Official Update :

โบรกเกอร์มองคอมมิวนิตี้รับเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ดันหุ้นยางน้ำตาลเปิดเขียว NER บวก 8%

สินค้าโภคภัณฑ์ มักจะเป็นกลุ่มแรกที่ได้ประโยชน์หากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว เพราะความต้องการใช้สินค้าพวกนี้ทั่วโลกเพื่อนำไปผลิตในซัพพลายเชน ของประเทศตนเองก็เพิ่มขึ้นไปด้วย โดยราคาสินค้าอย่างน้ำตาล ยางพารา และน้ำมัน ทยอยปรับตัวเพิ่มขึ้นตามลำดับ ผลักดันให้ตลาดหุ้นไทยในวันนี้หุ้นกลุ่มน้ำตาล กลุ่มยางพารา ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้อย่างโดดเด่น

เช่น

NER

ราคาอยู่ที่ 4.22 บาท

เพิ่มขึ้น 0.34 บาท

หรือ +8.76%

STA

ราคาอยู่ที่ 28.25 บาท

เพิ่มขึ้น 0.50 บาท

หรือ +1.80 %

STGT

ราคาอยู่ที่ 86.75 บาท

เพิ่มขึ้น 0.75 บาท

หรือ +0.87%

KBS

ราคาอยู่ที่ 3.22 บาท

เพิ่มขึ้น 0.12 บาท

หรือ +3.84%

KTIS

ราคาอยู่ที่ 2.82 บาท

เพิ่มขึ้น 0.12 บาท

หรือ +4.44%

BRR

ราคาอยู่ที่ 3.08 บาท

เพิ่มขึ้น 0.24 บาท

หรือ +8.45%

ดอลลาร์อ่อนค่าเป็นบวกต่อคอมมูนิตี้

บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่า ช่วงหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาต่างประเทศมีปัจจัยสำคัญ คือ ทำเนียบขาวเสนอ ปรับลดลงวงเงิน Package กระตุ้นเศรษฐกิจเฟส 2 จากเดิมวงเงิน 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ และ ประธานธิบดีทรัมป์ปรากฎตัวต่อสื่อและเผยว่าอาการดีขึ้น ส่งผลทำให้ Dollar อ่อนค่าแรง ล่าสุดอยู่ที่ 93 จุด ส่งผลให้ค่าเงินบาท/ดอลลาร์แข็งค่าแรงราว 1.83%จากต้นสัปดาห์

ล่าสุด ค่าเงินบาทแกว่งตัว 31.1 บาทต่อดอลลาร์ เป็น Sentiment เชิงลบต่อ หุ้นส่งออกทั้งกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และส่งออกอาหาร แต่จะบวกต่อ กลุ่มโรงไฟฟ้า

อีกทางหนึ่งทุกครั้งที่ดอลลาร์อ่อนค่าจะเป็นปัจจัยหนุนราคาสินค้าโภคภัณฑ์ Commodity ทั้ง Hard Commodity และ Soft Commodity

น้ำมันดิบ โดยระยะสั้นราคาน้ำมันดิบ Brent ถูกขายทำกำไรช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ราว 1.4% ถูกกดดันจากฝั่ง Supply ที่กลับมาอีกครั้งทั้ง

1.)พายุ Delta เริ่มอ่อนตัวเป็นพายุโซนร้อน

2.)แรงงาน ในนอร์เวย์ยุติการประท้วง ทำให้การผลิตราว 3.3 แสนบาร์เรล/วัน หรือ ราว 8% ของกำลังการผลิตของนอร์เวย์ กลับมา ระยะสั้นเผชิญ Sentiment เชิงลบ แต่คำแนะนำในระยะกลาง-ยาว หาจังหวะทยอยสะสม PTT ส่วน PTTEP นั้นแนะนำเพียง trading ช่วงสั้นตามทิศทางราคาน้ำมันรายวันเพราะยังมีแรงกดดันในประเด็นผลประกอบการที่น่าจะผ่านจุดสูงสุดของปีไปแล้วในไตรมาสที่ 1 ที่ผ่านมา

ถ่านหิน ล่าสุด 9 ต.ค. อยู่ที่ 57.55 เหรียญฯ/ตัน เพิ่มขึ้น 1.32 เหรียญฯ/ตัน ปัจจัยหนุนจาก Supply ในจีนที่ลดลงจากการเริ่มหยุดซ่อมบำรุงทางรถไฟขนส่งถ่านหินสายหลักตั้งแต่วันที่ 7 – 31 ต.ค. ส่วน Demand ถ่านหินเพื่อผลิตไฟฟ้ากลับสูงขึ้นเมื่อเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว คำแนะนำกลุ่ม trading ช่วงสั้น BANPU , LANNA

