SVI วันนี้วิ่งแรงชนซิลลิ่ง รับกำไร Q3 ดีเกินคาดพุ่งกว่า 108.7%
ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น SVI เช้าวันนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรง จนไปแตะระดับซิลลิ่งที่ 7.25 บาท สะท้อนจากการรายงานผลประกอบการที่ออกมาดีเกินกว่านักวิเคราะห์ประเมินไว้ โดยทำกำไรสุทธิไตรมาส 3/64 ได้ 521 ล้านบาท เติบโต 108.7% แม้อุตฯต้องเผชิญการขาดแคลนวัตถุดิบ
บริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ SVI ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการแบบครบวงจรในการประกอบผลิตภัณฑ์ประเภทวงจรไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิคส์สำเร็จรูป ให้แก่ลูกค้าในภาคอุตสาหกรรมที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (Original Equipment Manufacturer: OEM)
โดยนายสมชาย สิริปัญญานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ SVI เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2564 (กรกฎาคม-กันยายน) บริษัทฯ ประสบความสำเร็จมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีกำไรสุทธิ 521 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 108.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและเพิ่มขึ้น 214.7% หากเทียบกับไตรมาสก่อนหน้านี้
โดยมีปัจจัยความสำเร็จมาจากการบริหารจัดการด้านต้นทุนและซัพพลายเชนในการจัดซื้อวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพ แม้ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากการขาดแคลนวัตถุดิบและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงบริษัทฯ ยังสามารถเจรจาปรับราคาสินค้ากับคู่ค้าได้ ทำให้อัตราการทำกำไรในไตรมาสนี้ปรับตัวขึ้นเป็น 11.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่ 4.3% และยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยของบริษัทฯ ที่เฉลี่ยอยู่ที่ 4-5%
ขณะที่รายได้รวมในไตรมาสนี้ยังอยู่ในทิศทางเดียวกัน โดยทำได้ 4,411 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและสูงขึ้น 15.2% หากเทียบกับไตรมาสก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นผลมาจากกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ในการรุกขยายผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิคส์ในกลุ่มอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมและระบบเครือข่ายไร้สายสำหรับการสื่อสาร เช่น อุปกรณ์ที่ใช้ส่งสัญญาณความเร็วสูงสำหรับ 5G หรือ Optical transceiver กล้องวงจรปิดที่รองรับเทคโนโลยีAI และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ยานยนต์อัจฉริยะและขนส่งสาธารณะ หลังจากตลาดยานยนต์ในภูมิภาคอาเซียนปรับตัวดีขึ้น
สำหรับความสำเร็จในด้านผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/64 ดังกล่าว ยังส่งผลดีต่อกำไรสุทธิในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ (มกราคม-กันยายน) ที่ปรับตัวสูงขึ้น 42.56% หรือทำได้ 834 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการทำกำไรสุทธิ 7.1% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 5.1% โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 11,705 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
“เราประสบความสำเร็จในการผลักดันการเติบโตของผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/64 ที่เติบโตแบบก้าวกระโดด ซึ่งเป็นความสำเร็จในเชิงการบริหารจัดการด้านซัพพลายเชนและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพในช่วงที่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ประสบกับการขาดแคลนวัตถุดิบ รวมถึงมีความยืดหยุ่นในการปรับราคาสินค้ากับคู่ค้า พร้อมใช้ความสามารถด้านการผลิตที่ดีเพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์ของ SVI ที่มุ่งผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิคส์เพื่อป้อนให้แก่อุตสาหกรรมที่เป็นเมกะเทรนด์ของโลกอย่าง 5G หรือยานยนต์อัจฉริยะได้เป็นอย่างดี” นายสมชาย กล่าว
ส่วนภาพรวมการดำเนินงานในปีนี้ มั่นใจว่ารายได้จากสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐ จะเติบโตได้ตามเป้าหมาย 10% โดยบริษัทฯ มุ่งให้ความสำคัญกับการจัดการวัตถุดิบด้านซัพพลายเชน คาดหลังซื้อกิจการ โทโฮกุ ไพโอเนียร์ (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญการผลิตอุปกรณ์สำหรับชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิคส์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ จะทำให้ SVI มีความมั่นคงด้านวัตถุดิบและบริหารจัดการต้นทุนการผลิตได้ดี เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และช่วยส่งเสริมการดำเนินงานในปีนี้ให้เติบโตได้ตามแผน
กำไรดีกว่าคาดมาก
สะท้อนจากมุมมองนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า Top Pick แนะนำหุ้น SVI ให้ราคาพื้นฐาน 6.30 บาท คาดได้รับ sentiment บวกหลังรายงานงบฯไตรมาส 3/64 ออกมา 1.8 เท่า จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 2.4 เท่าจากไตรมาสก่อน ดีกว่าที่คาดถึง 1.6 เท่า จากอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว หลังบริษัทเรียกเก็บค่าราคาสินค้าวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น เป็นแบบ one-time พร้อมมองกำไรไตรมาส 4/64 จะกลับมาสู่ปกติแต่ยังสามารถเติบโตได้สูง จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
เช่นเดียวกันกับนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส ( ประเทศไทย ) จำกัด ระบุว่า แนะนำ "ซื้อ" SVI ให้ราคาพื้นฐาน 8.90 บาท โดยกำไรสุทธิไตรมาส 3/64 ดีกว่าคาดมาก หนุนโดย GPM ที่สูงขึ้น ส่วนแนวโน้มไตรมาส 4/64 และปี 65 ไปได้ดี บริษัทโฟกัสขยายลูกค้าในกลุ่มธุรกิจ 5G , Cloud computing,Microelectronics และ Industrial cameras ในปี 65 บริษัทอยู่ระหว่างขยายกำลังการผลิตในสโลวาเกียและกัมพูชา
จึงปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรปี 64-65 ขึ้นปีละ +41% สะท้อน GPM ที่ดีกว่าคาดในไตรมาส 3/64 ยังส่งผลให้กำไรสุทธิปีดังกล่าวเติบโต +39% และ +11% ตามลำดับ
