DELTA ปิดพุ่ง 7.81% โบรกฯ ปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” ชูเป้าใหม่ 320 บาท อัพกำไรปี 70-71 มองดีมานด์ AI หนุนกำไรปี 70 โต 51%
DELTA ปิดพุ่ง 8% หลังนักวิเคราะห์ปรับเพิ่มคำแนะนำจาก “ลดน้ำหนักการลงทุน” สู่ “ซื้อ” พร้อมขยับราคาเป้าหมายเป็น 320 บาท หลังปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2570-2571 ขึ้น 20% มองความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI หนุนการเติบโต ขณะที่คาดกำไรปี 2570 เร่งตัว 51% จากปีก่อน
วันนี้ (7 ก.ย.69) ราคาหุ้นของ บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ระดับ 276.00 บาท เพิ่มขึ้น 20 บาท หรือ 7.81% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 8,713.42 ล้านบาท
ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ปรับเพิ่มคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” สำหรับหุ้น DELTA จากเดิม “ลดน้ำหนักการลงทุน” พร้อมทั้งปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นสู่ระดับ 320.00 บาท จากเดิม 244.00 บาท ตามการปรับประมาณการกำไรขึ้น อย่างไรก็ดี ด้วยราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลง 30% ในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้นปัจจุบันจึงยังไม่ได้สะท้อนความคาดหมายเกี่ยวกับการปรับขึ้นราคาสินค้าเพื่อชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้นแต่อย่างใด
โดยการชะลอตัวของกำไรในไตรมาส 2/69 โดยลดลง 33% จากไตรมาสก่อน ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการหดตัวของอัตรากำไรขั้นต้น ได้เป็นปัจจัยกดดันให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา บล.กรุงศรี มีมุมมองสอดคล้องกับตลาดว่า DELTA มีแนวโน้มที่จะไม่สามารถปรับขึ้นราคาสินค้าเพื่อชดเชยแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งรวมถึงแผงวงจรพิมพ์ (PCB) และไดโอด ในช่วงไตรมาส 3/69 และไตรมาส 4/69 ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นจะทรงตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 29% ในช่วงครึ่งปีหลัง 2569
อย่างไรก็ตาม ประเมินว่า DELTA จะสามารถปรับขึ้นราคาสินค้าได้โดยเริ่มต้นในช่วงปี 2570 หรืออาจเร็วกว่านั้น หนุนโดยปริมาณความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI อาทิ ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวและอุปกรณ์จ่ายไฟ
ในขณะที่ บล.กรุงศรี ยังคงประมาณการกำไรสำหรับปี 2569 ไว้ตามเดิมที่ 32.8 หมื่นล้านบาท หรือเติบโต 32% จากปีก่อน โดยได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสำหรับช่วงปี 2570-2571 ขึ้น 20% เพื่อสะท้อนความสามารถของ DELTA ในการปรับขึ้นราคาสินค้าเพื่อชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2/69 ปัจจัยดังกล่าวส่งผลบวกต่อทั้งรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นในช่วงปี 2570-2571
นอกจากนี้ ยังได้ปรับปรุงสมมติฐานรายได้ในกลุ่มสินค้า Power Electronics เพื่อสะท้อนความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ของกลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ (hyperscalers) จากประมาณการใหม่ โดยคาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตของกำไรจะเร่งตัวขึ้นสู่ระดับ 51% ในปี 2570 จาก 42% ในปี 2569
