ประมูลรถไฟฟ้า (สีส้ม) มาแล้วนะเธอ BTS-STEC,BEM-CK ลุ้นคว้างานแสนล้าน !!
ตั้งแต่มีสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 รัฐบาลก็ไม่มีเปิดงานประมูลโครงการขนาดใหญ่เลย การเปิดซองรถไฟฟ้าในวันที่ 9 พ.ย.นี้ถือเป็นโครงการขนาดใหญ่ลำดับต้นๆที่ภาครัฐจะต้องเร่งให้เกิดการประมูล เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการลงทุนของภาครัฐ หวังให้ภาคเอกชนเกิดความเชื่อมั่น เกิดการจ้างงาน สร้างเม็ดเงินพื่อหมุนเวียนในระบบ อีกทั้งเป็นแรงผลักดันให้หุ้นกลุ่มรับเหมามี story ในเชิงบวก
เมื่อวันที่ 24 ก.ค.63 การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้เปิดขายเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน (Request for Proposal Documents : RFP) เป็นผู้ร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) มูลค่า 1.42 แสนล้านบาท โดยมีเอกชนให้ความสนใจติดต่อขอซื้อเอกสารข้อเสนอการร่วมลงทุนฯ จำนวนทั้งสิ้น 10 ราย ดังนี้ 1. บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) BEM
2.บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS 3. บริษัท ซิโน–ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STEC 4. บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD 5.บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATC 6.บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH 7. บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF 8. ซิโนไฮโดร คอร์ปอเรชั่น ลิมิเต็ด และ10. บริษัท วรนิทัศน์ ดีเวลอปเมนท์ จำกัด
โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) มีแนวเส้นทางเชื่อมระหว่างกรุงเทพมหานครทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ระยะทาง 35.9 กิโลเมตร แบ่งเป็นส่วนตะวันออก (ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – มีนบุรี (สุวินทวงศ์)) ระยะทาง 22.5 กิโลเมตร จำนวน 17 สถานี (สถานีใต้ดิน 10 สถานี และสถานียกระดับ 7 สถานี) และส่วนตะวันตก (ช่วงบางขุนนนท์ – ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย) ระยะทาง 13.4 กิโลเมตร จำนวน 11 สถานี (สถานีใต้ดินตลอดสาย)
แต่ประเด็นที่น่าสนใจเมื่อศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว กรณีที่บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด ( BTSC) ในฐานะผู้ยื่นฟ้องคดี กับคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน 2562 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม กับพวก คือ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)
โดยศาลฯ มีคำสั่งให้รฟม.กลับไปใช้หลักเกณฑ์เดิมในการพิจารณาข้อเสนอของเอกชนที่ยื่นซองประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) โดยให้พิจารณาจากคะแนนทางการเงินทั้ง 100% ไม่ให้ปรับมาใช้คะแนนเทคนิค 30% และคะแนนทางการเงิน 70% ที่เป็นเกณฑ์ใหม่
หลังจากที่ก่อนหน้านี้ รฟม.ได้สร้างความประหลาดใจด้วยการปรับปรุงวิธีประเมินข้อเสนอจากรูปแบบเดิม ที่พิจารณาซองเทคนิคและซองการลงทุนและผลตอบแทนแยกจากกัน โดยให้พิจารณาเฉพาะผู้ยื่นข้อเสนอรายที่ผ่านการประเมินซองเทคนิคเท่านั้น เป็นรูปแบบการพิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคควบคู่กับด้านราคา
และในวัน 9 พ.ย.63 ทางรฟม.จะเปิดให้เอกชนที่ซื้อซองประมูลไปแล้วนั้นเข้ายื่นซองประมูล โดยเป็นที่น่าจับตาดูว่า การประมูลในครั้งนี้จะเป็นการประมูลในรูปแบบการร่วมรับงานทั้งในลักษณะงานวิศวะก่อสร้างและงานให้บริการเดินรถ โดยทาง BTS ให้ความมั่นใจว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินรถ และมีสัมพันธ์ที่ดีกับบริษัทรับเหมาก่อสร้างกับ STEC เพราะก่อนหน้านี้เคยร่วมกันประมูล และรับงานในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสีชมพู ขณะที่ BEM มีความพร้อมที่จะเข้ารับงานให้บริการเดินรถเพื่อเป็นการเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่สถานีศูนย์วัฒนธรรม และมีพันธมิตรที่รับเหมาก่อสร้างในฐานะที่เป็นบริษัทแม่อย่าง CK

ขณะเดียวกันเมื่อได้รู้ผลของการประมูลแล้วกลุ่มบริษัทที่มีโอกาสได้รับงานต่อจากผู้ที่ชนะการประมูลจะได้แก่ผู้รับเหมาประเภทเสาเข็มแบบเจาะ หรืองานฐานราก โดยผู้ประกอบการธุรกิจในลักษณะงานดังกล่าวที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ได้แก่ บริษัท ซีฟโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ SEAFCO และบริษัท ไพลอน จำกัด (มหาชน) หรือ PYLON ซึ่งจะต้องจับดูว่าบริษัทไหนจะได้รับประโยชน์จากการเปิดประมูลในครั้งนี้
ด้านนักวิเคราะห์ ระบุว่า กลุ่ม BTS มีโอกาสที่จะชนะงานประมูลดังกล่าวหลังจากที่ ศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ในกรณีที่ให้ทาง รฟม.กลับไปใช้รูปแบบการประมูลตามเดิม ทั้งนี้ทาง BTSเองก็มีพันธมิตรที่จะร่วมดำเนินโครงการด้วยอย่างชัดเจนทั้งในงานก่อสร้าง และความสามารถในการเดินรถ
ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า(ประเทศไทย) จำกัด รายงานว่า หลังศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งทุเลากฏเกณฑ์การประมูลสายสีส้มที่อิงคะแนนเทคนิค 30% ของรฟม. ทำให้เกิดความเสี่ยงการประมูลจะล่าช้า ความคืบหน้าล่าสุด รฟม. อยู่ระหว่างยื่นอุทธรณ์คำสั่งทุเลาต่อศาลปกครองสูงสุด ทั้งนี้ในประเด็นดังกล่าว ความเป็นไปได้มี 2 กรณีได้แก่
1.หากศาลรับคำร้อง คาดจะกลับไปใช้เกณฑ์การพิจารณาใหม่ (อิงคะแนนเทคนิค 30% ราคา 70%) แต่อาจมีความเสี่ยงที่การประมูลจะล่าช้าไปบ้างหากมีการกำหนดวันยื่นซองใหม่ และ
2) หากศาลไม่รับคำร้อง คาด รฟม. เดินหน้าตามกระบวนการกำหนดวันยื่นซองประมูลในวันที่ 9 พ.ย. 2563 โดยยึดหลักเกณฑ์การประมูลเดิม (พิจารณาด้านราคา 100%) ในทั้งสองกรณี เราคงมุมมอง BEM เป็นตัวเต็งในการประมูลสายสีส้ม
