PTTEP เมื่อราคาน้ำมันเป็นขาขึ้น ในทุก 1 ดอลลาร์ มีผลต่อกำไรกว่า 830 ล้านบาท
ในช่วงที่ราคาน้ำมันขาขึ้นแบบนี้ เราจะไม่พูดถึง PTTEP หรือ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ก็คงจะไม่ได้ เพราะเป็นผู้ประกอบธุรกิจด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ธุรกิจขนส่งก๊าซทางท่อในต่างประเทศ และการลงทุนในธุรกิจต่อเนื่อง
ทั้งนี้ในปี 2564 ที่ผ่านมา PTTEP ได้รายงานผลประกอบการออกมาเติบโตอย่างโดดเด่น โดยรายงานมีกำไรสุทธิในที่ 38,864 ล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 71% จากปี 2563 มีกำไรสุทธิ 22,664 ล้านบาท ซึ่งบริษัทยังคงสามารถรักษาระดับต้นทุนต่อหน่วย (Unit cost) ที่ 28.52 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ และมีอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา ที่ 73% ซึ่งเป็นไปตามที่เป้าหมายที่วางไว้
นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP เปิดเผยว่าแผนงานหลักในปี 2565 นี้จะให้ความสำคัญกับกระบวนการเปลี่ยนผ่านการดำเนินการในแปลงจี 1/61 หรือแหล่งเอราวัณ ซึ่งบริษัทจะเข้าเป็นผู้ดำเนินการ (Operator) ในเดือนเมษายนนี้ เพื่อให้การผลิตก๊าซฯ ให้กับประเทศเป็นไปอย่างราบรื่น
โดยเมื่อเข้าไปเป็นผู้ดำเนินการแล้ว บริษัทจะพยายามอย่างเต็มความสามารถเพื่อทำให้อัตราการผลิตก๊าซธรรมชาติซึ่งลดลงอย่างต่อเนื่องในขณะนี้เพิ่มสูงขึ้น เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับความต้องการใช้ก๊าซฯ ของประเทศไทย สำหรับแผนงานในต่างประเทศ ปตท.สผ.คาดว่าจะเริ่มการผลิตครั้งแรกในโครงการแอลจีเรีย ฮาสสิ เบอร์ ราเคซ ได้ในเร็ว ๆ นี้ รวมทั้ง จะเร่งพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมต่าง ๆ ที่บริษัทสำรวจพบในประเทศมาเลเซีย
ดังนั้นการเติบโตดังหาก หากเข้าไปสำรวจมุมมองของนักวิเคราะห์ต่างให้ความเห็นในเชิงบวกต่อกำไรสุทธิที่ออกมาในระดับดังกล่าว โดยระยะสั้นนับจากนี้ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกด้วย ซึ่ง PTTEP ถือเป็นหุ้นที่ได้รับผลประโยชน์แบบเต็มๆ
สะท้อนจากมุมมองนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ที่ระบุว่า PTTEP ประกาศงบไตรมาส 4/64 มีกำไรสุทธิ 1.1 หมื่นล้านบาท เติบโต 12%จากไตรมาสก่อน และเติบโต 321%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ดีกว่าที่ฝ่ายวิจัย และตลาดคาด สาเหตุหลักมาจากภาษีจ่ายน้อยกว่าคาด และอัตรากำไรดีกว่าคาด
ขณะที่แนวโน้มกำไรไตรมาส 1/65 ยังอยู่ระดับสูง คาดเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน หนุนจากราคาขายสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน ปริมาณขายจะเพิ่มขึ้นเป็น 436 KBOED ขณะที่บริษัทฯ ให้ Guideline ต้นทุนการผลิตว่าจะลดลงมาอยู่ในช่วง 27-28 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ อีกทั้งไตรมาส 1 มักจะเป็นไตรมาสที่ต้นทุนการผลิตอยู่ในระดับต่ำสุด โดยคาดการณ์กำไรปี 2565 ที่ 5.5 หมื่นล้านบาท เติบโต 42%จากปีก่อน
