Official Update :

มาถึงแล้ว! โอกาสการลงทุน 3 หุ้นผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ

กลุ่มหุ้น Valuation Stock ขณะนี้กำลังเป็นกระแสนิยมที่นักวิเคราะห์หลายแห่งพูดถึงกันมากที่สุดในช่วงนี้ หลังจากที่ตลาดหุ้นทั่วโลกกำลังอยู่ในช่วงของภาวะการขึ้นดอกเบี้ย และการที่ผลตอบแทนของพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นจึงส่งผลให้การเก็งกำไรในหุ้นกลุ่ม Tech Stock โดนแรงขายกันอย่างหนักหน่วง ซึ่งไม่ใช่แค่ตลาดหุ้นที่สหรัฐแต่ยังรวมถึงหุ้นในกลุ่ม Tech Stock ของประเทศไทยด้วยเช่นกัน


ขอย้อนกลับมาเข้าเรื่อง Valuation Stock ที่แข็งกว่าตลาด และผันผวนน้อยกว่ามีหลายกลุ่มและหลายตัว แต่ในครั้งนี้ Wealthy Thai ขอเลือก Valuation Stock อย่าง 3 หุ้นใหญ่ในกลุ่มไอซีที ที่กำลังมีปัจจัยบวกรออยู่ข้างหน้า โดยราคาไซด์เวย์ออกด้านข้างเพื่อรอเตรียมวิ่งรับข่าวดีต่างๆที่คาดว่าจะเกิดขึ้น เช่นการที่ ADVANC อาจจะมีการปรับเปลี่ยนนโยบายจ่ายปันผล 100% หรือการนำสินทรัพย์ประเภทเสาโทรคมนาคม มาจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน


หรือจะร่วมถึงการควบรวมกันระหว่าง TRUE กับ DTAC ที่นักวิเคราะห์หลายสำนักมองว่าเมื่อควบรวมกันแล้วจะเป็นบวกต่อทั้งสองค่ายและตลาดโดยรวม โดยเฉพาะเรื่องของการแข่งขันด้านราคา อีกทั้งการควบรวมกันจะเกิดการ Synergy ร่วมกันที่ส่งผลให้มุมมองที่มีต่อสองหุ้นดังกล่าวนั้นมีดาวไซด์จำกัดแล้ว สำหรับในมุมมองพื้นฐาน โอกาสและปัจจัยหนุนของหุ้น 3 ค่ายมือถือจะเป็นอย่างไร Wealthy Thai จะเล่าให้ฟัง



พรีวิวโอกาสและปัจจัยการลงทุน

ADVANC เป็นหุ้นที่มีความแข็งแกร่งต่อตลาด อาจจะเพราะว่าในช่วงที่ผ่านมามีประเด็นบวกต่อเนื่องจากการที่ผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง GULF ได้เปิดเผยข้อมูลว่าจะร่วมกับกลุ่ม Binance เพื่อร่วมกันพัฒนาธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยโดยบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้มุม 2 ประเด็นบวกต่อ ADVANC คือธุรกิจผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว โดยมีศักยภาพที่จะโตต่อได้ และคาดว่าจะจ่ายเงินปันผลสูงกว่านโยบายการจ่ายเงินปันผลที่ 70%  


นักวิเคราะห์ระบุว่า ผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดแล้วตั้งแต่ปี 64 และจะเติบโตต่อได้ตั้งแต่ปี 65 เป็นต้นไป เนื่องจากเศรษฐกิจกลับมาขยายตัว ทำให้ปริมาณการใช้มือถือเพิ่มขึ้น นอกจากนี้จะขยายธุรกิจที่มีการเติบโตกว่ามือถือ อย่างเช่นเป็นตัวกลางในการชำระเงินระบบดิจิทัล, นายหน้าประกันออนไลน์, ดาต้า เซ็นเตอร์, คลาวด์ และการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ขณะเดียวกันยังมองว่าธุรกิจการปล่อยกู้ผ่านช่องทางดิจิทัล (AISCB) จะเป็น upside ในระยะยาว  


ส่วนประเด็นการจ่ายเงินปันผล ถึงแม้ว่านโยบายการจ่ายเงินปันผลของ ADVANC จะยังคงอยู่ที่ 70% แต่คาดว่าเงินปันผลที่จ่ายสำหรับงวดครึ่งหลังปี 64 และปี 65 จะสูงกว่านโยบายของบริษัท และสูงกว่าที่คาดไว้ที่ 75% เนื่องจากการใช้งบลงทุน และการชำระเงินค่าใบอนุญาต ที่จะลดลงตั้งแต่ปี 65 เป็นต้นไป


อีกทั้งการที่ GULF ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ต้องการผลตอบแทนที่สูงขึ้น ทั้งนี้ หากใช้สมมติฐานการจ่ายเงินปันผลที่ 80% - 85% จะคิดเป็นเงินปันผลสำหรับครึ่งหลังปี 64  ที่ 3.79 บาท - 4.24 บาท และปี 65 ที่ 7.80 บาท - 8.29 บาท หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสำหรับงวดครึ่งหลังปี 64 ที่ 1.66% - 1.86% และปี 65 ที่ 3.42% - 3.64% ตามลำดับ


สำหรับหุ้น TRUE และ DTAC เองนั้น ทั้งสองบริษัทมีประเด็นบวกที่นักลงทุนหลายคน คงจะรู้อยู่แล้วคือการรอผลการศึกษาของการควบรวมกัน แต่อย่างไรก็ตามในจังหวะที่ยังไม่ประกาศผลของการควบรวมนั้น ทั้ง TRUE และ DTAC ก็มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวเช่นกัน


นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินว่าราคาหุ้น TRUE มี Downside ที่จำกัด เนื่องจากได้แรงประคองจากราคา Tender Offer ที่หุ้นละ 5.09 บาท หากการควบรวมกิจการระหว่าง TRUE กับ DTAC บรรลุได้สำเร็จและได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานภาครัฐ คาดจะเป็นบวกต่อบริษัท เนื่องจากจะเห็นชัดเจนว่าจะมีการประหยัดต่อขนาด และต้นทุนที่ลดลง รวมถึงมีกระแสเงินสดเพิ่มขึ้น อีกทั้งจะเป็นตัวเร่งทำให้เกิดการ Re-Rating ในเชิงของมูลค่าหุ้น


ขณะที่ทางฝั่ง DTAC นักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน)  ให้ความเห็นว่าเริ่มเห็นดาวน์ไซด์จากคาดการณ์ปี 64 และเชื่อว่าแนวโน้มกำไรในปี 65 จะยังเป็นไปในทางเดียวกับคาดการณ์ โดยคลื่น 700MHz เป็นปัจจัยหนุนให้จำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยเฉพาะในระบบเติมเงินและขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้ในปี 65 เราคงคาดการณ์กำไรในปี 65 ที่ 4.5พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากปี 64  คาดการณ์ของเรายังไม่รวมผลจาก Synergy กับ TRUE



Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่