Official Update :

เมื่อ MAKRO มาพร้อมกับจังหวะ และโอกาสที่เหมาะสมกับการลงทุน

อย่างที่ทุกคนรู้กันดีแล้วว่า MAKRO บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) ได้สร้างโอกาสการเติบโตครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาตร์ด้วยการผนึกกำลังควบรวมกิจการของ Lotus’s ในประเทศไทยและมาเลเซียเข้าด้วยกันอย่างเสร็จสมบูรณ์แล้วนั้น จะทำให้ภาพของการเติบโตจากนี้ไปจะเป็นการสร้างโอกาสได้มากน้อยขนาดไหนคงจะต้องอาศัยจังหวะและสถานการณ์ที่เอื้อต่อการให้เติบโตด้วยเช่นกัน


โดย MAKRO มีภารกิจที่สำคัญคือความคาดหวังเป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งอาหารสดและสินค้าอุปโภคบริโภคในระดับภูมิภาคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และขยายขอบเขตการดำเนินธุรกิจให้สามารถแข่งขันได้ทั้งในช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ เมื่อได้มาซึ่งกิจการ Lotus’s แล้ว ส่งผลให้ MAKRO มีธุรกิจครอบคลุมในสามกลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจค้าส่ง ธุรกิจค้าปลีก และธุรกิจบริหารพื้นที่เช่าในศูนย์การค้า


แต่อย่างไรก็ตามมุมมองภายใต้แผนการดำเนินธุรกิจดังกล่าวจะเป็นอย่างไร และสามารถทำได้มากน้อยแค่ไหน รวมถึงจะสะท้อนออกเป็นมูลค่าหุ้นที่เหมาะสมได้ในระดับเท่าไหร่นั้น Wealthy Thai จะพานักลงทุนมาร่วมหาคำตอบไปพร้อมๆกัน โดยผ่านมุมมองในข้อมูลเชิงวิเคราะห์พื้นฐานจากนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ที่ได้ประเมินแนวโน้มกำไร และวิธีการหาราคาเหมาะสมของหุ้น MAKRO ไว้อย่างน่าสนใจ


นักวิเคราะห์ระบุว่า แนวโน้มผลประกอบการจะเติบโตหลังผ่านวิกฤต COVID-19 โดยคาดหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของCOVID-19 เริ่มคลี่คลายกำลังซื้อเริ่มกลับมาทั้งจากสถานการณ์ในประเทศไทยและในประเทศมาเลเซีย ซึ่งการรวมกันของ MAKRO กับ Lotus’s จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการขายสินค้า ผ่านช่องทางการจำหน่ายสินค้าที่หลากหลาย


รวมถึงการขายสินค้าผ่านช่องทาง Omni Channel ที่กำลังเติบโตเป็นโอกาส ทั้งนี้หลังการรวมกันของ MAKRO และ Lotus’s ทำให้ระดับรายได้โดยรวมเข้าสู่หลัก 4 แสนล้านบาทต่อปี โดยนักวิเคราะห์ประเมินกำไรปกติในปี 65 จะอยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งปรับเพิ่มจากปี 64 ที่ระดับ 6.5 พันล้านบาท ซึ่งมีผลกระทบส่วนหนึ่งจาก COVID-19 โดยคาดการณ์เห็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ในช่วง 3 ปี 2564-2566 ราว 40%



รุกตลาดเข้าใกล้ผู้บริโภค

MAKRO มีแผนขยายฐานลูกค้าเข้าใกล้กลุ่มลูกค้ามากขึ้นมุ่งเน้นการจำหน่ายอาหารสดเป็นหลักในฐานลูกค้าใหม่ด้วยพื้นที่ใหม่ๆ จากแผนการเพิ่มสาขา Fresh @ Makro คาดจะเห็นการเปิดสาขาเพิ่มมากขึ้นในปี 65 เริ่มต้นที่25 สาขา และในปี 66 เพิ่มเป็น 50 สาขา สอดคล้องกับการปรับปรุงรูปลักษณ์ของ Lotus’s ไซส์เล็กเป็น Lotus’s Go Fresh ที่ใกล้พื้นที่และแหล่งชุมชน


โดยมีแผนเพิ่มสาขา 200-250 สาขาต่อเนื่องในช่วง 3 ปี ข้างหน้า ในปี 64 คาดมีสาขา Lotus’s Go Fresh ราว 1.7 พันสาขา เป็นส่วนช่วยหนุนยอดขาย พร้อมทั้งการพัฒนาแหล่งที่มาขอวัตถุดิบภายในประเทศทั้งที่เป็นการสั่งซื้อโดยตรงจากเกษตรกรและผู้ผลิต ตลอดจนผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าในท้องถิ่นเละผู้ประกอบการขนาดกลาง และขนาดย่อย ซึ่งคาดหวังต่อยอดการเชื่อมต่อสินค้าที่มีคุณภาพไปยังต่างประเทศในอนาคต



