หุ้นไทยลงต่อ เหตุกังวลล็อกดาวน์ คัด 2 หุ้นเด่นน่าสะสมรับกำไรโต
บริษัท หลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ คาด SET อ่อนตัวแนวรับ 1,655 – 1,660 จุด จากแรงกดดัน FED ส่งสัญญาณยุติ QE เร็วกว่าคาด (หารือในการประชุม 14 – 15 ธ.ค.) หลังเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงวัคซีนโมเดอร์นามีประสิทธิภาพลดลงในการป้องกัน Covid-19 สายพันธุ์ Omicron อย่างไรก็ตามการที่ดัชนีทรุดตัวลงแรง 3 วันราว 4.4% จนเข้าเขต Oversold จึงคาดว่าจะมีแรงซื้อทางเทคนิคช่วยให้ดัชนีสลับดีดตัวขึ้นได้
กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy
กลุ่มได้อานิสงส์ความกังวล Covid-19 BCH CHG MEGA STA STGT COM7 SYNEX
กลุ่มได้อานิสงส์เงินบาทอ่อนค่า HANA KCE TU ASIAN EPG XO
หุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว JMT JMART TH AS FORTH
หุ้นแนะนำวันนี้
EPG (ซื้อ เป้า 16 บาท) ได้ Sentiment บวกจากราคาน้ำมันดิบลดลงแรง ส่วนผลประกอบการคาดกำไร 3Q22 (ต.ค.-ธ.ค.) เติบโตต่อเนื่องจากการเปิดเมืองและปรับขึ้นราคาขายทั้ง 3 ผลิตภัณฑ์ (ฉนวนฯ, ชิ้นส่วนยานยนต์ และ packaging) ช่วยหนุนยอดขายและ GPM เพิ่มขึ้น
HANA (ปิด 93.5 ซื้อ/เป้าสูงสุด IAA Consensus 111 บาท) คาดกำไรสุทธิ 4Q21 เติบโต qoq และ yoy จากการผลิตที่เพิ่มขึ้นเต็มกำลังการผลิต ค่าเงินบาทอ่อนค่าหนุนยอดขายและมาร์จิ้นเพิ่ม
ประเด็นสำคัญวันนี้
(-)ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 652 จุด (-1.86%) ปิดที่ระดับ 34,484 จุด หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดส่งสัญญาณยุติโครงการ QE เร็วกว่าที่คาดไว้โดยอาจปรับลดวงเงิน QE มากกว่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือนเพราะ ศก.ฟื้นตัวแล้วขณะที่เงินเฟ้อพุ่งสูง นอกจากนี้ยังมีปัจจัยลบหลังประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทโมเดอร์นาออกมาระบุว่าวัคซีนที่มีอยู่ในปัจจุบันจะมีประสิทธิภาพลดลงในการป้องกันไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน
(-) ราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 3.77 ดอลลาร์ หรือ 5.4% ปิดที่ 66.18 ดอลลาร์/บาร์เรล ต่ำสุดในรอบ 3 เดือน นักลงทุนกลัวดีมานด์พลังงานลดลงหลังบริษัทโมเดอร์นา อิงค์ ระบุว่าวัคซีนที่มีอยู่ในปัจจุบันจะมีประสิทธิภาพลดลงในการป้องกันไวรัสโควิด-19 สายพันธ์โอไมครอน
(+/-) วันนี้ติดตาม PMI ภาคการผลิตของจีนจะยืนเหนือระดับ 50 ได้หรือไม่หลังเผชิญวิกฤติไฟฟ้า: วันนี้จีนจะรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือน ต.ค. ของจีนซึ่งจัดทำโดย Caixin ตลาดยังกังวลว่าปัญหาขาดแคลนไฟฟ้าในช่วงที่ผ่านมาจะทำให้กิจกรรมการผลิตของจีนชะลอตัว เบื้องต้น Consensus คาดตัวเลขดังกล่าวจะอยู่ที่ระดับ 50.2 จาก 50.6 ในเดือน ก.ย. (ต่ำกว่า 50 สะท้อนกิจกรรมการผลิตที่มีการหดตัว)
