CREDIT มั่นใจพอร์ต สินเชื่อโตแตะ 2 แสนลบ. ดัน ROE สูง 20%-คุม NPL ต่ำ 4.5% ครึ่งปีหลังส่งสินเชื่อใหม่ช่วย Micro SME
CREDIT เดินหน้าขยายพอร์ตสินเชื่อโต 2 หลัก แตะ 2 แสนล้านบาท หลังครึ่งปีแรกทำได้ 1.94 แสนล้านบาท ตั้งเป้าดัน ROE โต 16-20% พร้อมคุม NPL ต่ำ 4.5% และดัน NIM สู่ระดับ 7.5-8% เร่ง Digital Transformation 2.0 ใช้ AI-Cloud ลดต้นทุน พร้อมส่งสินเชื่อใหม่เจาะ Micro SME-ลูกค้าบุคคล
นายรอยย์ ออกุสตินัส กุนารา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT เปิดเผยว่า ธนาคารยังคงเป้าหมายการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อในอัตราเลขสองหลัก (Double Digit) หรือแตะระดับ 200,000 ล้านบาท หลังจากช่วงครึ่งปีแรกธนาคารสามารถผลักดันสินเชื่อปล่อยใหม่ขยายตัว 13.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สู่ระดับ 194,080.5 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ในรอบหลายปี
ขณะเดียวกันธนาคารจะรักษาอัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ให้อยู่ในกรอบ 16.0–20% ซึ่งปัจจุบันในครึ่งปีแรกทำได้แล้วที่ 16.1% โดยมองว่าธนาคารมีศักยภาพที่จะดัน ROE ไปถึง 20% หากสภาวะเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้นตัวอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ ธนาคารยังให้ความสำคัญกับการรักษาคุณภาพสินทรัพย์ โดยตั้งเป้าควบคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) ให้ต่ำกว่า 4.5% ซึ่งในครึ่งปีแรกทำได้ดีกว่าเป้าหมายที่ระดับ 4.3% ขณะที่ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) คาดการณ์ว่าจะอยู่ในช่วง 7.5-8% หลังจากทำได้ 7.2% ในไตรมาส 2/69
นอกจากนี้ธนาคารอยู่ระหว่างการขับเคลื่อนโครงการ Digital Transformation 2.0 เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ Core Banking ใหม่ที่ทำงานบน Cloud เต็มรูปแบบเช่นเดียวกับ Virtual Bank เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานและลดต้นทุนในระยะยาว โดยใช้กลยุทธ์ Slow is Fast หรือการเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างระบบที่แข็งแกร่งแทนการเร่งเปิดตัว เพื่อให้สามารถรองรับการเติบโตในอนาคตได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ธนาคารตั้งเป้าหมายเป็น Low Cost Business Provider โดยอาศัยเทคโนโลยี AI และ Cloud เข้ามาช่วยบริหารจัดการต้นทุน
ส่งโปรดักต์ช่วยผู้ประกอบการรายย่อย
ในครึ่งปีหลังธนาคารเตรียมส่งผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ Micro SME และลูกค้าบุคคล ได้แก่
'สินเชื่อ SME กล้าช่วย' สำหรับผู้ประกอบการมีที่ดินเปล่าหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแต่มีประวัติเครดิตที่ไม่สมบูรณ์
สินเชื่อรวมหนี้ ผ่านผลิตภัณฑ์ Consumer Loan และ Home for Cash (บ้านแลกเงิน) ที่ช่วยให้ลูกค้ารวมหนี้จากหลายสถาบันมาไว้ที่เดียว เพื่อลดภาระดอกเบี้ยให้เหลือต่ำกว่า 10% และขยายระยะเวลาผ่อนชำระให้นานขึ้น
Virtual Bank ไม่กระทบ
ส่วนประเด็นการเข้ามาของ Virtual Bank นายรอยย์ มองว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อธนาคารในระยะสั้น เนื่องจาก CREDIT มีจุดแข็งที่แตกต่างด้วยเครือข่ายสาขาสินเชื่อกว่า 500 แห่ง และใช้โมเดลแบบ Hybrid ที่ผสมผสานระหว่างการวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกับการใช้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ทำความเข้าใจลูกค้า
ปันผลเน้นเสถียรภาพ
ด้านโยบายการจ่ายเงินปันผลปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 30% ของกำไรสุทธิ โดยธนาคารจะยังคงรักษาอัตราการจ่ายให้มีความเสถียร เนื่องจากสถานะของบริษัทเป็น Growth Company ที่จำเป็นต้องสำรองเงินทุนไว้เพื่อรองรับการเติบโตและสร้างผลตอบแทนที่ดีเยี่ยมให้แก่นักลงทุนในอนาคต
