Official Update :

หุ้นร้านอาหารรับแรงกระแทกหมู-ไก่แพง กูรูชี้ไม่ต้องกังวล…หาจังหวะ “ซื้อ” เมื่ออ่อนตัว

จากประเด็นที่ราคาหมูปรับสูงขึ้น ทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากปัญหาหมูขาดแคลน ขณะที่ราคาไก่ก็ยืนสูงต่อเนื่อง ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในรอบ 4 ปี ทำให้นักลงทุนสงสัยกันว่า หุ้นตัวไหนบ้างที่จะได้รับผลกระทบด้านลบ โดยทีมข่าว Wealthy Thai มีคำตอบมาให้แล้ว


โดยทีมข่าว Wealthy Thai ได้ต่อสายตรงไปยังนายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ซึ่งเปิดเผยกับ Wealthy Thai ว่า ประเด็นดังกล่าว มองว่าหุ้นที่จะได้ผลกระทบเชิงลบจะเป็นกลุ่มร้านอาหาร เพราะว่าต้นทุนจะเพิ่มขึ้น อาทิเช่น ZEN และ M  


อย่างไรก็ตามธุรกิจร้านอาหารส่วนใหญ่จะมีการปรับ และเจรจากับซัพพลายเออร์ได้ในระดับหนึ่ง ดังนั้นหากไม่ยืดเยื้อมาก น่าจะเป็นผลกระทบเพียงระยะสั้นเท่านั้น นอกจากนี้ในช่วงที่ผ่านมาเคยเห็นวงจรราคาหมูที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นระยะยาวราว 6 เดือนซึ่งถือว่าเต็มที่ โดยจากราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นเร็วเกินไป ก็มีความเป็นไปได้ที่ภาครัฐจะมีมาตรการออกมา ดังนั้นนักลงทุนที่ลงทุนในหุ้นกลุ่มร้านอาหารไม่ต้องกังวลมากเกินไป อาจจะดูสถานการณ์ และดูจังหวะซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวเป็นหลัก


ขณะที่เมื่อย้อนไปดูพื้นฐานของทั้ง 2 หุ้นดังกล่าว โดยเริ่มจาก M ก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ทางฝ่ายคาดการดำเนินงานปี 2565 จะกลับมาเป็นบวกได้อีกครั้งหลังสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย คาด SSSG ในส่วนร้านสุกี้และยาโยอิกลับมาฟื้นตัวจากฐานที่ต่ำในปีก่อนหน้าและการฟื้นตัวของกำลังซื้อ ส่วนแหลมเจริญการฟื้นตัวจำกัดกว่าเนื่องจากสัดส่วนรายได้หลักมาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติซึ่งคาดว่าจะยังไม่กลับสู่ระดับปกติ และคาดการเพิ่มขึ้นของยอดขายการนั่งทานในร้านเพิ่มขึ้น


ทั้งนี้แม้อาจได้รับผลจากราคาวัตถุดิบบางตัวเช่นไก่, หมูที่ปรับขึ้น แต่คาดผลกระทบจะจำกัดเนื่องจากสัดส่วนยอดขายหลักอย่างเป็ดค่อนข้างทรงตัวทำให้แนวโน้มต้นทุนไม่ปรับขึ้นมากหนุนให้ margin ดีขึ้น


ส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารคาดเพิ่มขึ้น ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น และการรับรู้ส่วนแบ่งการดำเนินงานจะรับรู้ขาดทุนลดลง ทางฝ่ายคาดยอดขายเติบโต 30%จากปี 64 และคาดกำไรสุทธิ 1,888 ล้านบาท พลิกจากคาดขาดทุนในปี 2564 ที่ 177 ล้านบาท ภายใต้ SSSG กลับมาเป็นบวกอีกครั้ง


