SGP โชว์ผลงาน Q2/69 กำไรพุ่ง 576% YoY ดันกำไรครึ่งปีแรกทำ All Time High ใหม่ แตะ 4,174 ลบ.
บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SGP ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 แข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยมีรายได้รวม 22,637.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 2,630.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 576.4% จากไตรมาส 2/2568 ซึ่งมีผลขาดทุนสุทธิ 552.14 ล้านบาท สะท้อนการฟื้นตัวของความสามารถในการทำกำไรอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 45,807.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.9% YoY และมีกำไรสุทธิ 4,174.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,095.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้นเป็น 4,121.88 ล้านบาท จากขาดทุน 434.78 ล้านบาท ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 หรือเติบโต 1,048.0% พร้อมมีกำไรต่อหุ้น 2.24 บาท เพิ่มขึ้นจากขาดทุนต่อหุ้น 0.24 บาทในปีก่อน
นายศุภชัย วีรบวรพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SGP กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 และช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจ LPG ของบริษัท โดยเฉพาะความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและการดำเนินงานท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลังงาน ขณะที่การเติบโตของยอดขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการฟื้นตัวของอัตรากำไร เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันผลประกอบการให้เติบโตอย่างโดดเด่น
“ผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่สำคัญของ SGP โดยกำไรสุทธิสามารถสร้างสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ (All Time High) สะท้อนถึงศักยภาพในการดำเนินธุรกิจและความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเรายังคงให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุน การรักษาความสามารถในการแข่งขัน และการเพิ่มประสิทธิภาพในทุกส่วนของธุรกิจ เพื่อสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในระยะยาว” นายศุภชัยกล่าว
สำหรับ EBITDA ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 6,229.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 479.5% YoY ขณะที่ EBITDA Margin ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 3.44% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 13.60% สะท้อนการฟื้นตัวของประสิทธิภาพการดำเนินงานและความสามารถในการสร้างผลกำไร
ด้านธุรกิจ LPG ในประเทศ บริษัทฯ สามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันได้ดี โดยมียอดขาย LPG รวมในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 จำนวน 419,673 ตัน เพิ่มขึ้น 1.0% YoY ขณะที่ตลาด LPG รวมของประเทศหดตัว 0.25% ส่งผลให้บริษัทสามารถเติบโตได้ดีกว่าตลาด และรักษาตำแหน่งผู้ประกอบการอันดับ 2 ด้วยส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 22%
ขณะที่ธุรกิจ LPG ในต่างประเทศยังเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยยอดขาย LPG รวมในต่างประเทศช่วง 6 เดือนแรกอยู่ที่ประมาณ 1.27 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 24.5% YoY แม้ยอดขายในไตรมาส 2 จะชะลอลงจากไตรมาสแรกซึ่งมีฐานยอดขายที่สูงเป็นพิเศษ โดยธุรกิจ Offshore Trading ยังคงเป็นธุรกิจหลัก คิดเป็น 61% ของยอดขาย LPG ต่างประเทศในไตรมาส 2 และได้รับประโยชน์จากเครือข่ายการค้าครอบคลุมหลายประเทศในเอเชีย
นายศุภชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทมองว่าปัจจัยพื้นฐานของธุรกิจยังมีโอกาสเติบโตได้อีกจากความต้องการใช้ LPG ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศที่บริษัทมีเครือข่ายการดำเนินงานและฐานลูกค้าที่หลากหลาย ขณะเดียวกันบริษัทจะยังคงติดตามสถานการณ์ราคาพลังงานและความผันผวนของตลาดโลกอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารความเสี่ยงด้านต้นทุนและการจัดหาอย่างรอบคอบ
“ในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทจะมุ่งรักษาโมเมนตัมของผลการดำเนินงาน โดยให้ความสำคัญกับการรักษาฐานลูกค้าเดิม การขยายโอกาสทางธุรกิจในตลาดที่มีศักยภาพ รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและการบริหารต้นทุน เราเชื่อว่าด้วยความแข็งแกร่งของธุรกิจ LPG และเครือข่ายการดำเนินงานในต่างประเทศ จะช่วยให้ SGP สามารถรับมือกับความผันผวนของตลาด และเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว” นายศุภชัยกล่าว
พร้อมกันนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นเงินสดจากผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 ในอัตรา 0.20 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิเงินปันผล (XD) ในวันที่ 24 สิงหาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 8 กันยายน 2569 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมและส่งมอบคุณค่าจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งกลับคืนสู่ผู้ถือหุ้น
