รู้หรือไม่หุ้นอะไรราคาแพงสุดในตลาด ต้องใช้เงินเท่าไหร่ถึงจะเป็นเจ้าของ
นักลงทุนคงจะสงสัยว่าหุ้นตัวไหนบ้างในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีราคาหุ้นต่อหน่วยในระดับสูง หรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่า หุ้นที่มีราคาแพง ที่ต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากกว่าจะซื้อหุ้นนั้นได้ วันนี้ทาง Wealthy Thai ได้รวบรวมคำตอบคลายข้อสงสัยมาให้แล้วว่าหุ้นที่มีราคาต่อหน่วยนั้น มีตัวไหนบ้าง และประกอบธุรกิจอะไร และต้องใช้เงินเท่าไหร่ถึงจะเป็นเจ้าของหุ้นตัวนั้นได้
จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่ามีหุ้นที่มีราคาต่อหน่วยในระดับสูงที่สุดเฉลี่ยอยู่ที่ราคาหุ้นละ 200-300 บาท โดยมีทั้งสิ้น 6 หุ้น ซึ่งหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ณ ขณะนี้มีราคาต่อหุ้นแพงที่สุดคือ บริษัท สมิติเวช จำกัด (มหาชน) หรือ SVH ซึ่งมีราคาหุ้นอยู่ที่ 390 บาทต่อหุ้น โดย SVH ให้บริการด้านการรักษาพยาบาลซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชน ภายใต้ชื่อ โรงพยาบาลสมิติเวช ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ หรือบมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ BDMS ทั้งนี้หากนักลงทุนอยากจะเป็นเจ้าของหุ้น SVH จะต้องใช้เงินขั้นต่ำในการซื้อหุ้น จำนวน 100 หุ้น ที่ราคา 39,000 บาท

ขณะที่หุ้นที่มีราคาหุ้นแพงเป็นอันดับ 2 ได้แก่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) หรือ SCC ในฐานะผู้ที่มีกำลังการผลิตปูนซีเมนต์ใหญ่เป็นอันดับ 1 ของประเทศ พร้อมทั้งมีการขยายธุรกิจไปยังกลุ่มประเทศอาเซียน โดยปัจจุบันมีธุรกิจหลักที่ดำเนินการ คือธุรกิจปิโตรเคมี ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ทางเคมีภัณฑ์ที่รองรับในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ โดยราคาหุ้น SCC อยู่ที่ 343 บาทต่อหุ้น หากอยากจะเป็นเจ้าของธุรกิจปูนซีเมนต์และปิโตรเคมีจะต้องใช้เงินลงทุนก้อนแรก จำนวน 34,300 บาท

ส่วนหุ้นที่มีราคาต่อหุ้นแพงเป็นอันดับที่ 3 คือ บริษัท โอเอชทีแอล จำกัด (มหาชน) หรือ OHTL หลายๆคนคงจะรู้จักในชื่อของโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ ซึ่งเป็นโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวริมแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งอยู่ในใจกลางกรุงเทพมหานคร ปัจจุบันนี้ธุรกิจยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด19 โดย OHTL มีราคาหุ้นอยู่ที่ 334 บาทต่หุ้น ทั้งนี้หากนักลงทุนอยากจะเป็นเจ้าของโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวแบบนี้ได้จะต้องใช้เงินลงทุนก้อนแรกเริ่มต้น จำนวน 33,400 บาท

ด้านบริษัท กันยงอีเลคทริก จำกัด (มหาชน) หรือ KYE เป็นหุ้นที่มีราคาต่อหุ้นแพงเป็นอันดับที่ 4 โดยมีราคาอยู่ที่ 312 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้ KYE ดำเนินธุรกิจผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านภายใต้เครื่องหมายการค้า มิตซูบิชิ อีเล็คทริค ได้แก่ ตู้เย็น พัดลม พัดลมระบายอากาศ และเครื่องปั้มน้ำ โดยได้รับลิขสิทธิ์และเทคโนโลยีการผลิตจากบริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีลูกค้าทั้งตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ หากอยากเป็นหรือมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของแบรนด์สินค้าตรามิตซูบิชิจะต้องใช้เงินเริ่มต้น จำนวน 31,200 บาท

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI เป็นหุ้นอันดับที่ 5 ที่ติดอันดับราคาต่อหุ้นแพงที่สุดในตลาดหลักทรัพย์ โดยรับประกันวินาศภัยอันได้แก่ การประกันอัคคีภัย ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง ประกันภัยยานยนต์ ประกันภัยเบ็ดเตล็ด รวมทั้งการรับประกันภัยต่อ ล่าสุดราคาหุ้นของ "กรุงเทพประกันภัย" อยู่ที่ 273 บาท เมื่อคิดว่าอยากจะซื้อประกันจากเจ้าไหน และให้สิทธิคุ้มครองอะไรบ้างแล้ว นักลงทุนอาจจะอยากลองซื้อหุ้นและเป็นเจ้าของบริษัทประกันอย่าง BKI นั้นจะต้องใช้เงิน 27,300บาท

ปิดท้ายกันที่หุ้นที่มีราคาต่อหุ้นแพงเป็นอันดับที่หกอย่างบริษัท กู๊ดเยียร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ GYT ผู้ผลิตและจำหน่ายยางรถยนต์และยางเครื่องบิน ที่มียอดขายในประเทศ และมีการส่งออกไปยังต่างประเทศ ปัจจุบันราคาหุ้นของ GYT อยู่ที่ 203 บาทต่อหุ้น แต่หากจะมีกิจการผู้ผลิตยางรถยนต์แล้วหล่ะก็จะต้องเงิน 20,300 บาท

เป็นยังไงกันบ้างกับการจัดอันดับ 6 หุ้นที่มีราคาต่อหุ้นแพงที่สุดในตลาดหลักทรัพย์ เมื่อนักลงทุนได้อ่านแล้วอยากจะลองคำนวณเงินที่มีอยู่ในพอร์ตเข้าซื้อขายได้ทันที เผื่อในอนาคตจะได้เป็นเจ้าของกิจการโรงพยาบาล และโรงปูนซีเมนต์ หรือโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว
