Official Update :

จับตา!! 4 หุ้นอิเล็กทรอนิกส์ อาจโดนผลกระทบจากสงครามยูเครน-รัสเซีย

ความกังวลว่าจะเกิดสงครามระหว่างยูเครนและรัสเซียกดดันให้สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกปรับตัวลง โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มผู้ผลิต chip ที่ตลาดกังวลว่าจะเกิด supply chain disruption ซึ่ง 4 หุ้นอิเล็กทรอนิกส์ของไทย ได้แก่ HANA, DELTA, KCE, HTECH ก็อาจได้รับผลกระทบด้วย!!


โดยนักวิเคราะห์จากบล.เคทีบีเอสที ระบุว่า คืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (11 ก.พ. 2565) นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดี สหรัฐฯ เรียกร้องให้ชาวอเมริกันที่อาศัยในยูเครนเดินทางออกจากประเทศ เนื่องจากนายเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ เริ่มเห็นสัญญาณว่ารัสเซียมีแนวโน้มจะโจมตียูเครน ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงการแข่งขันกีฬา Olympic ระหว่างวันที่ 4 - 20 ก.พ. นี้ โดยรัสเซียกำลังซ้อมรบในเบลารุส คาดว่าจะมีการใช้กำลังทหารรัสเซียราว 30,000 นาย ซึ่งถือเป็นการส่งทหารเข้าสู่เบลารุสมากที่สุดนับตั้งแต่ช่วงสงครามเย็น ขณะที่ประธานาธิบดีไบเดนปฏิเสธแนวคิดที่จะส่งกำลังทหารสหรัฐเข้าไปในยูเครน


จากประเด็นที่เกิดขึ้นส่งผลให้ตลาดหุ้นอเมริกาในคืนวันศุกร์ปรับตัวลงแรง Dow Jones ปรับตัวลง 1.4%, S&P ปรับลง 1.9% และ Nasdaq ปรับตัวลง 2.8% ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.5% โดยหุ้นกลุ่มที่ปรับตัวลงแรงมากสุดเป็ นกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิต chip ได้แก่ AMD ปรับตัวลง 10%, Nvidia ปรับลง 7%, Marvell ปรับลง 7% และ Qualcomm ปรับตัวลดลง 5% เนื่องจากตลาดกังวลว่าสงครามระหว่างยูเครนและรัสเซียจะเกิด supply chain disruption ในกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์


สำหรับสถานการณ์ปัจจุบันประธานาธิบดีของสหรัฐฯ และรัสเซียอยู่ระหว่างเจรจาหาทางออกร่วมกัน โดยในวันเสาร์ที่ผ่านมา (12 ก.พ. 2565) ทั้งสองฝ่ายหาข้อสรุปไม่ได้ และประเทศในกลุ่ม EU เรียกร้องให้ประชาชนเดินทางออกจากประเทศยูเครนเพิ่มเติม


ซึ่งฝ่ายวิเคราะห์มีมุมมองเป็นลบต่อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์จากความกังวลว่าสงครามระหว่างยูเครนและรัสเซียจะเกิด supply chain disruption ในกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เพราะยูเครนและรัสเซียเป็น supplier วัตถุดิบในการผลิต โดยข้อมูลจาก Techcet research พบว่ากว่า 90% ของ semiconductor-grade neon gas ที่ใช้ในสหรัฐฯ นำเข้าจากยูเครน และ 35% ของแร่ palladium ที่ใช้ในสหรัฐฯ ก็นำเข้าจากรัสเซีย โดยวัตถุดิบทั้ง 2 อย่างเป็นส่วนสำคัญในการใช้ผลิต chip


ฝ่ายวิเคราะห์มองว่าจากสถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อราคาหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในไทยสอดคล้องกับตลาดอเมริกา โดยแบ่งเป็น 2 สาเหตุ คือ 1.supply chain disruption จะส่งผลให้ปัญหา chip shortage ยืดเยื้อออกไป และ 2.หากเกิดสงครามจะส่งผลให้ราคาน้ำมันและราคาสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ ปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อเงินเฟ้อ และการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐฯ เกี่ยวกับมาตรการดอกเบี้ยในช่วงมีนาคมนี้ ซึ่งทั้ง 2 ประเด็นจะยังเป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้นต่อไป


ดังนั้น แนะนำให้หลีกเลี่ยงการลงทุนหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ในช่วงนี้ไปก่อน โดยฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าหุ้นที่จะได้รับผลกระทบมากสุด คือ HANA รองลงมาเป็น DELTA, KCE และ HTECH

ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้

Most Viewed
Stock of the Day
หุ้นไทยจ่อเปลี่ยนกลุ่มเล่น เงินเริ่มหมุนออกจากแบงก์ จับตาบอนด์ยิลด์สหรัฐฯ จ่อพีคเดือนต.ค. BGRIM-GPSC เด่น รับอานิสงส์ยีลด์ขาลง
Updated 18 hours ago
Stock of the Day
EGCO ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว! Q3/69 กำไรฟื้นแตะ 1.2 พันลบ. AE II เพิ่มอัพไซส์-ปันผล 3.25 บาท ลุ้นปี 70 กำไร 4.6 พันลบ. โตแรง 39%
Updated 1 day ago
Stock of the Day
KCE พุ่งแรง 10% หลังโบรกฯ นอกให้เป้าสูง บล.กรุงศรี ชี้ยังมีอัพไซส์ปรับราคาขาย แต่สะท้อนในหุ้นแล้ว ชู DELTA เด่นกว่า
Updated 22 hours ago
Digital Asset
ก.ล.ต. ย้ำเตือนผู้ลงทุนให้ดำเนินการต่อทรัพย์สินของตนในแอปพลิเคชัน Holdstation และ UNO ก่อนการปิดกั้น ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569
Updated 18 hours ago
News Highlight
แจ้งเตือนผู้ถือหุ้นกู้ B255A ใช้สิทธิในการประชุมผู้ถือหุ้นกู้ ในวันที่ 2 ตุลาคม 2569
Updated 18 hours ago
Follow Us