โดยทางฝ่ายยังชอบ M จากแนวโน้มการดำเนินงานที่กลับมาฟื้นตัวได้เร็วสุดหากเทียบกับกลุ่ม และหากภาครัฐมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่คาดว่าจะเป็น 1 ในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากปัจจัยดังกล่าว อีกทั้ง หากพิจารณาฐานะการเงินของ M ยังแข็งแรงสุดในกลุ่มเช่นกัน มีเงินสดในมือราว 8 บาท/หุ้น ทำให้มีศักยภาพรองรับการเติบโตและฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจได้ ณ ราคาปัจจุบันทางฝ่ายคงแนะนำ “ทยอยซื้อ” ราคาพื้นฐาน 57 บาท


ทางด้าน ZEN ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิ ปี 2565/66 ขึ้น โดยคาดว่ากำไรสุทธิปี 2565/66 จะอยู่ที่ 177 ล้านบาท/196 ล้านบาท เทียบกับปี 64 คาดขาดทุน 61 ล้านบาท เนื่องจากปรับประมาณการรายได้ขึ้น 7%/6% เพื่อสะท้อนถึงแผนการเปิดสาขาที่บริษัทเป็นเจ้าของและสาขาแฟรนไชส์รวมถึงการเติบโตของยอดขายสินค้าที่อยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตามปรับลดประมาณการอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปี 2565-66 ลง เล็กน้อยที่ 50bps เพื่อสะท้อน GPM ที่ลดลงจากแคมเปญบุฟเฟ่ต์ของร้านอาหาร Zen


โดยเราคาดว่ากำไรสุทธิปี 2565 จะอยู่ที่ 177 ล้านบาท พลิกจากผลขาดทุนสุทธิปี 2564 จำนวน 61 ล้านบาท ส่วนรายรับคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 38% ในปี 2565 จาก SSSG ปี 2565 ที่ 20% เนื่องจากฐานที่ต่ำในปี 2564 และจำนวนลูกค้าในร้านอาหารที่มากขึ้นจากความเชื่อมั่นที่มากขึ้นสืบเนื่องจากอัตราการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด19 ที่เพียงพอ


ทั้งนี้คาดว่า ZEN จะเปิดสาขาของบริษัทฯ เองจำนวน 30 สาขา และร้านค้าแฟรนไชสอีก์ 105 สาขาในปี 2565 ซึ่งอยู่ในเชิงอนุรักษ์นิยมมากกว่าของบริษัทฯ ที่คาดว่าจะเปิดสาขาแฟรนไชส์ 150 แห่ง จากความเสี่ยงของการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ โดยคาดว่าสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ต่อรายได้จะลดลงเป็น 42% ซึ่งต่ำกว่าระดับก่อนเกิดโควิด-19 ที่ 44% เนื่องจาก ZEN ได้ปรับลดต้นทุนคงที่


ดังนั้นาคงคำแนะนำ “ซื้อ” ZEN พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 14.20 บาท จากเดิม 14.00 บาท จากการปรับขึ้นประมาณการกำไร ปัจจัยหนุนราคาหุ้นได้แก่ 1.การฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของอุปสงค์การรับประทานในร้านบุฟเฟ่ต์ 2.กำไรสูงเป็นประวัติการณ์ในปี 2565 จาก SSSG ที่แข็งแกร่งและโครงสร้างต้นทุนที่ลดลง หลังการปรับโครงสร้างใหม่ และ 3.การขยายตัวเชิงรุกของร้านอากะ (AKA) และ เขียง (Khiang) ที่น่าจะเป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตรูปแบบใหม่


“เราแนะนำ “ซื้อ” ZEN เมื่อราคาหุ้นอ่อนตัวลง เนื่องจากความกังวล เรื่องการระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ “โอมิครอน” (Omicron) อย่างไรก็ตาม เรามองว่ามีความเป็นไปได้ค่อนข้างต่ำที่รัฐบาลจะบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ครั้งที่ 4 หลังประชาชนกว่า 60% ได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว ขณะเดียวกันหุ้น ZEN ซื้อขายต่ำกว่าระดับก่อนเกิดโควิด-19 ที่ 14.60 บาท อยู่ 19%”นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าว



This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”