เปิดโผ 3 หุ้นโรงไฟฟ้ารายใหญ่ รับประโยชน์เมื่อ กกพ. ปรับขึ้นค่า FT

ถึงรอบปัจจัยบวกที่ส่งผลต่อราคาหุ้นของกลุ่มโรงไฟฟ้าที่มีสัดส่วนโรงไฟฟ้าประเภท SPP เยอะกว่าใครจากประเด็นที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ประกาศ ปรับค่าเอฟทีรอบเดือนมกราคม–เมษายน 2565 เพิ่มขึ้น 16.71 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งจะมีผลให้คลายความกดดันต่อมาร์จิ้นให้กับธุรกิจผลิตไฟฟ้าที่มีต้นทุนคือราคาก๊าซธรรมชาติ โดยกลุ่มหุ้นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่มีสัดส่วนโรงไฟฟ้าประเภทนี้หลักๆมีอยู่ 3 บริษัท จะเป็นใครกันมาบ้าง Wealthy Thai จะเล่าให้ฟัง…..


ล่าสุดนี้มีประเด็นบวกให้กับหุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ คือการที่ กกพ. ปรับค่าเอฟทีรอบเดือนมกราคม–เมษายน 2565 เพิ่มขึ้น 16.71 สตางค์ต่อหน่วย จากรอบเดือนกันยายน-ธันวาคม 2564 อยู่ที่ติดลบ 15.32 สตางค์ต่อหน่วย หรือเรียกเก็บที่ 1.39 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.78 บาทต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้น 4.63% จากงวดปัจจุบัน


โดย กกพ.ให้เหตุผลที่ปรับขึ้นเพราะอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่าลง การนำเข้าพลังงานไฟฟ้าจากต่างประเทศในส่วนของพลังน้ำลดลงตามฤดูกาลและการผลิตไฟฟ้าจากถ่านลิกไนต์ลดลงตามแผนการปลดโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ส่งผลให้สามารถเดินเครื่องโรงไฟฟ้าที่มีต้นทุนราคาถูกลดลง


นอกจากนี้ราคาก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นมากตามภาวะราคาน้ำมันขาขึ้นในตลาดโลก และปริมาณนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่มากขึ้น เพื่อทดแทนปริมาณก๊าซฯ ในอ่าวไทยที่ลดลง เนื่องจากเป็นช่วงปลายสัมปทาน


มาในส่วนของหุ้นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ 3 บริษัทที่มีสัดส่วนโรงไฟฟ้าประเภท SPP เยอะที่สุดได้แก่ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM,บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC และบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF


เราจะมาดูว่านักวิเคราะห์แต่ละแห่งมีมุมมองอย่างไร ต่อประเด็นดังกล่าวกันอย่างไรบ้างเริ่มที่บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า ถือเป็น sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP โดยภาพรวม โดยเฉพาะ BGRIM ที่มีสัดส่วนรายได้ SPP 90% ของรายได้รวม และ GPSC ที่มีสัดส่วนรายได้ SPP 60% ของรายได้รวม


แต่อย่างไรก็ตามในแง่ของประมาณการ การปรับขึ้นค่าไฟฟ้าดังกล่าวยังไม่มีนัยฯมากนัก เนื่องจากการปรับขึ้นของค่า ft เป็นไปตามการเพิ่มขึ้นของต้นทุนก๊าซธรรมชาติ จึงถือเป็นส่วนช่วยชดเชยจากปัจจัยด้านต้นทุนขาขึ้นได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ด้วยราคาหุ้นที่ปรับฐานลงมาเกือบทุนตัวในกลุ่มฯในช่วงก่อนหน้าทำให้ประเด็นดังกล่าวถือเป็นบวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้าโดยรวม โดยเราเลือกBGRIM มูลค่าเหมาะสม 56.75 และ GPSC ราคาเหมาะสม 90 บาท เป็น top picks


ขณะที่ส่วนบริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน) หรือ KTBST มีมุมมองเป็นบวกต่อกลุ่มไฟฟ้า ทั้งนี้การปรับขึ้นดังกล่าวทำให้ภาพรวมราคาค่าไฟฟ้าปรับขึ้นราว 5% ต่อหน่วย แม้ต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าปรับตัวเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะใน ครึ่งหลังปี 64 มากกว่า 10%


อย่างไรก็ตามการปรับขึ้นค่า FT ช่วยลดความกดดันมาร์จิ้นของโรงไฟฟ้า SPP ได้ และจากการประกาศของ กกพ. คาดว่าในช่วงที่เหลือของปี 65 ค่า FT จะปรับเพื่อให้สะท้อนต้นทุนการผลิตที่แท้จริงมากขึ้น หุ้นโรงไฟฟ้าที่ได้รับประโยชน์จากประเด็นดังกล่าวมากที่สุดคือ BGRIM จากพอร์ตที่มี SPP มากที่สุด โดยเรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 55 บาท


