Official Update :

โอสถสภา เผยความสำเร็จกลยุทธ์ “Multi-brand & Multi-price point” ครองแชมป์ผู้นำตลาดเครื่องดื่ม ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ตรงจุด

บมจ. โอสถสภา (OSP) โชว์ความสำเร็จและการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอธุรกิจเครื่องดื่มในประเทศ ตอกย้ำภาพลักษณ์ "ผู้นำตลาดเครื่องดื่ม" อย่างแท้จริง พร้อมชูกลยุทธ์ Multi-brand และ Multi-price point บริหารความเสี่ยงและสร้างโอกาสทางธุรกิจ ด้วยความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่สามารถครอบคลุมทุกความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด มุ่งขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย


นางสาวนันทนา ขาวปลื้ม Chief Domestic Beverage Officer - Consumer & Category Management - Group Domestic Beverage บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP เปิดเผยว่า โอสถสภาไม่ได้เป็นเพียงผู้นำในกลุ่มเครื่องดื่มชูกำลัง (Energy Drink) เท่านั้น แต่ยังเป็นผู้นำตลาดในกลุ่มเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริ้งค์ (Functional Drink) ที่ขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ Multi-brand และ Multi-price point เพื่อบริหารพอร์ตโฟลิโอเครื่องดื่มให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีความหลากหลาย ตั้งแต่กลุ่มฐานรากไปจนถึงกลุ่มพนักงานออฟฟิศ และกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen Z) ผ่านการสื่อสารและจัดกิจกรรมการตลาดที่ตรงจุด เพื่อรักษาความเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มในไทยอย่างมั่นคง อย่างไรก็ตามแม้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันจะชะลอตัว แต่โอกาสทางการตลาดยังหลากหลาย ทั้งจากกลุ่มลูกค้าระดับบนยังคงมีกำลังซื้อและมองหาประสบการณ์ใหม่ๆ และพร้อมที่จะจ่ายหากสินค้าสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้ เทรนด์การดูแลสุขภาพ (Health & Wellness) ที่กลายเป็น S-Curve ใหม่ และยังช่วยขับเคลื่อนให้กลุ่มสินค้าพรีเมียมเติบโตด้วยมูลค่าอย่างแข็งแกร่ง ขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่คุ้มค่าเพื่อรักษาตลาดกลุ่มฐานรากไว้ได้อย่างเหนียวแน่น


สำหรับกลุ่มเครื่องดื่มชูกำลัง (Energy Drink) ได้ปรับพอร์ตโฟลิโอให้สอดรับกับเทรนด์สุขภาพและสร้างจุดขายผ่าน Functional & Emotional Benefit ด้วยการเพิ่มสารอาหารและนวัตกรรมใหม่ๆ ให้ผู้บริโภครู้สึกคุ้มค่า โดยแบรนด์ ลิโพ (Lipo) ได้เปิดตัวนวัตกรรมสูตรน้ำตาล 0% (Zero Sugar) เพื่อจับกลุ่มผู้บริโภคที่มีอายุและกังวลเรื่องน้ำตาล ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยมหลังวางจำหน่าย ควบคู่ไปกับการปรับไซส์ใหญ่ 150 มล. ราคา 15 บาท เพื่อเพิ่มคุ้มค่าให้กับผู้บริโภค ส่งผลให้ภาพรวมแบรนด์เติบโตมากกว่า 20% ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา ขณะที่แบรนด์หลักอย่าง ‘M-150’ ยังคงเป็นฮีโร่ในการขับเคลื่อนพอร์ตรายได้ โดยใช้กลยุทธ์ Multi-Price Point แยกเซกเมนต์ชัดเจน เพื่อเชื่อมผู้บริโภคสู่กลุ่มพรีเมียมและการรักษากลุ่มฐานรากได้อย่างเหนียวแน่น ได้แก่  ‘M-150 ฝาทอง’ สูตรพรีเมียม เพิ่มดี-ไรโบส เพิ่มแอล-อาร์จินีน และมีวิตามินบีสูง 4 ชนิด เพื่อช่วยฟื้นฟูร่างกายอย่างรวดเร็ว และ‘M-150 ฝาเหลือง’ เจาะกลุ่มฐานรากในราคาเข้าถึงง่าย และ ‘M-150 Sparkling’ รสชาติ Midnight Floral ในคอนเซปต์ Clean Energy เพื่อขยายฐานเข้าสู่กลุ่ม Gen Z โดยตรง


ในส่วนของกลุ่มเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริ้งค์ (Functional Drink) แบรนด์ ซี-วิท (C-Vitt) เครื่องดื่มวิตามินอันดับ 1 ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปีที่ผ่านมาครองส่วนแบ่งตลาด (Market Share) สูงถึง 77% และเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการขยายฐานลูกค้าใหม่ทุกกลุ่มวัย โดยเฉพาะการเปิดตัว ซี-วิท 0% น้ำตาล ที่ตอบโจทย์เทรนด์คนรักสุขภาพอย่างตรงจุด รวมถึงการดึงวงบอยแบนด์ขวัญใจคนรุ่นใหม่อย่าง “PROXIE” มาร่วมขยายฐานสู่กลุ่ม Gen Z เช่นเดียวกับแบรนด์ เป๊ปทีน (Peptein) ที่สร้างการเติบโตในระดับตัวเลขสองหลัก (Double-digit Growth) หลังจากปรับโฉมใหม่ พร้อมทำแคมเปญ "Brain Fast Charger ชาร์จสมองติดสปีด” เน้นการสร้าง Talkability ในกลุ่ม Gen Z ที่เปลี่ยนภาพจำของวิตามินซีให้กลายเป็นเครื่องดื่มประจำวันของคนรุ่นใหม่ ควบคู่ไปกับแบรนด์ คาลพิส แลคโตะ (Calpis Lacto) ที่เติมความสดชื่นในตลาดพรีเมียมด้วยการออกรสชาติใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น รสแตงโม และรสเมลอนญี่ปุ่น


