Official Update :

GLOCON แจ้งข่าวลุยขายลูกชิ้นหุ้นขึ้น 3.15 % ส่วน CI ราคาหุ้นวิ่ง 4 วันติดบวกไปแล้ว 54.13 %

#หุ้นซิ่งReport วันนี้หุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กยังพบความคึกคักอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด บริษัท โกลบอล คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOCON ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัทได้เข้าทำรายการ ซื้อกิจการ บริษัท พงษ์-ศรา แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด (PSM) และบริษัท พงษ์-ศรา ดิสทริบิวชั่น จำกัด (PSD) ผู้ผลิตและจำหน่ายลูกชิ้นเบอร์ 1 ของเมืองไทย ภายใต้แบรนด์ “ลูกชิ้นทิพย์” ในสัดส่วน  70 % ของจำนวนหุ้นทั้งหมดจากผู้ถือหุ้นเดิม ผลักดันราคาหุ้นขึ้นไปแล้ว 3.15 % มาอยู่ที่ 1.31ในขณะที่หุ้นร้อนอย่าง CI ราคาหุ้นบวกอย่างร้อนแรงเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน โดยวันนี้บวกไปอยู่ที่ 1.51 บาท หรือเพิ่มขึ้น 14.39 % รวม 4 วัน ราคาหุ้นวิ่งจากราคา 0.91 บาท บวกไปแล้ว 54.13 %



GLOCON
ซื้อกิจการลูกชิ้นทิพย์

นายนพพร ภัทรรุจี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกลบอล คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOCON ผู้นำการผลิตและจำหน่ายสินค้าอาหารและบรรจุภัณฑ์ เปิดเผยว่า ล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) ได้พิจารณาเห็นชอบแนวทางการเข้าซื้อกิจการ บริษัท พงษ์-ศรา แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด (PSM) และบริษัท พงษ์-ศรา ดิสทริบิวชั่น จำกัด (PSD) ผู้ผลิตและจำหน่ายลูกชิ้นเบอร์ 1 ของเมืองไทย ภายใต้แบรนด์ “ลูกชิ้นทิพย์” ในสัดส่วนร้อยละ 70 ของจำนวนหุ้นทั้งหมดจากผู้ถือหุ้นเดิม คาดสามารถเจรจาต่อรองเงื่อนไข พร้อมชำระเงินและโอนหุ้นของ PSM และ PSD แล้วเสร็จไตรมาส 1 ปี 2565


โดยการเข้าซื้อหุ้น PSM และ PSD ครั้งนี้ ทำให้บริษัทฯสามารถขยายไลน์ผลิตภัณฑ์กลุ่มอาหารให้มีความหลากหลาย และเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย โดยเฉพาะตลาดภายในประเทศได้ทุกรูปแบบ ทั้งค้าส่ง (Wholesale), ค้าปลีก (Retail) ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของ PSD รวมไปถึงช่องทาง Modern Trade ช่วยขยายฐานการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้ครอบคลุมมากขึ้น หนุนศักยภาพการแข่งขัน เพิ่มขีดความสามารถการทำกำไรได้ดียิ่งขึ้น เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุน


นายนพพร บอกเพิ่มเติมว่า สำหรับเงินทุนในการซื้อกิจการครั้งนี้ ส่วนหนึ่งจะมาจากการเพิ่มทุน และการเสนอขายหุ้นกู้ ซึ่งที่ประชุมบอร์ดได้อนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทจำนวน 984 ล้านบาท จากเดิม 2,658 ล้านบาท เป็น 3,643 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 984 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เพื่อเสนอขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น พร้อมรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทครั้งที่ 5 (GLOCON-W5) และรองรับการปรับสิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทครั้งที่ 4 (GLOCON-W4) พร้อมทั้งได้อนุมัติการออกและเสนอขายตราสารหนี้ ประเภทหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิและไม่มีหลักประกัน วงเงินไม่เกิน 1,000 ล้านบาท เพื่อเสริมแกร่งสภาพคล่องทางการเงิน ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับแผน M&A ต่อจิ๊กซอว์การเติบโตก้าวกระโดดตามแผนที่วางไว้ ตอกย้ำวิสัยทัศน์การก้าวสู่ความเป็น “ผู้นำอุตสาหกรรมด้านการผลิตอาหารระดับโลก”


โดยบริษัทฯกำหนดออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Right Offering : RO) จำนวน 423 ล้านหุ้น อัตราส่วน 5 หุ้นสามัญเดิม ต่อ 1 หุ้นสามัญเพิ่มทุน ราคาเสนอขายหุ้นละ 90 สตางค์ กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน (Record Date) วันที่ 8 ธันวาคม 2564 ซึ่งกำหนดจองซื้อและชำระเงินระหว่างวันที่ 4-7 มกราคม 2565 และวันที่ 10 มกราคม 2565 พร้อมเตรียมออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทครั้งที่ 5 (GLOCON-W5) อายุ 2 ปี ให้กับผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Warrant-RO) จำนวน 519 ล้านหน่วย ในอัตราส่วน 6 หุ้นสามัญ ต่อ 1 ใบสำคัญแสดงสิทธิ ราคาใช้สิทธิหุ้นละ 1.50 บาท ซึ่งกำหนดจะนำเข้าขอมติจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2654 วันศุกร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2564 ผ่านรูปแบบการประชุมอิเล็กทรอส์ (E-Meeting)



CI ราคาหุ้นวิ่งไม่หยุด

ความเคลื่อนไหวของ CI พบว่า ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรง 4 วันติดต่อกัน โดยล่าสุดราคาหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 0.91 บาท ในวันที่ 12 ต.ค. มาอยู่ที่ 1.51 บาท หรือบวกไปแล้ว 54.13 %  ในเชิงธุรกิจนั้น ล่าสุด บริษัทได้เข้าสู่วงการ คริปโตเคอเรนซี่ โดย นายสงกรานต์ อิสสระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมมือกับ BITKUB บริษัทชั้นนำด้านสินทรัพย์ดิจิทัล และผู้ให้บริการเทคโนโลยีบล็อกเชน ทั้งด้านบริการผ่านแพลตฟอร์ม Crypto Exchange และงานด้านให้ความรู้ ผ่าน Bitkub Academy ขยายช่องทางการให้บริการแก่ลูกค้า ให้สามารถเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์  


ทั้งคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว บ้านพักตากอากาศ รวมถึงจองที่พัก โรงแรม ในกลุ่มชาญอิสสระผ่านสกุลเงินดิจิทัล หรือ คริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) ซึ่งเป็นกลุ่มตลาด ที่มีความน่าสนใจ เป็นเทรนด์การดำเนินชีวิตของคนยุคใหม่ที่ปรับเปลี่ยนไปตามสมัยนิยม ให้มีความสะดวก รวดเร็ว เข้าถึงการซื้ออสังหาริมทรัพย์ได้ง่ายขึ้น อีกทั้งการที่ BITKUB เติบโตแบบก้าวกระโดดเป็นตัวสะท้อน ให้เห็นว่าการลงทุนในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ทั้งบิตคอยน์ ตลอดจนคริปโทเคอร์เรนซี และโทเคนดิจิทัลอื่นๆ ในประเทศไทย ได้รับความสนใจอย่างมาก และขยายเป็นวงกว้างขึ้นทั้งกับกลุ่มนักลงทุนยุคใหม่ที่ชื่นชอบความ ทันสมัยของเทคโนโลยี และผู้ที่ชอบการลงทุนแบบใหม่ๆ 


ความร่วมมือกับ BITKUB ในครั้งนี้ได้นำทุกโครงการของบริษัทและบริษัทในเครือรวม 13 โครงการ ทั้งคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว บ้านพักตากอากาศ รวมถึงโรงแรม ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เปิดรับสกุลเงินดิจิทัล ใช้คริปโทฯ เป็นเจ้าของอสังหาฯ พร้อมวางเงินจอง เงินดาวน์ เงินโอนได้ 100% ของราคาบ้านหรือห้องชุด ใช้แลกเปลี่ยนเป็นค่าที่พัก เมื่อใช้บริการโรงแรม รวมทั้งค่าใช้จ่ายส่วนกลาง หรือ Sinking Fund ผ่านเหรียญ 4 สกุลเงินที่ได้รับความนิยมและมีโอกาสเติบโตในอนาคต ได้แก่ Bitcoin (BTC), Ethereum (ETH), USDC และ USDT โดยผู้ซื้อสามารถดำเนินการผ่าน Wallet จากบัญชี BITKUB ซึ่งจะเริ่มใช้งานได้ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2564 เป็นต้นไป

ไชยรัตน์ ศรีสุข

บรรณาธิการหุ้นและการลงทุน Wealthythai.com