Official Update :

BAM เตรียมรับการฟื้นตัว ปี 65-66 คาดกำไรโตเฉลี่ย 32%

BAM หรือ บริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เป็นหนึ่งในหุ้นที่มีทิศทางการฟื้นตัวอย่างชัดเจน แม้ผลการดำเนินงานปีนี้จะไม่โดดเด่นมากนัก แต่มีพัฒนาการที่ดี ขณะเดียวกัน 2 ปีข้างหน้า ผลงานก็มีทิศทางดีขึ้นอย่างมีนัยยะทั้งยอดเก็บเงินสดในระดับ 13-14% และสภาพคล่องลูกหนี้ที่ดีขึ้น ช่วยสนับสนุนให้กำไรสุทธิฟื้นตัวเฉลี่ย 32% ต่อปี


โดย นักวิเคราะห์จากบล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) ระบุว่า 9 เดือน ปี 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,614 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54% คิดเป็น 73% ของคาดการณ์ 2.2 พันล้านบาท ขณะที่แนวโน้มกำไรไตรมาส 4/64 เป็นไปตามที่ฝ่ายวิเคราะห์มองไว้ราว 600 ล้านบาท สามารถเติบโตทั้งจากไตรมาส 3/64 และไตรมาส 4/63 ตามยอดเก็บเงินสดที่จะไม่น้อยกว่าไตรมาสก่อนหน้า 3.9 พันล้านบาท กลยุทธ์ต่อเนื่องที่ได้ผลในไตรมาส 2/64 และ 3/64 เร่งระบาย NPA ในมือผ่านการจัดโปรโมชัน โดยมี 4 รายที่มูลค่ามากกว่า 100 ล้านบาท อยู่ระหว่างปิดดีล รวมถึงฝั่ง NPL จะกลับมาจากลูกหนี้ปรับโครงสร้าง (TDR) เพิ่มขึ้น 528 ราย ช่วงไตรมาส 3/64 จาก 1,565 ราย ในช่วง 9 เดือน ปี 2564  ทำได้ 60% ของเป้า และคาดว่าจะมีส่วนที่เข้ามาเพิ่มเติม ในไตรมาส 4/64 หลังผ่านมาตรการช่วยเหลือจะเป็นฐานกระแสเงินสดสำหรับการเติบโตในปีหน้า


ส่วนโมเมนตัมที่จะดำเนินต่อในปี 2565-2566 คาดยอดเก็บเงินสด 1.7 หมื่นล้านบาท และ 1.9 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ หรือคิดเป็นการเติบโต 14% และ 13% ตามลำดับ จากฐานลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้ (NPL) ทั้งรายย่อย และ SMEs ที่จะฟื้นตัวขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงการปิดดีล NPA ขนาดใหญ่ที่จะทยอยกลับมาหลังความเชื่อมั่นสูงขึ้น ด้วยโครงสร้างต้นทุน ส่วนใหญ่มีลักษณะคงที่ทำให้กำไรสุทธิในปี 2565 ฟื้นตัวได้มากกว่าที่ 42% หรือ 3,127 ล้านบาท เป็นอัตราการฟื้นตัวที่สูงใกล้เคียงกลุ่ม อย่างไรก็ดี มองว่าระดับกำไรก่อนภาษี (EBT) จะกลับไปใกล้เคียงช่วง Pre-Covid เท่ากับ 5 พันล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 3.8 พันล้านบาท หรือเติบโต 22% ในปี 2566 โดยยังไม่รวมการจัดตั้ง JV และธุรกิจหนี้ไม่มีหลักประกัน(ใหม่) เข้ามาในประมาณการ


ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับการฟื้นตัวของกำไรเฉลี่ย 32% ในปี 2565-2566 จึงปรับราคาเหมาะสมปี 2565 ขึ้น 20% เป็น 24.20 บาท โดยปรับมาใช้ P/E 25 เท่า (PEG 0.8) โดยยังคงให้ส่วนลดจากกลุ่มจากประสิทธิภาพในการทำกำไร ROE ที่ฟื้นตัวจากจุดต่ำสุด 5% เป็น 7% ใน 12 เดือนข้างหน้า แต่ยังคงต่ำกว่ารายอื่นที่เฉลี่ย 17-20% โดย BAM ยังมีปัจจัยหนุนระยะสั้นจากเงินปันผลที่คาดจ่ายในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 ราว 0.60 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ 3% ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของ SET ทำให้ Downside risk ในแง่ของราคานั้นจำกัด



ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้