สำรวจ 4 หุ้นร้านอาหารพิมพ์นิยม ในวันที่มาตรการรัฐฯเอื้ออำนวย
จากประเด็นที่ประเทศไทยประกาศเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวโดยไม่ต้องกักตัวแต่ต้องตามเงื่อนไขตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.64 รวมทั้งเข้าสู่การเปิดเทอม, นอกจากนี้ยังให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร แต่ในช่วงเวลาที่จำกัด รวมทั้งจำกัดจังหวัด และร้านค้าที่มีมาตรฐาน SHA
โดยประเด็นนี้ถือว่าเป็นบวกต่อ Theme Re-Opening Play หนึ่งในนั้นย่อมมีกลุ่มร้านอาหารด้วย ที่จะได้ประโยชน์จากการออกมาสัญจรของผู้คนที่มากขึ้น ดังนั้นทีมข่าว Wealthy Thai จึงได้รวบรวม 4 หุ้นของกลุ่มนี้ที่นักลงทุนถามถึงอยู่บ่อยๆว่าเทรนด์การเติบโตจะเป็นอย่างไรกันบ้าง ประกอบด้วย M, ZEN, AU และ OISHI มาฝากนักลงทุนแล้ว
M ไตรมาส 4/64 จะกลับมาฟื้นตัว
เริ่มจาก M โดยนักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า แนวโน้มไตรมาส 4/64 จะกลับมาฟื้นตัว จากการสอบถามหลังกลับมาเปิดให้ทานในร้านยอดขายเดือนต.ค. กลับมา +10-15% และคาดสัดส่วน delivery จะลดลงช่วยให้ margin ดีขึ้นเช่นกัน
แต่ในทางกลับกันค่าเช่าจะกลับสู่ภาวะปกติเช่นกัน รวมถึงค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่มขึ้น และมีแผนเปิดสาขา 18 แห่งตามแผนการเปิดห้างใหม่ ๆ ในช่วงที่เหลือของปี แนวโน้มกลับมาฟื้นตัวได้เร็วทำให้ทางฝ่ายคงแนะนำ“ทยอยซื้อ”ปรับราคาพื้นฐานเป็น 58 บาท
ส่วนไตรมาส 3/64 จะขาดทุนสูงสุดของปีจาก การไม่อนุญาตให้ทานในร้านอาหารตั้งแต่ 12 ก.ค.-31 ส.ค. 64 ส่งผลให้ SSSG ร้านสุกี้ -48%, ยาโยอิ -40% และแหลมเจริญ -59% และมีปิดสาขาไป 9 แห่ง คาดยอดขาย 1,941 ล้านบาท ลดลง 49%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 23%จากไตรมาสก่อน ขณะที่สัดส่วนการขาย Delivery เพิ่มเป็น 34% จาก 20% คาดส่งผลให้ margin หดตัวลงเหลือ 60% จาก 63.2% ในไตรมาส 2/64
แต่คาดจะได้ส่วนช่วยจากค่าใช้จ่ายลดลงจากการได้ส่วนลดค่าเช่าราว 40% แต่ยังน้อยกว่ารอบไตรมาส 2/63 ที่ 50% และจำนวนพนักงานที่ลดลง ขณะที่การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก บริษัทร่วมคาดยังขาดทุนใกล้เคียงกับไตรมาส 2/64 ที่ผ่านมา จึงคาดไตรมาส 3/64 จะขาดทุน 265 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 465 ล้านบาท
ส่วนนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า คงมุมมองเชิงบวกในระยะยาวของ M ที่จะฟื้นตัวเด่นในปี 2565 หลังปัจจัยกดดันคลี่คลายมากขึ้น และคนกลับมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติช่วยหนุน SSSG และมี S-Curve ใหม่อย่าง LCS ที่จะฟื้นตัวเด่นหลังเปิดประเทศ คงประมาณการกำไรปี 2565 ที่ 1,670 ล้านบาท จากปี 64 คาดขาดทุน -27 ล้านบาท โดยเป็นระดับที่ยังต่ำกว่าช่วงก่อน COVID-19 ราว 36%
ZEN จะพลิกกำไรตั้งแต่ไตรมาส 4/64
ถัดมา ZEN โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า คาดว่าธุรกิจของ ZEN จะฟื้นตัวขึ้น และพลิกกลับมามีกำไรได้ตั้งแต่ไตรมาส 4/64 เป็นต้นไป หลังจากที่มีการผ่อนคลายข้อจำกัดให้สามารถทานอาหารในร้านได้, มีการกระจายวัคซีนให้ประชาชนเป็นจำนวนมากแล้ว, และเข้าสู่ช่วงเทศกาลวันหยุด
