Official Update :

จับจังหวะ! 3 หุ้น หลบแรงขายสถาบัน ที่นักลงทุนต่างชาติทยอยเดินหน้าเก็บ

หากดูมูลค่าการซื้อขายประเภทของนักลงทุนในตลาดหุ้นไทยเริ่มตั้งแต่ต้นเดือนต.ค.จนถึงวันที่ 20 ต.ค.64  ซึ่งเปรียบเทียบกันระหว่างนักลงทุนสถาบันในประเทศ และนักลงทุนต่างชาติ จะเห็นตัวเลขได้อย่างชัดเจนว่ามีสถานะการซื้อขายที่ตรงกันข้ามกัน โดยข้อมูลที่ปรากฎในเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยระบุว่ามูลค่าการซื้อขายประเภทของนักลงทุนสถาบันในประเทศมีสถานะขายสุทธิ 14,547 ล้านบาท แต่นักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิ 20,733 ล้านบาท


โดย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ได้ค้นหาหุ้นที่หลบแรงขายจากนักลงทุนสถาบันในประเทศ และในทางกลับกันเป็นหุ้นที่นักลงทุนต่างชาติทยอยเข้าสะสมมาต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา และมีโอกาสที่จะทยอยซื้อเพิ่มต่อเนื่องไปอีก โดยภาพรวมเดือนนี้ Fund flow ต่างชาติไหลเข้าหุ้นไทยสูงสุดในภูมิภาคกว่า 620 ล้านเหรียญฯ หรือกว่า 2.07 หมื่นล้านบาท


อย่างไรก็ตามมีแรงกดดันจากฝั่งสถาบันในประเทศที่ขายสุทธิกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท จึงทำให้ภาพรวมของดัชนีตลาดหุ้นไทย ปรับตัวขึ้นเพียง 2% ตั้งแต่ต้นเดือนต.ค.ถึง 20 ต.ค.64  ดังนั้นกลยุทธ์หาหุ้นที่มีโอกาส Outperform เด่นทั้งจากการหลบแรงขายสถาบันฯและหุ้นที่ต่างชาติซื้อสะสมต่อเนื่อง


โดยเริ่มจากหุ้นที่น่าจะถูกสถาบันขายสุทธิจำกัดมีเงื่อนไข ดังนี้

  1. เป็นหุ้นใน SET100 (มีความแข็งแกร่งในระดับหนึ่ง)

  2. ซึ่งช่วงที่สถาบันซื้อสุทธิ อัตราผลตอบแทน ช่วง 21 ก.ค. - 30 ส.ค. 64 มากกว่า 0 %

  3. ขณะที่ผลตอบแทนช่วง 30 ส.ค. – ปัจจุบัน น้อยกว่า 0% ในช่วงที่สถาบันขายสุทธิ และ Gap น้อยกว่า 5% (Return ข้อ 2 - Return ข้อ 3)


สำหรับในส่วนหุ้นที่ต่างชาติซื้อสะสมเด่นในเดือน ต.ค. ส่วนใหญ่จะเป็นหุ้นขนาดใหญ่กลุ่มเปิดเมือง และพลังงานเป็นหลัก ส่วนใหญ่ Outperform ตลาดและให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง 4.3% ดังนั้นจึงได้ 3 หุ้นที่เข้าธีมกลยุทธ์การลงทุนเลือก HMPRO และ SCGP จากกลุ่มที่แรงขายจากสถาบันจำกัด Valuation กลับมาน่าสนใจ และเลือก TOP จากกลุ่มได้แรงซื้อจากต่างชาติต่อเนื่อง บวกกับราคาน้ำมันที่ขยับขึ้นต่อ


สำหรับรายละเอียดทางพื้นฐาน เริ่มที่ HMPRO จะเริ่มเห็นการฟื้นตัวเมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส ตั้งแต่ไตรมาส 4/64 เป็นต้นไป และจะใกล้เคียงระดับทรงตัวได้เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนปี 2565 จะเห็นการฟื้นตัวได้ 16.4% ทั้งนี้ราคาหุ้นปัจจุบันยังเท่ากับช่วง Lockdown เชื่อว่ายังไม่สะท้อนภาพการฟื้นตัวนับจากนี้ ประกอบกับมูลค่าพื้นฐานปี 65 ที่เริ่มใช้ที่ 16 บาท ยังให้อัพไซด์มากพอลงทุนได้


ด้าน SCGP ราคาหุ้นปรับตัวลงเกือบ 15% ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา โดยสะท้อนความคาดหวังเชิงลบต่อผลการดำเนินงานไตรมาส 3/64 ที่น่าจะอ่อนแอที่สุดของปีนี้ไปเรียบร้อยแล้ว ขณะที่แผนการเติบโตที่ชัดเจนภายใต้โมเดลการเติบโตทั้งแนวกว้างและแนวลึก (T-Model) ที่จะมีความสมบูรณ์มากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในช่วง 3 ปีจากนี้จากการลงทุนทั้งแบบ Brown field และดีล M&P ประเมินมูลค่าเหมาะสมที่ 70 บาทต่อหุ้น


ส่วน TOP เป็นหุ้นที่นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิโดยตรงมากที่สุดหากเทียบกันทั้ง 3 ตัวที่เลือกมา โดยพบว่าตั้งแต่ต้นเดือนต.ค.จนถึง 20 ต.ค.64 อยู่ที่ 112 ล้านบาท สำหรับทิศทางผลการดำเนินงานปกติในช่วงครึ่งหลังของปี 64 ความหวังอยู่ในงวดไตรมาส 4/64 ที่คาดกำไรจะกลับมาเติบโตโดดเด่น หนุนหลักจากธุรกิจโรงกลั่นที่คาดจะฟื้น ตัวรับผลบวกจากเศรษฐกิจที่จะค่อยๆกลับสู่ภาวะปกติ ประเมินมูลค่าหุ้นเหมาะสมไว้ที่ 63 บาท 



Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่

Most Viewed
Stock of the Day
EGCO อัดงบ 3 หมื่นล้าน ลุยแผน “POWER4” ครึ่งปีหลัง เร่งขยายพอร์ตไฟฟ้า-พลังงานหมุนเวียน จ่อชิงเค้ก PDP 2026 รุก PPA-Data Center
Updated 1 day ago
Where to put your money
“ความผันผวน” ไม่ใช่ศัตรูของนักลงทุน... แต่เป็น “โอกาส” ในการปรับพอร์ตให้ดีขึ้น !!!
Updated 20 hours ago
Banking
Krungsri Finnovate ชวนเปิดมุมมอง “Health is the New Wealth” ใน Future Wellness Economy Forum 2026 สู่โอกาสธุรกิจและการลงทุน
Updated 1 day ago
Stock of the Day
REIC มองอสังหาฯ H2 โต คาดทั้งปีแตะ 8.8 แสนลบ. รับตลาดบ้านมือสอง-กำลังซื้อต่างชาติหนุน ดึง AI ยกระดับข้อมูล ยันไร้สัญญาณฟองสบู่
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“กบข.” แนะสมาชิก “ออมเร็ว-ออมเพิ่ม-ออมอย่างเหมาะสม-ออมอย่างต่อเนื่อง”... สู่เป้าหมาย “เกษียณมั่นคง” !!!
Updated 13 hours ago
Follow Us