BDMS ยักษ์ใหญ่กลุ่มรพ. กำลังเข้าสู่โหมดฟื้นตัว

หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ได้รับ Sentiment เชิงบวกต่อข่าว วัคซีน COVID-19 และหนึ่งในหุ้นของกลุ่มนี้ที่นักลงทุนเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดคงหนีไม่พ้นลูกพี่ใหญ่ของโรงพยาบาลอย่าง BDMS หรือ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) จะมีความน่าสนใจแค่ไหน เรามาหาคำตอบพร้อมๆกันเลย


สำหรับ BDMS เป็นบริษัทเป็นผู้ประกอบการธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ของประเทศ โดยมีโรงพยาบาลเครือข่ายในไทยและกัมพูชา ดำเนินการภายใต้ชื่อโรงพยาบาล 6 กลุ่ม คือ กลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ กลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช โรงพยาบาลบี เอ็น เอช กลุ่มโรงพยาบาลพญาไท กลุ่มโรงพยาบาลเปาโล และกลุ่มโรงพยาบาลรอยัล นอกจากนี้เครือข่ายของบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ยังรวมถึงธุรกิจที่ให้การสนับสนุนด้านการแพทย์ ได้แก่ ธุรกิจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ธุรกิจผลิตยาและธุรกิจผลิตน้ำเกลือ เป็นต้น



วัคซีน COVID-19 ส่งผลดีอย่างไร?


โดยกระแสวัคซีน COVID-19 ที่มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า ในส่วนของประเทศไทย มีกระแสข่าวจะได้วัคซีนมีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็น Sentiment เชิงบวกต่อตลาดหุ้น คือ รัฐบาลเผยกรอบเวลา เริ่มจาก 1.จัดหาวัคซีน SINOVAC (จีน) และคาด อย. ไทยจะอนุมัติขึ้นทะเบียน 14 ก.พ. ถึงจะเริ่มฉีดให้กับกลุ่มที่มีความเสี่ยง อาทิ แพทย์ ผู้ที่มีโรคประจำตัว และรัฐบาลตั้งเป้าสิ้นปี 2564 จะมีผู้ได้ฉีดวัคซีนเกินครึ่งประเทศ หรือ 50%ของประชากรไทย


โดยรวมการฉีดวัคซีนที่จะยังมีอย่างต่อเนื่องหลังจากนี้ รวมถึงล่าสุด กรณีรพ.เอกชนที่จะนำวัคซีนโควิด-19 เข้ามาให้บริการ สั่งผ่านตัวแทนจำหน่ายที่แต่งตั้งในไทยของผู้ผลิตวัคซีน ปัจจุบันรอให้ตัวแทนขึ้นทะเบียนขออนุญาตกับ อย. คาดจะมีพัฒนาการ


ดังนั้นเชื่อว่าจะเป็นผลบวกต่อ หุ้นกลุ่มโรงพยาบาล โดยแนะนำลงทุน “เท่าตลาด” เลือก BDMS ให้ราคาเป้าหมาย 24 บาท และ PR9 ให้ราคาเป้าหมาย 11บาท เป็น Top picks กลุ่มฯ และยังแนะนำซื้อ BCH ให้ราคาเป้าหมาย 19 บาท จากการปรับตัวได้ดี หนุนได้อานิสงส์ระยะสั้น จากการรับตรวจ COVID-19 ระลอกใหม่ และโอกาสที่จะเกิดขึ้นจากการบริการวัคซีน COVID-19 ในระยะถัดไป


“ปัจจุบัน ตาม Timeline รัฐบาลที่ตั้งไว้ คือ จัดหาวัคซีน SINOVAC (จีน) และคาด อย. ไทยจะอนุมัติวันที่ 14 ก.พ. หรืออีก 1 เดือน ถึงจะเริ่มฉีดให้กับกลุ่มที่มีความเสี่ยง อาทิ แพทย์ ผู้ที่มีโรคประจำตัว ซึ่งเชื่อว่ายิ่งใกล้วันที่จะได้ฉีดวัคซีนเข็มแรก SET Index มีแนวโน้มได้รับ Sentiment บวก คล้ายกับตลาดหุ้น อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ โดยกระแสเรื่องการเริ่มฉีดวัคซีน เชื่อว่าจะบวกต่อ หุ้นกลุ่มโรงพยาบาล จากกระแส กรณีรพ.เอกชนที่จะนำวัค COVID-19 เข้ามาให้บริการลงทุน แนะนำลงทุน BDMS ให้ราคาเป้าหมาย 24 บาท และ PR9 ให้ราคาเป้าหมาย 11 บาท เป็น Top picks กลุ่มฯ”นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด กล่าว


ทั้งนี้ความคืบหน้าล่าสุดกรณีรพ.เอกชนที่จะนำวัคซีน COVID-19 เข้ามาให้บริการ ประเมินเป็นบวกต่อกลุ่มการแพทย์คาดประโยชน์หลักๆอยู่ในกลุ่มรพ. เครือข่าย BDMS และBCH ที่มีจุดให้บริการหลายแห่ง อีกทั้งคาดหนุนการฟื้นตัวที่คาดหวังได้จากกลุ่มผู้ป่วยไทย มีโอกาสสูงกว่าที่ประเมินในปี 2564 ที่กำหนดให้การฟื้นตัวมีนัยฯ หลังเริ่มมีการกระจายวัคซีนครอบคลุมมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังปี 64 โดยชอบ BDMS มากสุดในกลุ่มฯ จากการปรับตัวได้ดี หนุนได้อานิสงส์ระยะสั้นจากการรับตรวจ COVID-19 ระลอกใหม่ และโอกาสที่จะเกิดขึ้นจากการบริการวัคซีน COVID-19 ในระยะถัดไปจึงแนะนำ ซื้อราคาเป้าหมาย 24 บาท



BDMS หนึ่งในเป้าหมาย Fund Flow


นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด กล่าวอีกว่า ภายใต้ Fund Flow ยังไหลเข้าตลาดหุ้นไทย บวกกับใกล้เข้าสู่ช่วงฉีดวัคซีนในประเทศ กลยุทธ์จึงเน้นหุ้นขนาดใหญ่ที่อยู่ในกลุ่มหุ้นโลกที่ต่างชาติหมายปองเป็นพิเศษ โดย Top Pick เลือกหุ้นพลังงานแนะนำ PTT ยัง Laggard หุ้นน้ำมันโลก และราคาน้ำมันอยู่มาก, หุ้นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ เลือก BDMS และหุ้นขนาดเล็กได้แรงหนุนเฉพาะตัวจากราคาหมูพุ่งสูง 25% ในช่วง 1 เดือน (สูงสุดในรอบ 6 ปี) อย่าง TFG



ผลงานเข้าสู่จุดฟื้นตัว


นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ผลประกอบการผ่านจุดที่แย่สุดไปแล้ว และจะกลับเข้าสู่จะกลับเข้าสู่วัฏจักรของการเก็บเกี่ยวกำไรอีกครั้ง โดยปี 2564 ฟื้นตัวโดดเด่นจากฐานที่ต่ำ ระยะยาววางกลยุทธ์ในการขยายฐานลูกค้าประกันสุขภาพ เป้าหมายรายได้จากสัดส่วน 32% ของ ในปี 2563 เป็น 40% ในปี 2566 และบริษัทผ่านช่วงลงทุนขนาดใหญ่ไปแล้ว จึงแนะนำ “ซื้อ” คงมูลค่าพื้นฐานในปี 2564 ที่ 24.30 บาท


ทั้งนี้คาดผลประกอบการจะกลับมาเติบโตในปี 2564 จากสถานการณ์ COVID-19 ที่คาดจะคลี่คลายในทางที่ดีขึ้น หลังจากวัคซีนที่เริ่มใช้แล้วในหลายประเทศ ขณะที่ประเทศไทยรัฐบาลจะสั่งเข้ามาในไตรมาส 2/64 ส่วน BDMS ให้ข้อมูลมีแผนในการสั่งวัคซีนมาล๊อตหนึ่ง แต่เน้นในการใช้กับบุคลากรทางการแพทย์ในเครือ โรงพยาบาลกรุงเทพ ถ้าเหลือจึงจะให้กับบุคคลทั่วไป โดยยังต้องรออนุมัติจากทาง อย. ก่อน ซึ่งบริษัทไม่ได้หวังกำไรจากการฉีควัคซีน COVID-19


โดยคาดว่าสถานการณ์จะเริ่มกลับสู่ภาวะปกติในครึ่งหลังปี 64 โดยคาดรายได้ปี 2564 ฟื้นตัวเป็น 78,730 ล้านบาท เติบโต 20%จากปี 63 ด้านประสิทธิภาพในการทำกำไรคาดดีขึ้นจากผลของรายได้ที่เพิ่มและผลบวกจากนโยบายควบคุมต้นทุนตั้งแต่ปีก่อน ซึ่งบริษัทลดค่าใช้จ่ายไปกว่า 3.5 พันล้านบาท ส่งผลบวกเต็มปีในปีนี้ ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ลดลงหลังจากการตัดขายหุ้น BH ออกไป คาดว่าจะถูกชดเชยบางส่วนจากดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง ดังนั้นคงประมาณการกำไรปกติปี 2564 ฟื้นตัว เป็น 9,495 ล้านบาท เติบโต 52% จากปี 63



This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”

Most Viewed
Stock of the Day
GUNKUL เซ็น PPA ใหม่ คว้าโรงไฟฟ้า 3 โครงการ หนุนพอร์ตพลังงานสีเขียวโตต่อ ดันกำลังผลิตรวมพุ่งแตะ 2,121 MW
Updated 19 hours ago
Stock of the Day
เปิดโผหุ้นรับอานิสงส์ 4 ยักษ์ใหญ่จีนลงทุนไทย อัดงบ 7 หมื่นล้าน ลุย EV-AI นิคม ยานยนต์ ชิ้นส่วน พลังงานเด่น
Updated 21 hours ago
Fun of Funds
มองครึ่งปีหลัง “สินทรัพย์เสี่ยง” ยังน่าสนใจ แต่ต้องเลือก... มองบวก “หุ้นไทย” ให้เป้าปีนี้ 1,630 – 1,660 จุด !!!
Updated 20 hours ago
Stock of the Day
ประเทศไทย จาก “Sick Man of Asia” สู่ศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทาน AI ดาวรุ่ง? Bloomberg ชี้โอกาสรับย้ายฐานผลิต หนุนไทยขึ้นแท่นฐานลงทุนโลก
Updated 1 day ago
News Highlight
แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ใช้กระป๋องน้ำอลูมิเนียมรีไซเคิลได้ 100%
Updated 21 hours ago
Follow Us