3 หุ้นโรงไฟฟ้าที่ได้ประโยชน์ เมื่อรัฐปรับแผนพัฒนาพลังงาน

แผน PDP หรือ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Power Development Plan) ยังคงเป็นกระแสข่าวและเป็นประเด็นหนุนหุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ มาโดยตลอด ซึ่งแผน PDP ถือเป็นแผนแม่บทในการผลิตไฟฟ้าของประเทศ ว่า ด้วยการจัดหาพลังงานไฟฟ้าในระยะยาว 15 -20 ปี เพื่อสร้างความมั่นคงและ ความเพียงพอต่อความต้องการใช้ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและ เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ


สำหรับแผน PDP 2022 นั้นเบื้องต้นได้มีการปรับปรุงแผนใหม่เพิ่มเติม ซึ่งมีการเน้นการสนับสนุนการพัฒนาด้านพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น โดยที่ปรับปรุงมี เช่นการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานน้ำต่างประเทศ จากแผนเดิม อยู่ที่ 1,400 เมกะวัตต์ (MW) จะเพิ่มเป็น 2,766 MW ขณะที่พลังงานลมเดิม 270 MW เป็น 1,500 MW หรือเพิ่มขึ้น 1,230 MW พลังงานขยะเดิม 400 MW จะเพิ่มเป็น 600 MWโดยปรับเพิ่มส่วนของขยะอุตสาหกรรมจากเดิม 44 MW 200 MW


ด้านของประเภทพลังงานที่ได้มีการปรับลด ได้แก่พลังงานแสงอาทิตย์ได้ปรับลดลงจากเดิม 5,149 MW เหลือเพียง 4,455 MW ส่วนชีวมวลเดิม ของเดิมอยู่ที่ 1,120 MW เหลือเพียง 485 MW ลดลง 635 MW สำหรับในส่วนของก๊าซชีวภาพแผนเดิมอยู่ที่ 783 MW ลดลงเป็น 335 MW ลดลง 448 MW


สำหรับในด้านของหุ้นโรงไฟฟ้าที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแผน PDP ที่มีการปรับปรุงเน้นในด้านของพลังงานทดแทนในครั้งนี้ประกอบไปด้วย 3 หุ้นหลักได้แก่ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL และ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP ซึ่งเกาะไปกับ Mega Trend ที่ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์


นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หุ้นที่จะได้รับประโยชน์จากประเด็นดังกล่าวคือ GULF โดยมองว่าจากแผนพัฒนาโรงไฟฟ้าของบริษัทนั้นสอดคล้องกับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ และด้วยความเชี่ยวชาญที่มีพอร์ตโรงไฟฟ้าหลายประเภทในหลายประเทศ ซึ่งตามแผนระยะยาวก็จะเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทน ถ้าเปิดประมูลมองว่า GULF จะต้องได้โครงการประมูลด้วยเช่นกัน


สำหรับหุ้นที่ได้ประโยชน์เพิ่มเติมอีก คือ GUNKUL ซึ่งถือเป็นหุ้นที่อยู่ในยุครุ่งเรืองของธุรกิจพลังงานทดแทนในประเทศไทย และในต่างประเทศ ซึ่ง GUNKUL ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามีความสามารถในด้านของการก่อสร้างเองและเป็นเจ้าของโครงการเอง ดังนั้นถ้ามีการเปิดประมูลเพื่อพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้านั้น เชื่อว่า GUNKUL จะเข้าไปมีส่วนร่วม


ขณะเดียวกันจากแผน PDP เรื่องการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานน้ำต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นนั้น ก็จะส่งผลไปยังหุ้น CKP โดยตรงที่ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำที่มาจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างสปป.ลาว



มุมมองจากนักวิเคราะห์

บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน) ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” GULF และราคาเป้าหมายที่ 44.00 บาทประเด็นหลักคือการอัพเดทพัฒนาการโครงการต่างๆ ประกอบด้วย 1) โครงการ hydro ในลาว ปากแบง (912MW) ปากลาย (770MW) รอ กฟผ. ลงนามร่างสัญญา Tariff MOU คาดแล้วเสร็จในเดือนนี้ (บริษัทถือหุ้น 30-35%)


2) โครงการลมในเยอรมัน BKR2 เริ่มเห็นลมกลับมาดีมาก QTD จากปัจจัยฤดูกาล 3) โครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างเดินหน้าตามแผนและยังคงกำหนด COD เดิม (IPP 5.3GW unit ที่เหลือ COD ปี 66-67) เบื้องต้นเรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 64 ที่ 8.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 93% จากปีก่อน แนวโน้มไตรมาส 4/65 เติบโตได้จากไตรมาสก่อน จากการ COD โครงการ GSRC unit 2 รวมถึง high season โครงการ BKR2


