โจ ไบเดน ชนะเลือกตั้งดันหุ้นไทยทะยาน 41.88 จุด หวังเรียกเม็ดเงินไหลเข้าตลาดเกิดใหม่เพิ่ม
ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรง ปิดการซื้อขายของวันที่ระดับ 1,264 จุด เพิ่มขึ้น 41.88 โดยมีปริมาณซื้อขายกว่า 80,914 ล้านบาท จากสถานการณ์ดัชนีตลาดหุ้นที่เพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรงดังกล่าว Wealthy Thai ได้มีโอกาสเข้าไปพูดคุยกับนายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ว่า ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการเลือกตั้งสหรัฐ โดยดัชนีของตลาดหุ้นได้ปรับตัวขึ้นทั่วโลก แม้ผลการเลือกตั้งยังไม่ประกาศความชัดเจนออกมา แต่เริ่มเห็นความชัดเจนแล้วว่าใครจะชนะ ดังนั้นความไม่แน่นอนจึงลดลง ทำให้นักลงทุนคลายความกังวล
อย่างไรก็ตามยังคงต้องติดตามดูกันต่อว่าผลการเลือกตั้งที่ชัดเจนจะเป็นอย่างไร ซึ่งนโยบาย ทรัมป์ จะเป็นผลดีต่อตลาดหุ้นสหรัฐ และบริษัทขนาดใหญ่ โดยมีนโยบายที่เอาใจคนรวย แต่ไม่เป็นมิตรกับจีน และคู้ค้า ส่วนไบเดน จะไม่เป็นมิตรกับบริษัทขนาดใหญ่ เอื้อต่อคนชั้นกลาง เก็บภาษีคนเล่นหุ้น นอกจากนี้ยังมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่ใช้เม็ดเงินมหาศาล เป็นมิตรกับเอเชีย ดังนั้นมองว่านโยบายของไบเดน จะส่งเสริมเศรษฐกิจโลกดีกว่าทรัมป์
ด้านนายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บอกกับ Wealthy Thai ว่า จากดัชนีที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ เพราะในฝั่งของเอเชียเอง หากไบเดนชนะเลือกตั้ง จะลดความผันผวนของตลาดทุน โดยไบเดนมีนโยบายปรับขึ้นภาษีนิติบุคล ซึ่งเป็นผลบวกต่อเอเชียและตลาดเกิดใหม่ ทำให้นักลงทุนลดน้ำหนักการลงทุนในสหรัฐส่งผลต่อตลาดหุ้นที่ดีดตัวขึ้น
หากมองกลับมาที่ประเทศไทย ก่อนหน้านี้มีความไม่แน่นอนทั้งในเรื่องของการเมือง ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน ทำให้นักลงทุนขายลดความเสี่ยง แต่ขณะนี้ความเสี่ยงลดลง ประกอบกับการลงทุนในหุ้นผลตอบแทนดีกว่าพันธบัตร และยังประคาดว่าผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนผ่านจุดต่ำสุดแล้วอีกด้วย