โดยยังคงมองบวกกับแนวโน้มผลการดำเนินงานในระยะต่อไป ซึ่งคาดว่าจะพลิกเป็นกำไรสุทธิ 176 ล้านบาทในปี 2565 เนื่องจาก คาดว่า SSSG จะเพิ่มขึ้น 25.6% คาดว่าธุรกิจค้าปลีกอาหารจะโตถึง 89% และคาดว่ามีการเปิดร้าน franchise ใหม่อีก 85 ร้านในปี 2565 ซึ่งจะทำให้รายได้จากค่า franchise เพิ่มขึ้น 34%จากปี 64 ดังนั้นเมื่อพิจารณาจากแนวโน้มการฟื้นตัว และการเติบโตในระยะต่อไป จึงยังคงคำแนะนำซื้อ ZEN โดยประเมินราคาเป้าหมายปี 2565 ที่ 17.70 บาท
ส่วนไตรมาส 3/64 คาดจะขาดทุนสุทธิ 57 ล้านบาท ดีขึ้นจากที่ขาดทุนสุทธิ 67 ล้านบาทในไตรมาส 2/64 แต่แย่ลงจากที่มีกำไรสุทธิ 46 ล้านบาทในไตรมาส 3/63 โดยคาดว่า ZEN จะมีผลขาดทุนสุทธิ 96 ล้านบาทในงวด 9 เดือนปี 64 ลดลง 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และคาดว่าในปี 2564 จะขาดทุนสุทธิ 46 ล้านบาท จากปี 2563 ขาดทุนสุทธิ 63.66 ล้านบาท
AU เรื่องราวน่าตื่นเต้นรออยู่ข้างหน้า
โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ได้ปรับราคาเป้าหมายปี 65 เป็น 12.50 บาท (จาก 12.00 บาท) โดยมองว่าการกลับมาเปิดเมืองในรอบนี้ ไม่เพียงเป็นการ turnaround ของการดำเนินงานในระยะสั้น แต่ยังชอบกลยุทธ์ของ AU ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจในยุคปัจจุบัน รวมถึงกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ NewNormal
ทั้งนี้กลยุทธ์หนุนการเติบโตในระยะยาวจะเป็นรูปแบบของการขยายแฟรนไชส์, แบรนด์ใหม่และความร่วมมือทางธุรกิจใหม่กับพันธมิตร โดยคาดว่ากำไรหลักจะฟื้นตัวไปที่ 125 ล้านบาท ในปี 65 หรือ 50% เทียบกับระดับก่อน COVID และกำไรกลับมาเท่ากับก่อนโควิด-19 ในปี 68
ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ผลประกอบการของ AU อาจจะยังคงแย่ลงอีกในไตรมาส 3/64 จากที่ขาดทุนสุทธิ 8 ล้านบาทในไตรมาส 2/64 และจากกำไรสุทธิ 28 ล้านบาทในไตรมาส 3/63เนื่องจากข้อจำกัดในการทานอาหารที่ร้าน และมีการปิดศูนย์การค้าในไตรมาส 3/64
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีการผ่อนคลายมาตรการลง พร้อมทั้งกำลังจะเข้าสู่ช่วงเทศกาลวันหยุด และจะมีการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว จึงคาดว่ารายได้จากการทานอาหารในร้านน่าจะเพิ่มขึ้น และผลประกอบการในไตรมาส 4/64 น่าจะพลิกกลับมาเป็นบวกได้
ขณะที่การดำเนินกลยุทธ์ธุรกิจใหม่ๆ น่าจะช่วยหนุนยอดขายของ AU เราคาดว่าผลประกอบการของ AU น่าจะดีขึ้นในปี 2565 เนื่องจาก การดำเนินงานกลับมาเป็นปกติ และลูกค้าในประเทศกลับมาทานอาหารที่ร้านมากขึ้นปรับปรุงกลยุทธ์ธุรกิจใหม่ ทำให้ผลประกอบการดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ประมาณการกำไรสุทธิปี 2564 และปี 2565 ตาม consensus อยู่ที่ 12.3 ล้านบาท และ 126 ล้านบาท ตามลำดับ
OISHI รอบบัญชีไตรมาส 4 ไม่สดใส
สุดท้าย OISHI ล่าสุดยังไม่มีบทวิเคราะห์รายงานออกมา แต่ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ระบุว่า แนวโน้มช่วงไตรมาส 4/64 (ก.ค.-ก.ย.64)ไม่สดใสนัก เพราะปลายเดือน ก.ค. มีช่วงที่ถูกห้ามขายอาหารในห้าง รวมถึงห้ามซื้อสินค้าจากหน้าร้านโดยตรงจนถึงปลายเดือน ส.ค. แต่ OISHI มีการแก้ไขโดยเพิ่มจุดขายให้มากขึ้นผ่านระบบ Food Truck เป็นต้น ส่วนเครื่องดื่มมีการขยายไปยังร้าน KFC เพิ่ม เริ่มสาขาแรกตั้งแต่ปลายเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา โดยปรับกำไรปี 64 (ต.ค.63- ก.ย.64) อีกรอบเหลือ 655 ล้านบาท ลดลง 39%จากปีก่อน หลังไตรมาส 4/64 ไม่สดใส ส่วนปี 65 คาดกำไรสุทธิฟื้นตัวมาอยู่ที่ 845 ล้านบาท แนะนำ ถือ ราคาเป้าหมาย 45 บาท