ส่วนฝั่ง Soft Commodity ราคาปรับเพิ่มเช่นกัน

ยาง วันศุกร์ราคาปรับตัวขึ้น 2.4%จากวันก่อนหน้า อยู่ที่ 199.8 เหรียญ/ก.ก. ทำให้ราคายางเฉลี่ยไตรมาสที่ 4 เพิ่ม 19.3% จากราคาเฉลี่ยไตรมาสที่3 โดยปัจจัยหนุนมาจากฝั่ง Demand ที่มาจากเศรษฐกิจโลกทยอยฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง ผลจากการคลาย Lockdown โดยเฉพาะเศรษฐกิจจีนฟื้นตัว หนุนความต้องการใช้ยางเพื่อทำยางล้อ จีนบริโภคยางอันดับ 1 ของโลกหรือ ราว 40%ของ Demand ทั่วโลก ขณะที่ฝั่ง Supply ยังเผชิญปัญหา over supply อยู่ ยังแนะนำซื้อ STA NER

น้ำตาล วันศุกร์ราคาปรับตัวขึ้น 0.5%จากวันก่อนหน้า อยู่ที่ 14.23 เซ็นต์/ปอนด์ ทำให้ราคาน้ำตาลเฉลี่ยไตรมาสที่ 4 เพิ่ม 7% จากราคาเฉลี่ยไตรมาสที่3 โดยมีปัจจัยหนุนราคาหลัก ความกังวลภาวะ La Niña (ลานีญา) ส่งผลให้เกิดความแห้งแล้งในบราซิล (ผู้ผลิตนน้ำตาลรายใหญ่ของโลก) ผลผลิตน้ำตาลจึงออกสู่ตลาดน้อยลง ส่วนอีกสาเหตุหนึ่งมาจากกองทุนต่างชาติเข้าซื้อสัญญา Future น้ำตาลมากขึ้น หนุนให้ราคาน้ำตาลเริ่มปรับเพิ่มขึ้น หลังจากที่ทรงตัวต่ำในช่วงก่อนหน้า คำแนะนำกลุ่ม trading ช่วงสั้นหุ้น KSL

เมล็ดถั่วเหลือง(Soybean)และกากถั่วเหลือง (Soybean Meal) ราคาวันศุกร์ปรับขึ้น 1.5% และ1.1% จากวันก่อนหน้า โดยรวมทำให้ราคา Soybean และ Soybean Meal เฉลี่ยไตรมาสที่ 4 เพิ่ม 12% และ 16% จากราคาเฉลี่ยไตรมาสที่3 โดยมีปัจจัยหนุนหลักคือ ฝั่ง Supply คือ ปริมาณ Stock ในสหรัฐฯลดลง 45% จากงวดผลิตปีก่อน รวมถึงการเร่งนำเข้าเมล็ดถั่วเหลืองจากจีนอย่างต่อเนื่อง

โดยรายงาน WASDE Report ประจำ ต.ค. 63 ของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมามีการปรับเป้าการนำเข้าถั่วเหลืองจากจีนเป็น 100ล้านตันเทียบกับ WASDE Report เดือนก่อนที่ USDA คาดการณ์ไว้ 99 ล้านตัน มส่งผลให้ Stock to consumption ratio ต่ำสุดในรอบ 5 ปีที่ 23.9% จาก 27.3% ในงวดผลิตปีก่อน ประกอบกับสถานการณ์ลานีญา (ภัยแล้ง) ที่มีโอกาส (Probabilities) เกิดขึ้นราว 91% ในช่วง ต.ค. – ธ.ค. 63 มีแนวโน้มส่งผลต่อการเพาะปลูกถั่วเหลืองในบราซิลและอาร์เจนฯ คำแนะนำกลุ่ม trading หุ้น TVO

Covid-19 ยังเป็นปัจจัยสร้างแรงกดดัน และต้องติดตามใกล้ชิด

สถานการณ์การระบาดของไวรัส COVID-19 ในเดือน ต.ค. 2563 ทั่วโลกยังต้องติดตาม ภายหลังจำนวนผู้ติดเชื้อหลายประเทศยังเพิ่มขึ้นต่อ โดยเฉพาะในเอเชีย อินโดนีเซีย และที่สำคัญคือ เมียนมาร์ ผู้เสียชีวิตเร่งตัวเหนือ 500 ราย ทำจุดสูงสุด และเริ่มมีความกังวลว่ามีการติดเชื้อจะเริ่มเข้าไทย ล่าสุด มีการตรวจพบชาวเมียนมาร์ติดเชื้อ COVID-19 จำนวน 2 ราย บริเวณด่านพรมแดน อ. แม่สอด จ. ตาก ส่งผลให้มีการปิดด่านชายแดน และปิดโรงเรียนในพื้นที่ดังกล่าวทันที ประเด็นข้างต้น

  • สร้าง Sentiment เชิงบวกต่อ หุ้น STGT, STA, NER
  • สร้าง Sentiment กดดัน SET Index หากพิจารณา ในอดีต พบว่าช่วงที่มีความกังวล COVID-19 ในประเทศ SET Index ปรับตัวลงแทบทุกครั้ง เช่น กรณี อียิปต์และซูดาน SET Index ลดลง -1.12% และกรณี ดีเจ SET Index ลดลง -0.39%