ทำความรู้จัก Amortizing Bond ตราสารหนี้ชนิดทยอยคืนเงินต้น
เมื่อพูดถึงตราสารหนี้ หลายคนมักนึกถึงการได้รับดอกเบี้ยเป็นงวด ๆ และรับเงินต้นคืนทั้งหมดเมื่อครบกำหนดอายุของตราสาร แต่จริง ๆ แล้ว ตราสารหนี้ไม่ได้มีแค่รูปแบบเดียว
หนึ่งในตราสารหนี้ที่ได้รับความนิยมในตลาดการเงิน โดยเฉพาะในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน, สินเชื่อที่อยู่อาศัย หรือการระดมทุนระยะยาว คือ Amortizing Bond หรือ ตราสารหนี้ชนิดทยอยคืนเงินต้น ซึ่งมีการชำระเงินที่แตกต่างจากพันธบัตรทั่วไป
Amortizing Bond คืออะไร?
Amortizing Bond คือ ตราสารหนี้ที่ผู้ออกตราสารจะทยอยชำระคืนเงินต้นบางส่วนให้แก่ผู้ลงทุนเป็นงวด ๆ ตลอดอายุของตราสาร พร้อมกับจ่ายดอกเบี้ยตามที่กำหนด แทนที่จะคืนเงินต้นทั้งหมดในวันครบกำหนดเพียงครั้งเดียว
พูดง่าย ๆ คือ ผู้ลงทุนจะได้รับทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยกลับมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งครบกำหนดอายุของตราสาร ซึ่งเงินต้นจะถูกชำระคืนหมดพอดี
ยกตัวอย่างการจ่ายเงิน
สมมติผู้ลงทุนซื้อ Amortizing Bond มูลค่า 1,000,000 บาท อายุ 5 ปี
แทนที่จะได้รับเงินต้น 1 ล้านบาทเมื่อครบปีที่ 5 เพียงครั้งเดียว ผู้ออกตราสารอาจกำหนดให้ทยอยคืนเงินต้นปีละ 200,000 บาท พร้อมจ่ายดอกเบี้ยในแต่ละปี
ลักษณะการรับเงินจะเป็นดังนี้
-
ปีที่ 1 ได้รับเงินต้นคืน 200,000 บาท และได้รับดอกเบี้ยที่คำนวณจากเงินต้น 1,000,000 บาท
-
ปีที่ 2 ได้รับเงินต้นคืนอีก 200,000 บาท และได้รับดอกเบี้ยที่คำนวณจากเงินต้นคงเหลือ 800,000 บาท
-
ปีที่ 3 ได้รับเงินต้นคืน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยที่คำนวณจากเงินต้นคงเหลือ 600,000 บาท
-
ปีที่ 4 ได้รับเงินต้นคืน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยจากเงินต้นคงเหลือ 400,000 บาท
-
ปีที่ 5 ได้รับเงินต้นคืนงวดสุดท้าย 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยจากเงินต้นคงเหลือ 200,000 บาท
ดังนั้น เมื่อเงินต้นค่อยๆ ลดลง ดอกเบี้ยที่ได้รับในแต่ละงวดก็จะลดลงตามไปด้วย เนื่องจากคำนวณจากยอดเงินต้นคงเหลือ ไม่ใช่ยอดเงินต้นเดิมทั้งหมด
ข้อดีของ Amortizing Bond
1.ลดความเสี่ยงด้านเครดิต
เนื่องจากผู้ลงทุนได้รับเงินต้นคืนอย่างต่อเนื่อง หากผู้ออกตราสารประสบปัญหาทางการเงินในช่วงท้ายของอายุพันธบัตร ผู้ลงทุนก็ได้รับเงินต้นกลับมาแล้วบางส่วน ทำให้ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นน้อยกว่าพันธบัตรทั่วไปที่คืนเงินต้นครั้งเดียวเมื่อครบกำหนด
2.ช่วยบริหารกระแสเงินสด