สอดคล้องกันกับบริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) มอง slightly positive ต่อมติกกพ. ที่ปรับค่า ft ขึ้น เพราะ 1) คาดส่งผลบวกต่อกำไรของกลุ่มโรงไฟฟ้าที่มีการขายไฟลูกค้าอุตสาหกรรม (IU) อย่าง GPSC (สัดส่วน 37%) BGRIM (24%)/ GULF (14%) ที่ได้ รายได้ ที่เพิ่มขึ้นมาชดเชยต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น และ 2) คลายความกังวลเรื่องการปรับลดค่า ft ที่ตลาดกังวลไปในช่วงก่อนหน้า ทั้งนี้เรามอง GPSCเป็นผู้มีแนวโน้มได้ประโยชน์จากประเด็นดังกล่าวมากสุดจากสัดส่วนการขายไฟ IU ที่มากที่สุดในกลุ่มประเด็นนี้ว่าหากภาครัฐปรับเพิ่มค่า ft เป็นขั้นบันได หรือ 16.71 สตางค์/หน่วย ในอีก 2 ครั้งถัดไป (รอบ พ.ค.-ส.ค.65 และ ก.ย. - ธ.ค.65) จะช่วยบรรเทาต้นทุนก๊าซฯที่ปรับขึ้นในครึ่งแรกปี 65 ได้


คงคำแนะนำ Bullish ต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า เลือก GPSC เป็น top pick เรามองธุรกิจกลุ่มโรงไฟฟ้าเติบโตต่อเนื่องใน 64-65 จากแรงหนุนโรงไฟฟ้าใหม่ การฟื้นตัวของความต้องการใช้ไฟรวมถึงการปิดซ่อมลดลง นอกจากนี้ยังมีupside จากโครงการระหว่างศึกษาเจรจาทั้งในและต่างประเทศ (โดยเฉพาะในเวียดนามที่คาดเห็นความคืบหน้าใน 65)


โดยเราเลือก GPSC เป็น top picks เพราะกำลังการผลิตใหม่เด่น (GULF เด่นสุดแต่ราคาหุ้นตอบรับไปแล้ว ส่วนBGRIM EPS growth โตสูงเป็นเบอร์2แต่มองราคาหุ้นตอบรับไปแล้วเช่นกัน) มีอัพไซด์การได้โครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์ในอินเดียรออยู่ต่อเนื่องใน 64-65 จากความต้องการไฟฟ้าในอินเดียที่มีอยู่อีกมาก และมีโครงการระหว่างประมูลที่อยู่ใน pipeline นอกจากนี้ยังเป็นผู้ที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากแนวโน้มการเติบโตก้าวกระโดดของอุตสาหกรรม battery(EV + ESS)



Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่

Most Viewed
Stock of the Day
SAPPE บวก 3.68% รับกำไรจ่อกลับมาโต Q3/69 โบรกฯ แนะ “ซื้อ” ชูเป้า 44 บาท ชี้ผ่านจุดต่ำสุด-เข้าสู่รอบขากลับมาโต
Updated 21 hours ago
Stock of the Day
SYNNEX ส่งซิก H2/69 สดใส ผนึก AWS ยกระดับสู่ AI Hub ดันรายได้ปี 69 แตะ 5.3 หมื่นล้านบาท เตือนต้นทุนฮาร์ดแวร์พุ่งยาวถึงปี 2570
Updated 20 hours ago
Fund Move
PROSPECT REIT ปักหมุดเปิดจองซื้อ 9-17 ก.ย.นี้ สำหรับนักลงทุนประเภทบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โชว์ศักยภาพทรัพย์สินใหม่
Updated 23 hours ago
Stock of the Day
เปิดพิกัด 4 หุ้นเด่น “หยวนต้า” แนะสะสมดักปัจจัยบวก มอง SET แกว่ง Sideway Down เริ่มจำกัด ชี้จังหวะย่อตัวเป็นโอกาสเข้าซื้อหุ้นพื้นฐานดี
Updated 1 day ago
Stock of the Day
BANPU กางแผน 5 ปี อัป EBITDA โต 1.5 เท่า ทุ่ม 3 พันล้านเหรียญฯ ลุยธุรกิจพลังงาน ลุ้นผลงานปี 69 ฟื้นรับดีมานด์ถ่านหินพุ่ง
Updated 22 hours ago
Follow Us