จัดอันดับ 10 หุ้นใหญ่!! โดน Short Sell มากที่สุดในเดือนต.ค.
ประเด็นที่ Wealthy Thai จะพามาดูในครั้งนี้คือ ข้อมูลธุรกรรมขายชอร์ต ของตลาดหุ้นไทยในช่วงเดือนต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งพบว่ามีหุ้นใหญ่อยู่ภายใต้ธุรกิจดังกล่าวเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเป็นกลุ่มหุ้นที่ถือว่าควรจะได้รับประโยชน์จากการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกหลายประเภทที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่การที่ราคาหุ้นถูกภาวะการขายชอร์ตจึงทำให้ทิศทางของราคาหุ้นยังไม่เป็นไหน หรืออาจะเป็นเพราะว่าธุรกิจที่กำลังหมดความเซ็กซี่หรือไม่?
โดย Wealthy Thai ได้จัดอันดับ 10 หุ้นที่ถูกธุรกิจขายชอร์ตมากที่สุดในตลาดหุ้นไทยช่วงเดือนต.ค.64 มาให้ดูกันว่าเป็นหุ้นอะไรกันบ้าง รวมถึงข้อมูลบทวิเคราะห์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับหุ้นบางตัวที่อยู่ในธุรกรรมดังกล่าวว่าทิศทางจะเป็นอย่างไร และจุดที่น่าสนใจอยู่ตรงไหน
สำหรับ 10 อันหุ้นที่ปรากฎในรายชื่อการจัดอันดับข้อมูลธุรกรรมขายชอร์ตประกอบด้วยหุ้นที่ถูกขายชอร์ตมากที่สุดคือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ที่มีมูลค่ากว่า 4,276 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 11.49% ของปริมาณการขายชอร์ตเมื่อเทียบกับการซื้อขายแบบ Auto Matching ตามมาด้วยบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU ซึ่งมีมูลค่าอยู่ที่ 3,202 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 5.67% ของปริมาณการขายชอร์ตเมื่อเทียบกับการซื้อขายแบบ Auto Matching

อนาคตของหุ้นใหญ่ที่ถูกขายชอร์ต
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แนวโน้มกำไรสุทธิในช่วงครึ่งหลังของปี 64 ของ PTT จะลดลงหากเทียบกับครึ่งแรกของปี 64 จากราคาปิโตรเคมีลดลง ประกอบกับต้นทุนก๊าซธรรมชาติสูงขึ้น อีกทั้งมีแผนปิดซ่อมบำรุงโรงงานมากขึ้น ขณะเดียวกันกำไรสต็อกน้ำมันที่ลดลง รวมถึงจะมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
นอกจากนี้บริษัทอยู่ระหว่างเร่งลงทุนปรับธุรกิจรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมพลังงาน ทั้งนี้ ความสำเร็จเป็นปัจจัยต้องติดตาม แต่ระยะสั้นจะมีภาระเงินลงทุนสูง, ผลตอบแทนช่วงแรกไม่มาก, และความเสี่ยงจากการลงทุนสูงขึ้น แนะนำเก็งกำไร ประเมินราคาเหมาะสมที่ 45 บาทต่อหุ้น
ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า ทาง BANPU จะมีกำไรปกติไตรมาส 3/64 โตโดดเด่น 889% และพลิกจากขาดทุนปีก่อนตามราคาถ่านหินที่พุ่งแรง ซึ่งชดเชยผลขาดทุน Hedging ได้ ขณะที่ไตรมาส 4/64 คาดยังโดดเด่นต่อเนื่องจากราคาถ่านหินละก๊าซที่ยังพุ่ง โดยคาดปี 64-65 มีกำไรปกติปีละ 8-9 พันล้านบาท
โดยราคาถ่านหินปัจจุบันอยู่ที่ 240 เหรียญสหรัฐต่อตัน แต่เชื่อว่าแม้จะเกิดการพักฐานของราคา แต่ยังคงสูงกว่าสมมติฐานปี 64-65 ที่ 90เหรียญสหรัฐ ต่อตันและ 75 เหรียญสหรัฐต่อตันค่อนข้างมาก ทำให้ประมาณการมี Upsideแนวรับ 12.80-13 บาท แนวต้าน 13.60-13.80//14.50 บาท