ขณะที่หุ้น GUNKUL บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า จากการที่ GUNKUL ประกาศได้รับใบอนุญาตผลิต (ปลูก) กัญชง เพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์หรืออุตสาหกรรม จาก อย.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผ่านบริษัทย่อย จี.เค. สมาร์ท ฟาร์มมิ่ง จำกัด ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกที่ฝ่ายวิจัยได้รวมไว้ในประมาณการเรียบร้อยแล้ว


โดยในส่วนถัดไปบริษัทย่อยดังกล่าวจะดำเนินการยื่นขอใบอนุญาตอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เป็นไปแผนธุรกิจกัญชงที่ GUNKUL ได้กำหนดไว้ต่อไป ประเมิน FV ณ สิ้นปี 65 อยู่ที่ 5.6 บาท/หุ้น ด้านธุรกิจกัญชงเริ่มเห็นความชัดเจนจากใบอนุญาตเพาะปลูกที่ได้รับเป็นที่เรียบร้อย ขณะที่ราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมา ได้ปรับฐานลงไปมากจนเริ่มเห็น upside ที่จูงใจกว่า 17% จึงปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น “ซื้อ” จากเดิม “switch”


ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า CKP มีแผนระยะยาวจะขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มเป็น 5,000MW จากปัจจุบันที่มีกำลังการผลิต 2,167MW หรือ เติบโตเฉลี่ยปีละ 10-20%  สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำหลวงพระบาง 1,410 MW (CKP ถือหุ้น 42%) มูลค่าโครงการ ประมาณ 1.5-1.6 แสนล้านบาท  กำลังอยู่ในขั้นตอนเจรจา Tariff MOU กับประเทศไทย คืบหน้าไปแล้ว 50-60% และ สัญญาสัมปทานกับรัฐบาลสปป.ลาว คืบหน้าไปแล้ว 80-90%


เบื้องต้นเราคาด CKP จะมีกำไร 4Q64 เท่ากับ 275 ล้านบาท  เทียบกับไตรมาส 2Q64 และ 3Q64 ที่มีกำไรสูงถึง 707 ล้านบาท และ 1,235 ล้านบาท ตามลำดับ  แต่จะดีขึ้นจากปีก่อนที่มีกำไรเพียง 8 ล้านบาท  รวมปี 2564 เราปรับประมาณการกำไรเพิ่มขึ้น 8%  เราคาดกำไรจะทำสถิติสูงสุดใหม่ 2,331 ล้านบาท โต 476% แนะนำ เก็งกำไร ราคาเป้าหมายที่ 6.50 บาท



Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่

Most Viewed
Stock of the Day
SAPPE บวก 3.68% รับกำไรจ่อกลับมาโต Q3/69 โบรกฯ แนะ “ซื้อ” ชูเป้า 44 บาท ชี้ผ่านจุดต่ำสุด-เข้าสู่รอบขากลับมาโต
Updated 21 hours ago
Stock of the Day
SYNNEX ส่งซิก H2/69 สดใส ผนึก AWS ยกระดับสู่ AI Hub ดันรายได้ปี 69 แตะ 5.3 หมื่นล้านบาท เตือนต้นทุนฮาร์ดแวร์พุ่งยาวถึงปี 2570
Updated 20 hours ago
Fund Move
PROSPECT REIT ปักหมุดเปิดจองซื้อ 9-17 ก.ย.นี้ สำหรับนักลงทุนประเภทบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โชว์ศักยภาพทรัพย์สินใหม่
Updated 23 hours ago
Stock of the Day
เปิดพิกัด 4 หุ้นเด่น “หยวนต้า” แนะสะสมดักปัจจัยบวก มอง SET แกว่ง Sideway Down เริ่มจำกัด ชี้จังหวะย่อตัวเป็นโอกาสเข้าซื้อหุ้นพื้นฐานดี
Updated 1 day ago
Stock of the Day
BANPU กางแผน 5 ปี อัป EBITDA โต 1.5 เท่า ทุ่ม 3 พันล้านเหรียญฯ ลุยธุรกิจพลังงาน ลุ้นผลงานปี 69 ฟื้นรับดีมานด์ถ่านหินพุ่ง
Updated 22 hours ago
Follow Us