ก.ล.ต. ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 4 ราย กรณีร่วมกันสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหุ้น TPL
ก.ล.ต. เปิดเผยการดำเนินคดีด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 4 ราย กรณีร่วมกันสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหุ้นบริษัท ไทยพาร์เซิล จำกัด (มหาชน) (TPL) โดยเรียกให้ชำระเงินตามมาตรการลงโทษทางแพ่งรวม 20,293,332 บาท พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลาดหลักทรัพย์ฯ) เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2566 และตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ในวันที่ 30 มิถุนายน 2566 ซึ่งเป็นวันแรกที่หุ้น TPL ได้เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ผู้กระทำความผิด 4 ราย ได้แก่ (1) นางสาวอรอร อัครเศรณี (2) นายภควันต์ วงษ์โอภาสี (3) นางสาวอริสษา สิงห์ซอม และ (4) นางสาวกัญจนารัศม์ วงศ์พันธุ์ ซึ่งมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน ในด้านความสัมพันธ์ส่วนบุคคลและความสัมพันธ์ด้านธุรกิจ ได้ร่วมกันโดยแบ่งหน้าที่กันสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหุ้น TPL
ทั้งนี้ ผู้กระทำความผิดทั้ง 4 ราย มีพฤติกรรมส่งคำสั่งเสนอซื้อหุ้น TPL ในราคาสูงและปริมาณมากในช่วงก่อนเปิดตลาดทำให้ราคาหุ้น TPL เปิดตลาดสูงกว่าราคา IPO ส่งคำสั่งเคาะซื้อผลักดันราคาและจับคู่ซื้อขายระหว่างกันในช่วงระหว่างวันเพื่อกระตุ้นให้ผู้ลงทุนอื่นซื้อขายตาม ครองคำเสนอซื้อหลายระดับราคาเพื่อไม่ให้ราคาปรับตัวลดลง รวมทั้งขัดขวางผู้ลงทุนรายอื่นทำให้ผู้ลงทุนรายอื่นต้องส่งคำสั่งซื้อในราคาที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาหุ้น TPL ปรับตัวสูงขึ้น อันเป็นการทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อหรือขายหุ้น TPL และทำให้ราคาหุ้นหรือปริมาณการซื้อหรือขายหุ้น TPL ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด
การกระทำของกลุ่มผู้กระทำความผิดจำนวน 4 รายข้างต้น เป็นความผิดฐานร่วมกันสร้างราคาหลักทรัพย์ตามมาตรา 244/3 (1) (2) ประกอบมาตรา 244/5 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งต้องระวางโทษตามมาตรา 296 มาตรา 296/1 และมาตรา 296/2 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน
คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) มีมติให้นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับ* กับผู้กระทำความผิดทั้ง 4 รายดังกล่าว โดยกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่ง ดังนี้
(1) ให้นางสาวอรอร ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 18,535,833 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นเวลา 11 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์เป็นเวลา 22 เดือน
(2) ให้นายภควันต์ ชำระค่าปรับทางแพ่ง และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 585,833 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นเวลา 8 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์เป็นเวลา 16 เดือน
(3) ให้นางสาวอริสษา และนางสาวกัญจนารัศม์ ชำระค่าปรับทางแพ่ง และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้นคนละ 585,833 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นเวลาคนละ 6 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์เป็นเวลาคนละ 12 เดือน
มาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด ได้แก่ การกำหนดระยะเวลาห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร และห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดังกล่าวข้างต้น จะมีผลตามที่ระบุในบันทึกการยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด หากผู้กระทำความผิดไม่ยินยอม ก.ล.ต. จะมีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลแพ่งเพื่อกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งในอัตราที่อัตราสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติโดยไม่ต่ำกว่าอัตราที่ ค.ม.พ. กำหนด
ทั้งนี้ เงินค่าปรับทางแพ่งและเงินค่าชดใช้คืนผลประโยชน์ที่ได้รับจากการกระทำความผิดเป็นรายได้แผ่นดินที่นำส่งกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ : * มาตรา 317/1 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2559 ให้การกระทำความผิดอาญาตามบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าวดำเนินมาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิดได้
อ่านรายละเอียด “การดำเนินมาตรการลงโทษทางแพ่ง (Civil Sanctions)” ได้ที่ https://www.sec.or.th/TH/Pages/LawandRegulations/CivilPenalty.aspx