ดังนั้นได้ปรับราคาเหมาะสมเป็น 136.00 บาท แนะนำ TRADING โดยการลงทุนระยะสั้นมองว่านักลงทุนสามารถเก็งกำไรรับปัจจัยบวก 1.ทิศทางราคาน้ำมันไตรมาส 1/65 แข็งแกร่งเป็นบวกโดยตรงต่อ PTTEP และมีโอกาสเป็น Upside ต่อสมมติฐานราคาน้ำมันของฝ่ายวิจัย และ ตลาด (Sensitivity ทุก 1 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล มีผลต่อกำไร 830 ล้านบาท ราคาเหมาะสม 2.10 บาท) 2.ผลประกอบการไตรมาส 4/64 ออกมาดีกว่าคาด และมีเงินปันผลงวดครึ่งหลังปี 64 สูง 3.00 บาท/หุ้น (Yield 2.4%) ขึ้น XD วันที่10 ก.พ.และ 3.แนวโน้มงบไตรมาส 1/65 ยังอยู่ระดับสูง คาดเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ส่วนมุมมองของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด ที่ออกมาเปิดเผยว่า มีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มราคาน้ำมันดิบในช่วง 1 เดือนข้างหน้า จาก Demand ที่แข็งแกร่ง ตามฤดูกาล ขณะที่ภาพรวมอุปทานยังตึงตัวจากการควบคุมการผลิตของ OPEC+ รวมไปถึง สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง และสถานการณ์ในยูเครน เป็น Sentiment เชิงบวกต่อราคาน้ำมันดิบ ราคาน้ำมันดิบที่ยังปรับเพิ่มในช่วงต้นปี (2565YTD) ทำให้คาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 1/65 จะเติบโตจากไตรมาสก่อนหน้า และช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นบวกต่อ PTTEP แนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมาย 140 บาท
ทั้งนี้คาดว่าบริษัทจะมีกำไรสุทธิปี 2565 อยู่ที่ 5.57 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 43%จากปีก่อน เป็นผลมาจาก 1.ราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์ที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากมุมมองต่อราคาน้ำมันดิบที่คาดว่าจะยังทรงตัวในระดับสูง ขณะที่ปี 2565 บริษัทคาดว่าราคาขายก๊าซฯ จะอยู่ที่ 5.9 เหรียญต่อล้านบีทียู เพิ่มขึ้น 3.7%จากปีก่อน 2.ปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 12.2% อยู่ที่ 467,000 บาร์เรลต่อวัน จากการรับรู้ยอดขายในโครงการโอมาน แปลง 61 และโครงการ SabahH เต็มปี และการเริ่มดำเนินงานโครงการ G1/61 และ G2/61 ในเดือน เม.ย. 65 รวมไปถึงโครงการแอลจีเรีย ในช่วง 6M65 และ 3.ต้นทุนผลิตที่คาดว่าจะลดลงมาอยู่ที่ 27-28 เหรียญต่อบาร์เรล ลดลง 2-5% เมื่อเทียบกับปี 2564 ที่มีต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 28.5 เหรียญต่อบาร์เรล
เด่นสุดของกลุ่ม
ทางด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า มอง Slightly positive ต่อข้อมูลจากการประชุมนักวิเคราะห์ ที่เป้าธุรกิจมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องทั้งภาพไตรมาส และภาพปี เป็นไปในทิศทางเดียวกับที่ฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรปกติไตรมาส 1-2/65 จะอยู่ที่ราว 1.2-1.3 หมื่นล้านบาท โตทั้งช่วงเดียวกันของปีก่อน และเทียบไตรมาสก่อนหน้า รวมถึงแนวโน้มกำไรปกติปี 65 ที่คาดโต 12% y-y ตามปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นจากแหล่งใหม่หนุนต่อเนื่อง ซึ่งมองความคืบหน้าการพัฒนาแหล่งใหม่ที่บริษัทเปิดเผยสามารถทำได้ตามแผน
ดังนั้นคงคำแนะนำ Buy ต่อ PTTEP ที่ ราคาเป้าหมาย 143 บาท/หุ้น และเป็นหนึ่งใน top pick มองบริษัทมีปัจจัยบวกหนุนเด่นกว่ากลุ่มในไตรมาส 1/65 และมีการเติบโตต่อเนื่องในระยะยาวจากแหล่งใหม่ที่ทยอยเข้ามาเสริมต่อเนื่อง และยังมี upside จากโครงการระหว่างศึกษาอย่าง Lang Lebah (ศักยภาพใหญ่เทียบเท่าแหล่งบงกช)

