Official Update :

เทียบฟอร์ม! 3 บริษัทธุรกิจสื่อทีวีในตลาดหุ้นไทย

ในช่วงที่เหลือของปีนี้ยังมีหุ้นไอพีโอใหม่ๆที่รอการเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์อยู่หลายหลักทรัพย์ ซึ่งมีกลุ่มธุรกิจหลายประเภท แต่ประเภทที่เราจะหยิบยกมาเล่ากันในครั้งนี้คือธุรกิจผลิตสื่อและคอนเทนต์ ซึ่งปัจจุบันบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยมีหุ้นที่ประกอบเป็นธุรกิจสื่อทีวีอยู่หลายช่อง แต่ที่ปรากฎหลักๆ เช่น WORK, BEC เป็นต้น และมีหุ้นที่เตรียมเข้าจดทะเบียนซื้อขายใหม่อย่าง บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ONEE


เริ่มกันที่ ONEE ผู้นำธุรกิจสื่อและความบันเทิงแบบครบวงจร แน่นอนว่านักลงทุนและบุคคลทั่วไปย่อมจะรู้จักช่อง ONE 31 และช่อง GMM 25 ขณะเดียวกันนอกเหนือจากธุรกิจผลิตรายการ บริหารลิขสิทธิ์ และให้บริการช่องโทรทัศน์ แล้วยังมี ธุรกิจผลิตรายการวิทยุ ผ่านรายการวิทยุ EFM ,GREENWAVE และรายการ Chill Online นอกจากนี้ยังมีธุรกิจจัดอีเวนต์ เช่น งานพบปะกับศิลปิน (Fan Meeting) งานคอนเสิร์ต สำหรับสัดส่วนรายได้หลักของ ONNE ตามข้อมูลในไฟลิ่ง หรือแบบแสดงรายการข้อมูลมาจากรายได้จากการผลิตรายการ บริหารลิขสิทธิ์ และให้บริการช่องโทรทัศน์ ซึ่งมีสัดส่วนมากถึง 79% ของรายได้ทั้งหมดของบริษัทในงวดครึ่งแรกของปี 64


สำหรับแผนการระดมทุน กลุ่ม ONEE จะเสนอขายหุ้นไอพีโอ จำนวนไม่เกิน 496,252,500 หุ้น คิดเป็น 20.84% ของหุ้นทั้งหมดหลังไอพีโอ แบ่งเป็น 1.หุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 476,250,000 หุ้น และ 2.หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดยผู้ถือหุ้นเดิม (บริษัท ซีเนริโอ จำกัด) จำนวนไม่เกิน 20,002,500 หุ้น โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย ส่วนวัตถุประสงค์ในการระดมทุนจะนำเงินที่ได้ไปขยายธุรกิจ ปรับโครงสร้างเงินทุนด้วยการชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในธุรกิจ


ข้ามมากันที่ บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ WORK ที่ประกอบธุรกิจหลัก คือ (1) การผลิตรายการเพื่อออกอากาศผ่านช่องทางโทรทัศน์และช่องทางออนไลน์ (2) ธุรกิจจัดละครเวทีและคอนเสิร์ต (3) ธุรกิจรับจ้างจัดงาน และ (4) ธุรกิจการขายสินค้าและบริการ โดย WORK เป็นหนึ่งในช่องทีวีดิจิทัลที่ได้รับกระความนิยมอย่างต่อเนื่องด้วยรูปแบบรายการวาไรตี้เป็นดึงดูดผู้ชมได้อย่างต่อเนื่อง


ขณะที่สัดส่วนรายได้หลักๆของ WORK ยังคงมาจากรายได้ที่มาจากธุรกิจรายการโทรทัศน์ ซึ่งประกอบไปด้วยรายได้จากการขายโฆษณาและโปรโมทในช่วงเวลาต่างๆของช่อง รวมถึงรายได้จากการให้เช่าช่วงเวลาแก่บุคคลอื่นเพื่อออกอากาศในช่อง WORKPOINT นอกจากนี้ยังมีรายได้จากการจัดคอนเสิร์ต และรายได้จากการขายสินค้า