ด้านกลยุทธ์การตลาด โอสถสภาเน้นการทำ Music Marketing Upgrade เพื่อสร้าง Local Engagement และ Lifestyle Experience ร่วมกับศิลปินระดับไอคอน เชื่อมโยงแบรนด์ M-150 เข้ากับความสนุก และพลังขับเคลื่อนชีวิตของคนไทย ผ่านกิจกรรมเต็มรูปแบบอย่าง "M-150 เอ็มพาวเวอร์คอนเสิร์ต" และแคมเปญ ‘ปลดหนี้ทุกชั่วโมง’ เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมและกระตุ้นการบริโภค ขณะที่ แบรนด์ "ฉลาม" และ "โสมอินซัม" ใช้กลยุทธ์ที่เข้าถึงใจคนท้องถิ่น (Local Insights) ผ่านกิจกรรม "รถแห่ไฮเทค" และศิลปินประจำถิ่น (Local Heroes) นำวัฒนธรรมพื้นบ้านมาผสมผสานกับเทคโนโลยีและความทันสมัย สร้างความสดใหม่ให้แบรนด์เข้าถึงอินไซต์ (Insight) กลุ่มเป้าหมายได้อย่างแท้จริง จนเกิดเป็นกระแส Talkability ทั้งบนแพลตฟอร์มออนไลน์และออนกราวด์


นอกจากนี้ โอสถสภายังได้ยกระดับนวัตกรรมและการตลาดโดยนำระบบ Data Analytics, Social Listening และเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยในการประมวลผลข้อมูลจากหลายแหล่ง (Multiple Sources) ทำให้ทีมงานสามารถวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค (Consumer Insight) ได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น ช่วยลดระยะเวลาการทำงาน และเปิดโอกาสให้บุคลากรได้คิดวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมทางธุรกิจ (Business Innovation) ใหม่ ๆ


ด้านการบริหารจัดการภายใน บริษัทฯ แสดงให้เห็นถึงวินัยทางการเงินและการบริหารต้นทุน (P&L Performance) ที่มีประสิทธิภาพสูง แม้ต้องเผชิญกับวิกฤตต้นทุนพลังงานและซัพพลายเชนในตลาดโลก โดยบริษัทฯ มีความได้เปรียบทางการแข่งขัน (Competitive Advantage) จากการมีโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วที่มีศักยภาพสูงและครบวงจร และมีความยืดหยุ่นสูง (Agility) ในการปรับตัวอย่างรวดเร็ว เช่น การปรับเปลี่ยนฝาลิโพจากสีขาวเป็นสีเงินเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนสารละลายสี (Solvent) ในช่วงสงคราม หรือการเปลี่ยนฉลากพลาสติกเป็นฉลากกระดาษเพื่อลดความเสี่ยงด้านซัพพลาย รวมถึงการจัดตั้งวอร์รูม (War Room) เพื่อบริหารจัดการวัตถุดิบอย่างใกล้ชิด ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถควบคุมค่าใช้จ่าย รักษาอัตรากำไรได้อย่างดีเยี่ยม โดยไม่ต้องผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภค และพร้อมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

Most Viewed
Stock of the Day
วันของปู่! SET ปิดพุ่งกระฉูด 35 จุด รับแรงซื้อคืนหุ้นใหญ่หนุนดัชนี DELTA-GULF-TRUE ยังเป็นเดอะแบก
Updated 23 hours ago
Fun of Funds
“BLUEBELL” ชี้ครึ่งปีหลังผลตอบแทนสินทรัพย์ “ต่างกันสุดขั้ว”... แนะ “เลือกถูกกลุ่ม” มากกว่าเลือกถูกตลาด เน้นธีมเติบโตชัดเจน ควบคู่ “หุ้นกู้” คุณภาพดี !!!
Updated 23 hours ago
Stock of the Day
ตะวันออกกลางเดือด ดันราคาน้ำมันฟื้น หนุนหุ้นพลังงาน-ปิโตรฯ พุ่งแรง โบรกฯ แนะเก็งกำไร PTTEP-PTTGC-IVL
Updated 1 day ago
Banking
ttb analytics จับมือ NCB เปิดอินไซต์เครดิตคนไทย ชี้ 40% คนไทยวัยทำงานยังไม่มีประวัติสินเชื่อในฐานข้อมูลเครดิต
Updated 1 day ago
Stock of the Day
3 มาตรการหนุนท่องเที่ยวไทย หุ้นโรงแรม-สายการบินครึ่งปีหลังเด่น
Updated 1 day ago
Follow Us