CBG – OSP กำลังผ่านวิกฤติ ก่อนจะฟื้นตัวในไตรมาสที่ 4
ไตรมาส 3/64 เป็นช่วงที่หลายธุรกิจได้รับผลกระทบจากการการระบาดของ Covid-19 ในไทยและกลุ่มประเทศ CLMV ที่ยาวนานกว่าคาด ไม่เว้นแม้แต่ 2 ผู้ประกอบการรายใหญ่ในธุรกิจเครื่องดื่มบำรุงกำลังอย่าง CBG และ OSP ที่ไตรมาส 2/64 กำไรยังเติบโตได้ดี แต่ไตรมาส 3/64 กำไรอาจปรับตัวลดลงทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า
CBG ไตรมาส 3/64 เป็นจุดต่ำสุดของปี
โดย CBG หรือ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิไตรมาส 2/64 ที่ 966 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.65% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและรายการพิเศษ กำไรสุทธิจะอยู่ที่ 955 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.4% จากไตรมาส 2/63 นับเป็นกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติที่สูงที่สุดตั้งแต่บริษัทก่อตั้งมา
ขณะที่ไตรมาส 3/64 อาจเป็นช่วงที่ผลการดำเนินงานต่ำสุดของปี โดยนักวิเคราะห์จากบล.เคทีบีเอสที ระบุว่า ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 3/64 ที่ 671 ล้านบาท ลดลง 31% จากไตรมาส 3/63 และลดลง 31% จากไตรมาส 2/64 คาดเป็นจุดต่ำสุดของปี 2564 ซึ่งกำไรที่ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเกิดจาก 1. รายได้ต่างประเทศลดลง 14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการล็อกดาวน์ในกลุ่ม CLMV, 2. GPM ลดลงจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น โดยเฉพาะ aluminum coil แต่มีการปรับสูตรลดน้ำตาล และโรงงาน APM มาช่วยชดเชยผลกระทบกำไรลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า จากรายได้ที่ปรับตัวลดลงจาก COVID-19 ระบาดรุนแรงทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งจีนและเมียนมาร์มีการสต๊อกสินค้าในไตรมาส 2/64 ดังนั้นฝ่ายวิจัยปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 64-65 ลง 15% และ 6% ตามลำดับ สะท้อนแนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 3/64 ที่ต่ำกว่าคาดมาก จากผลกระทบจาก COVID-19 ที่ระบาดรุนแรงและยาวนานกว่าคาด อย่างไรก็ตาม คาดว่ากำไรจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปตั้งแต่ไตรมาส 4/64 เป็นต้นไป หลังสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลายทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัว มีการจ้างงานกลุ่ม blue collar เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยประเมินกำไรสุทธิใหม่ปี 2564 ที่ 3,154 ล้านบาท ลดลง 12% จากปีก่อน และปี 2565 ที่ 3,924 ล้านบาท ลดลง 25%
ราคาหุ้น underperform SET เป็นโอกาสเข้าซื้อ
ด้านราคาหุ้น underperform SET ที่ 5% ใน 1 เดือน และ และ 26% ใน 3 เดือนที่ผ่านมา ฝ่ายวิจัยจึงมองว่าราคาปัจจุบันน่าสนใจ โดย CBG เทรดอยู่ที่ 2565 PER = 30.3x แม้กำไรปีนี้จะชะลอตัวจากผลกระทบของ COVID-19 แต่มองว่ากำไรปี 2565 จะฟื้นตัวดี 25% จากรายได้รวมที่ขยายตัว 16% และรายได้ที่ขยายตัวในทุกธุรกิจ ประกอบกับ GPM ขยายตัวจากต้นทุน packaging ที่ลดลง และ utilization rate ที่ปรับตัวดีขึ้น อีกทั้ง ยังมี upside จากผลิตภัณฑ์ผสมกัญชง คาดเริ่มเห็นกำไรเข้ามาในไตรมาส 1/65 จึงยังคงแนะนำ ซื้อ แต่ปรับราคาเป้าหมายปี 2565 เป็น 141.00 บาท
OSP ผลงานถูกกดดันทุกทิศทาง
สำหรับ OSP หรือ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิไตรมาส 2/64 ที่ 819.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนไตรมาส 3/64 นักวิเคราะห์จากบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า คาดกำไรปกติจะอยู่ที่ 524 ล้านบาท ลดลง 32.3% จากไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 38.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งต่ำสุดในรอบ 15 ไตรมาส จากผลกระทบของ COVID-19 ในไทยและเมียนมาร์ รวมถึงการอ่อนค่าของเงินจ๊าด โดยคาดว่ากำไรไตรมาส 4/64 จะฟื้นตัวที่ระดับ 700 ล้านบาทบวกลบ ตามการฟื้นตัวของรายได้ในประเทศและเมียนมาร์ ส่วนผลกระทบจากเงินจ๊าดอ่อนค่าคาดว่าผ่านช่วงที่แย่ที่สุดแล้ว ดังนั้น ฝ่ายวิจัยจึงปรับประมาณการกำไรปี 64-65 ลง 9% และ 5% ตามลำดับ
แนะเก็บหุ้นก่อนงบไตรมาส 3/64 ออก
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยยังมีมุมมองเป็นกลางต่อแนวโน้มผลประกอบการของ OSP แม้ว่าราคาหุ้นจะปรับตัวลงบ้างแล้ว จากความกังวลต่อผลประกอบการในไตรมาส 3/64 และยังคงคำแนะนำ ซื้อ แต่ด้วยได้รับผลกระทบจาก COVID-19 และการอ่อนค่าของเงินจ๊าดมากกว่ากลุ่ม จึงแนะนำให้สะสมที่ระดับราคา 32 บาทบวกลบ ซึ่งมี Upside ราว 20% หรือ หลังงบไตรมาส 3/64 ออกไปแล้ว (คาดประกาศงบวันที่ 10 พ.ย. 64)