นอกจากนี้ล่าสุดยังมีช่องทางเพิ่มรายได้อื่นๆจากการที่ร่วมกับ SCB10X บริษัทในเครือธนาคารไทยพาณิชย์ ลงทุนใน TPOP Incorporation เดินหน้ารุกตลาดดิจิทัลไลฟ์สไตล์เอ็นเตอร์เทนเมนท์ และพัฒนาแอปพลิเคชันภายใต้ชื่อ “T-POP” เพื่อใช้โหวตและติดตามข่าวสารของศิลปิน ซึ่งมาจากรายการ T-POP Stage ที่จัดอันดับเพลงที่รวบรวมศิลปินจากทุกค่ายมาทำการแสดง ในช่อง WORK Point


โดยคาดหวังทำรายได้ในส่วน On ground, Online และทีวี ตั้งเป้าหมายกลุ่มคนดูคนรุ่นใหม่และแฟนคลับ สำหรับการร่วมพัฒนา application T-POP ร่วมกับ SCB10X ในการพัฒนาระบบชำระเงิน (payment gateway) ให้กับแอปพลิเคชัน และมีแผนต่อยอดสู่การวางรากฐานระบบนิเวศ (ecosystem) ด้านสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีนวัตกรรมการเงินสามารถรองรับการทำ NFT (Non fungible token)


และปิดท้ายที่ BEC หรือ บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจหลัก คือ (1) กลุ่มธุรกิจผลิตรายการเพื่อออกอากาศผ่านช่องทางโทรทัศน์และช่องทางออนไลน์ และการจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์รายการ เป็นต้น และ (2) ธุรกิจสนับสนุน ได้แก่ การให้บริการสารสนเทศ อุปกรณ์ห้องสตูดิโอ และ บริหารถือครองและเช่าสินทรัพย์ เป็นต้น โดย BEC มีช่องรายการที่ผลิตคอนเทนต์ และให้เช่าช่วงเวลาออกอากาศทางช่อง 3HD ซึ่งมีทั้งรายการข่าว วาไรตี้ ละคร ที่เป็นที่นิยมของประชาชนทั่วไป


ทั้งนี้ BEC มีรายได้จากการขายเวลาโฆษณาคิดเป็นสัดส่วน 81% ของรายได้รวม และส่วนที่เหลือเป็นรายได้เช่น จากการให้ใช้ลิขสิทธิ์และบริการอื่น จากการจัดคอนเสิร์ตและแสดงโชว์ รวมถึงรายได้การขายสินค้า


สำหรับแผนธุรกิจของ BEC ต่อจากนี้ไปจะเน้น ร่วมมือกับ VIU Simulcast ละคร 3 เรื่องไปมาเลเซียและอินโดนีเซีย, ร่วมมือกับ Netflix ในการนำละคร 6 เรื่อง simulcast ในอาเซียนและเอเชีย รวมถึงไตรมาส 4/64 จะมีการ simulcast ละครไปที่จีน 1-2 เรื่อง ภาพจากนี้ไปคือมีรายได้จากการให้ใช้ลิขสิทธิ์และดิจิทัลยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากละคร first run และ simulcast ที่จะเห็นได้จากการจับมือกับพาร์ทเนอร์ใหม่ ๆ ในกลุ่ม OTT เพื่อ simulcast ไปยังประเทศใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น


………..จากนี้ไปนักลงทุนคงจะต้องเลือกแล้วล่ะว่า จะเลือกลงทุนในหุ้นกลุ่มสื่อโทรทัศน์ตัวไหน หรืออาจจะเลือกหุ้นกลุ่มสื่อโทรทัศน์ทั้ง 3 บริษัทนี้ไว้ในพอร์ตเลยก็เป็นได้ เพราะแนวโน้มธุรกิจจากนี้ไปทั้ง 3 บริษัทมีแนวทางในการปรับตัวเพื่อต่อสู้กับการถูก Disruption ได้อย่างแน่นอน…………….



Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่