
ซึ่งนับเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาดตราสารหนี้ ทำให้นักลงทุนสามารถซื้อขายหุ้นกู้หรือพันธบัตรได้ก่อนครบกำหนดอายุ และมีทางเลือกในการบริหารพอร์ตการลงทุนได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น

