ปัจจัยลบกดดัชนีอ่อนตัว แนะเก็บ 2 หุ้นใหญ่รับอานิสงส์เปิดเมือง
บล.กรุงศรี มองแนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ คาด SET อ่อนตัวแนวรับ 1,620 - 1,625 จุด จากความกังวลตัวเลข CPI สหรัฐ (วัดเงินเฟ้อ) เดือนต.ค.พุ่งสูงสุดในรอบ 30 ปีโดย +6.2% YoY ซึ่งอาจเร่งให้ FED ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้น ประกอบกับราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงหลังสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามคาดว่าจะได้แรงซื้อจากหุ้นเปิดเมือง หุ้นงบไตรมาส 3/64 เติบโตช่วยหนุนให้ดัชนีสลับรีบาวด์ขึ้นได้
กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy
-
กลุ่มเปิดเมือง AOT AAV BA MINT KBANK SCB CPN CRC HMPRO CPALL AMATA WHA BTS BEM VGI BH BDMS
-
กลุ่มเดินเรือ PSL TTA ค่าระวางเรือมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้น
หุ้นแนะนำวันนี้
-
BDMS แจ้งกำไรสุทธิไตรมาส 3/64 ที่ 5 พันล้านบาทเพิ่มขึ้น 40%qoq และ 73%yoy ดีกว่าที่เราคาดไว้ที่ 2.4 พันล้านบาท แนวโน้มไตรมาส 4/64 และปีหน้าคาดกำไรสุทธิฟื้นตัวต่อเนื่องรับอานิสงส์ภาครัฐเปิดประเทศหนุนจำนวนผู้ป่วยต่างชาติเพิ่มขึ้น
-
BEM (ซื้อ/เป้า 10 บาท)ภาครัฐเปิดประเทศส่งผลบวกโดยตรงต่อจำนวนผู้โดยสารที่เข้าใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินรวมถึงจำนวนรถยนต์ที่เข้าใช้ทางด่วนเพิ่มขึ้น และล่าสุด รมว.คมนาคมมีแนวคิดจะก่อสร้างทางด่วนสองชั้น (Double Dek) เพื่อแก้ปัญหารถติดในเมืองเป็น Sentiment บวกโดยตรงกับ BEM
ประเด็นสำคัญวันนี้
-
(-) ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 240 จุด (-66%) ปิดที่ระดับ 36,080 จุด กังวลอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นจะกดดันให้เฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้ โดยล่าสุด อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของสหรัฐเดือน ต.ค. เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 6.2% สูงสุดในรอบ 30 ปี ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.6% จาก 4% ในเดือน ก.ย.
-
(-) ราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 81$ (-3.3%) ปิดที่ 81.34$/bbl หลังจาก EIA รายงานสต๊อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์เพิ่มขึ้น 1 ล้านบาร์เรล เป็นการเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน นอกจากนี้ตลาดยังกังวลความไม่แน่นอนที่สหรัฐจะออกมาตรการแก้ไขปัญหาน้ำมันแพง โดยเฉพาะการระบายน้ำมันดิบของจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์
-
(+/-) วานนี้ที่ประชุม กนง. มีมติเป็นเอกฉันฑ์ให้คงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 50% ตามเดิม ประเมิน ศก.ไทยผ่านจุดต่ำสุดมาแล้วในไตรมาสที่ 3/21 การเปิดประเทศ และเร่งฉีดวัคซีนจะทำให้ ศก. ค่อยๆ ฟื้นตัว แต่ภาพรวมยังมีความเปราะบางจากไวรัส Covid-19, การสนับสนุนของภาครัฐ และต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น