แนวโน้มธุรกิจในปี
65

ในปี 2565 คาดสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 เริ่มคลี่คลาย การดำเนินชีวิตและการจับจ่ายใช้สอยเริ่มเข้าใกล้ปกติ โดยเราประเมินกำไรที่ 1.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นการรวมของประมาณการระหว่าง Makro และ Lotus’s ได้เต็มปี ซึ่งเกิดจากการรับรู้รายได้ฟื้นตัว


สำหรับประมาณการรายได้ในปี 65 อยู่ที่ 4.8 แสนล้านบาท ภายใต้สมมุติฐาน การขยายสาขาต่อเนื่องในส่วนของ MAKRO ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เฉลี่ยปีละ 12-14 แห่งขณะที่มีแผนการเพิ่มสาขา Fresh @ Makro ในปี 65 ที่ 25 สาขา และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปี 66ที่ 50 สาขา


ในส่วนของ Lotus’s เราคาดการเพิ่มสาขาในส่วนของ Hyper Market 4-6 แห่งต่อปี และ Supermarket 10แห่งต่อปีและ Mini-supermarket 200 แห่งต่อปี รวมถึงการเพิ่มขึ้นของสาขาในประเทศมาเลเซีย ในส่วนของ Super market 9 แห่งในปี 65 และ 14 แห่งในปี 66 ส่งผลต่อผลประกอบการจะเห็นการเติบโตแบบต่อเนื่องและค่อยเป็นค่อยไป คาดมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ของกำไรปกติในช่วง 3 ปี (2564-2566) ราว 40%



เหตุผลของราคาเหมาะสมที่ระดับ
55 บาท

การประเมินมูลค่าหุ้น MAKRO ในปี 65 นักวิเคราะห์อ้างอิงสมมติฐานสำคัญได้แก่ 1.ประมาณการ กำไรปี 2564- 2566 กำไรสุทธิ 6.5 พันล้านบาท 1.2 หมื่นล้านบาท และ 1.8 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ ได้ปัจจัยสนับสนุนจากกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นหลังการแพร่ระบาดของ COVID-19 เริ่มคลี่คลาย ซึ่งจำนวนผู้ติดเชื้อเริ่มลดลง และการฉีดวัคซีนที่มีความคืบหน้าส่งผลต่อมาตรการภาครัฐที่ผ่อนคลายมากขึ้น


การรวมธุรกิจของ MAKRO และ Lotus’s เพิ่มศักยภาพในการขายสินค้าโดยเฉพาะสินค้าอาหารสด โดยการเพิ่มขึ้นของค่าเช่า จากธุรกิจบริหารพื้นที่เช่าในศูนย์การค้าของ Lotus’s ส่งผลต่อระดับอัตรากำไรขั้นต้นของ MAKRO ปรับเพิ่มจากเดิมที่ระดับ 11-12% เป็นระดับ 18-19% ขณะที่แผนการขยายฐานลูกค้าเข้าสู่กลุ่มชุมชนเพิ่มในส่วนของ Fresh @ Makro รวมถึงการปรับรูปโฉมใหม่ของ Lotus’s โดยเฉพาะ Lotus’s Go Fresh ที่เข้าสู่การแข่งขันการจำหน่ายสินค้าอาหารสดเพิ่มจะเป็นส่วนช่วยหนุนยอดขายและผลประกอบการ


2.บริษัทเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวน 770 ล้านหุ้น จากราคา 43.50 บาท โดยมีวัตถุประสงค์ในการออก PO เพื่อนำเงินเพิ่มทุนไปลงทุนในธุรกิจหรือโครงการที่เกี่ยวกับธุรกิจหลักหรือโครงการที่มีศักยภาพที่สามารถส่งเสริมและต่อยอดธุรกิจเพื่อชำระหนี้บางส่วน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบกิจการ


3.เราประเมินมูลค่าพื้นฐาน โดยอิงวิธีคิดลดกระแสเงินสด (DCF) ภายใต้สมมุติฐาน WACC 7% และอัตราการเติบโตระยะยาว (Terminal Growth) 2.5% ราคาเหมาะสม 55 บาท


………….ภาพของธุรกิจ MAKRO ต่อจากนี้ไปจะเป็นอย่างไรคงจะต้องขึ้นอยู่กับแผนงานและโอกาสการเติบโตท่ามกลางการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 ที่หลายฝ่ายมองกันว่าจะคลี่คลาย ประกอบกับจะสะท้อนส่งผลไปยังทิศทางของราคาหุ้นได้มากน้อยแค่ไหน………….



Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่