ผู้ลงทุนได้รับเงินต้นคืนเป็นระยะ จึงสามารถนำเงินไปลงทุนต่อ หรือใช้เป็นกระแสเงินสดสำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้ โดยไม่ต้องรอจนตราสารครบกำหนด
3.เหมาะกับสินทรัพย์ที่สร้างรายได้สม่ำเสมอ
ตราสารประเภทนี้มักใช้กับโครงการที่มีรายรับเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เช่น ค่างวดสินเชื่อบ้าน, รายได้จากโครงการโครงสร้างพื้นฐาน, หรือโครงการสาธารณูปโภค ซึ่งช่วยให้ผู้ออกตราสารสามารถนำรายรับมาทยอยชำระคืนเงินต้นได้
ข้อควรพิจารณา
แม้ Amortizing Bond จะช่วยลดความเสี่ยงด้านเงินต้น แต่ก็มีข้อควรคำนึง เช่น
-
ดอกเบี้ยที่ได้รับจะค่อย ๆ ลดลงตามยอดเงินต้นคงเหลือ
-
ผู้ลงทุนอาจเผชิญ Reinvestment Risk หรือความเสี่ยงจากการนำเงินที่ได้รับคืนไปลงทุนใหม่ หากอัตราดอกเบี้ยในตลาดลดลง ผลตอบแทนจากการลงทุนใหม่อาจต่ำกว่าที่คาดไว้
-
การคำนวณผลตอบแทนและกระแสเงินสดมีความซับซ้อนกว่าพันธบัตรทั่วไป เนื่องจากมีการทยอยคืนเงินต้นระหว่างอายุของตราสาร
Amortizing Bond นิยมใช้กับตราสารประเภทใด?
Amortizing Bond พบได้บ่อยในตราสารที่มีสินทรัพย์รองรับและสร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอ เช่น
-
ตราสารหนี้ที่อ้างอิงสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Mortgage-Backed Securities: MBS)
-
ตราสารที่มีสินเชื่อเป็นสินทรัพย์อ้างอิง (Asset-Backed Securities: ABS)
-
พันธบัตรหรือหุ้นกู้ที่ใช้ระดมทุนสำหรับโครงการโครงสร้างพื้นฐาน
-
การระดมทุนของโครงการสาธารณูปโภคหรือพลังงานบางประเภท
เหมาะกับใคร?
Amortizing Bond อาจเหมาะกับผู้ลงทุนที่
-
ต้องการกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ
-
ต้องการลดความเสี่ยงจากการรอรับเงินต้นก้อนใหญ่เมื่อครบกำหนด
-
มีแผนนำเงินต้นที่ได้รับไปลงทุนต่อหรือใช้จ่ายเป็นระยะ
ในทางกลับกัน ผู้ที่ต้องการรับดอกเบี้ยในจำนวนคงที่ตลอดอายุของตราสาร หรือมีแผนใช้เงินต้นก้อนใหญ่ในอนาคต อาจมองว่าพันธบัตรแบบทั่วไป (Bullet Bond) เหมาะสมมากกว่า
สรุป
Amortizing Bond หรือ ตราสารหนี้ชนิดทยอยคืนเงินต้น เป็นตราสารหนี้ที่ผู้ออกจะทยอยชำระคืนเงินต้นให้แก่ผู้ลงทุนตลอดอายุของตราสาร พร้อมจ่ายดอกเบี้ยตามยอดเงินต้นคงเหลือ ทำให้ผู้ลงทุนได้รับกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง และช่วยลดความเสี่ยงด้านเงินต้นเมื่อเวลาผ่านไป
แม้ดอกเบี้ยจะค่อยๆ ลดลงตามยอดเงินต้นที่เหลือ และผู้ลงทุนอาจเผชิญความเสี่ยงจากการนำเงินไปลงทุนต่อ แต่สำหรับผู้ที่ต้องการกระแสเงินสดสม่ำเสมอและต้องการลดความเสี่ยงด้านเครดิต Amortizing Bond ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจในการลงทุนในตราสารหนี้

