8 ข้อน่าสนใจของ PEACE หุ้นอสังหาฯ น้องใหม่ กับแผนเติบโต 3 เท่าตัว!
หุ้นอสังหาริมทรัพย์ตบเท้าเข้าเทรดกันอย่างคึกคัก วันนี้เป็นคิวของผู้ประกอบการรายเล็กแต่ความสามารถไม่เล็กอย่าง PEACE หรือ บริษัท พีซแอนด์ลีฟวิ่ง จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีแผนจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ภายในเดือนก.พ. นี้ ธุรกิจของ PEACE จะแตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่นๆ ในอุตสาหกรรมอย่างไร และมีจุดเด่นอะไรที่น่าสนใจบ้าง Wealthy Thai สรุปมาให้แล้ว
1.PEACE มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในอุตสาหกรรมอสังหาฯ มากว่า 30 ปี เน้นพัฒนาอสังหาฯ แนวราบ เช่น บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮมแบบ 2 ชั้น และ 3 ชั้น ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภายใต้แบรนด์ “The Glamor” “Cordiz” และ “Cher” ล่าสุดเตรียมเปิดตัวแบรนด์ใหม่ 2 แบรนด์ ได้แก่ “Cherene” และ “CHEREA VICINITY” กลุ่มลูกค้าหลักของบริษัทได้แก่ คนกรุงเทพชั้นกลาง ชั้นนอก และปริมณฑลที่ต้องการบ้านแนวราบ เดินทางเข้าออกเมืองได้ง่าย
2.จุดเด่นโครงการของ PEACE คือ การออกแบบสไตล์โมเดิร์น ให้มีพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านสูง โดยจะเน้นผสมผสานเทคโนโลยีการก่อสร้างทั้งแบบดั้งเดิม (Conventional) และแบบผนังโครงสร้าง เช่น precast concrete โดยทำเลโครงการส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในบริเวณที่ใกล้ถนนสายหลัก ใกล้ขนส่งสาธารณะ ทำให้เดินทางเข้าออกเมืองได้ง่าย นอกจากนี้บริษัทยังช่วยดูแลการจัดตั้งนิติบุคคลและมีบริการหลังการขายให้กับลูกบ้านอีกด้วย
3.PEACE วางกลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโตไว้ 3 รูปแบบ ได้แก่ 1) กลยุทธ์ทางด้านผลิตภัณฑ์ พัฒนาโครงการหลายเซ็กเมนต์เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าได้ครอบคลุม มีการสำรวจความต้องการ และวิเคราะห์พฤติกรรมกลุ่มลูกค้าเป้าหมายก่อนการพัฒนาโครงการ เพื่อให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากที่สุด, 2) กลยุทธ์ทางด้านราคา บริษัทคัดสรรทำเลที่ตั้ง เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการ เพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสม สามารถแข่งขันได้ พร้อมกำหนดปัจจัยแวดล้อมที่สอดคล้องกับความสามารถในการซื้อของลูกค้าภายใต้แนวคิด “ที่ดินทุกผืนมีผืนเดียวบนโลก” ทำให้บริษัทสามารถปิดการขายได้ตามแผน และ 3) กลยุทธ์ทางด้านสื่อสารการตลาดและส่งเสริมการขาย บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลอุตสาหกรรมสม่ำเสมอ เพื่อวางกลยุทธ์การตลาดตั้งแต่พัฒนาโครงการจนถึงงานขาย
4.สำหรับผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2564 มีรายได้รวม 809.57 ล้านบาท เติบโต 40.82% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 574.86 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิ 9 เดือนแรก ปี 2564 อยี่ 150.75 ล้านบาท เติบโต 74.68% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 86.30 ล้านบาท จากการทยอยรับรู้ยอดโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการต่างๆ เช่น Cher งามวงศ์วาน – ประชาชื่น และ Cher สุขสวัสดิ์ – พุทธบูชา เป็นต้น
5.สิ้นไตรมาส 3/64 มีโครงการที่อยู่ระหว่างการขายและโอนกรรมสิทธิ์ 7 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 4,717 ล้านบาท มียอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) 600 ล้านบาท โดยปี 2565 มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 3 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 3,045 ล้านบาท คาดจะทยอยเปิดตัวได้ในไตรมาส 3/65 เป็นต้นไป ได้แก่ Cherene กรุงเทพกรีฑา – ร่มเกล้า มูลค่า 648 ล้านบาท, CHEREA VICINITY ราชพฤกษ์ – เจษฎาบดินทร์ มูลค่า 1,845 ล้านบาท และ Cher ราชพฤกษ์ - พระราม 5 มูลค่า 552 ล้านบาท
6.PEACE คาดว่าปี 2565 ผลประกอบการจะเติบโตไม่น้อยกว่าปี 2564 จากการเปิดโครงการใหม่และทยอยรับรู้ยอดโอนกรรมสิทธิ์อย่างต่อเนื่อง โดยวางเป้าหมายภายหลังเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ จะเติบโต 3 เท่าภายใน 5 ปี (64-68) ทั้งนี้ จากการวางกลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโต ส่งผลให้สามารถบริหารจัดการสินค้าคงเหลือได้เป็นอย่างดี ทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่เกณฑ์ 35-40% ต่อเนื่องมาตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท ล่าสุด 9 เดือนแรก ปี 2564 อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 38.8% และมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 18.6%
7.นอกจากนี้ PEACE ยังมีสัดส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) และอัตราดอกเบี้ยจากเงินกู้ยืม (Cost of Fund) ค่อนข้างต่ำ อยู่ในระดับเดียวกับบริษัทชั้นนำของอุตสาหกรรม โดยสิ้นไตรมาส 3/64 D/E อยู่ที่ระดับ 0.2 เท่า และคาดว่าหลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะปรับตัวลดลง ทำให้มีศักยภาพในการซื้อที่ดิน สำหรับรองรับการเติบโตในอนาคต
8.PEACE มีทุนจดทะเบียน 420 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1.00 บาท โดยมีทุนเรียกชำระแล้ว 336 ล้านบาท คิดเป็นหุ้นสามัญจำนวน 336 ล้านหุ้น และจะเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 84 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 20% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมด ซึ่งคาดว่าจะเสนอขายหุ้น IPO และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลกัทรัพยฯ ได้ในเดือนก.พ. นี้ ส่วนเงินที่ได้จากการระดมทุน บริษัทจะใช้เป็นเงินลงทุนซื้อที่ดินสำหรับการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
