MAKRO ปัจจัยลบเริ่มคลี่คลาย ปี 65 พร้อมสร้างการเติบโตรอบใหม่
ถือปี 2564 ถือเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงของ MAKRO ด้วยการปรับโครงสร้างธุรกิจ และนำ Lotus’s เข้ามาอยู่ภายใต้การบริหารงาน ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าการรวมกิจการครั้งนี้จะช่วยเสริมศักยภาพให้กับ MAKRO มีธุรกิจครอบคลุมทั้ง ค้าส่ง ค้าปลีก และธุรกิจบริหารพื้นที่เช่าในศูนย์การค้า ซึ่งในปี 2565 จะเริ่มประโยชน์จากการควบรวมธุรกิจที่ชัดเจนมากขึ้น!!
วานนี้ราคาหุ้นของ MAKRO หรือ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) ปรับตัวขึ้นตอบรับผลประกอบการที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด โดยทำรายได้รวม 266,435 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.8 % จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 218,760 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิทั้งสิ้น 13,687 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 108.6% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 6,563 ล้านบาท
โดยกำไรที่เติบโตดีเป็นผลจากกำไรสุทธิของกลุ่มธุรกิจค้าส่งจำนวน 6,773 ล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้น 3.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน และกำไรสุทธิจากกลุ่มธุรกิจค้าปลีก 397 ล้านบาท และผลจากการรวมกิจการซึ่งทำให้เกิดกำไรทางบัญชีจากการรวมธุรกิจแบบขั้นจำนวน 6,714 ล้านบาท หรือคิดเป็น 2.38 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 74.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน
แนวโน้มกำไรฟื้นตัวต่อเนื่อง
ซึ่งหลังจากนี้ผลประกอบการของ MAKRO มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ตามภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว หลังสถานการณ์ Covid-19 เริ่มคลี่คลาย และการควบรวมธุรกิจกับ Lotus’s ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพในการขายสินค้า และมีรายได้ค่าเช่าจากธุรกิจบริหารพื้นที่เช่าภายในศูนย์การค้าของ Lotus’s โดยนักวิเคราะห์จากบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า ในไตรมาส 1/65 คาดจะเห็นการเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิมเป็นบวกมากขึ้น ในเดือนม.ค. 2565 ยอดขายจากสาขาเดิมของ MAKRO เป็นบวก 2 หลัก ซึ่งสะท้อนไปยัง Lotus’s ว่าจะมีโอกาสที่ยอดขายจากสาขาเดิมจะเป็นบวกไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนหนึ่งมาจากมาตรการผ่อนคลายของภาครัฐที่ต่อเนื่องประกอบกับมาตรการช้อปดีมีคืน ซึ่งเป็นส่วนช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ ขณะเดียวกันการเปลี่ยนโฉมใหม่ของ Lotus Go Fresh ทำให้การตอบรับของลูกค้าดีขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของสินค้าอาหารสด และการกำลังซื้อที่กลับมาของกลุ่มลูกค้าโรงแรม ร้านอาหาร และกลุ่มลูกค้าจากธุรกิจจัดเลี้ยง
ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าหลังสถานการณ์ระบาดของ Covid-19 เริ่มคลี่คลาย กำลังซื้อจะเริ่มกลับมาทั้งจากในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยประมาณการณ์กำไรปี 2565 และ 2566 ไว้ที่ 12,678 ล้านบาท และ 18,245 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 82% และ 44% ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม การรวมธุรกิจของ MAKRO และ Lotus’s ช่วยเพิ่มศักยภาพในการขายสินค้าโดยเฉพาะสินค้าอาหารสด และรายได้จากค่าเช่าจากธุรกิจบริหารพื้นที่เช่าในศูนย์การค้าของ Lotus’s โดยฝ่ายวิเคราะห์แนะนำ ซื้อ และประเมินมูลค่าพื้นฐานปี 2565 ที่ราคาเหมาะสม 55 บาท
ราคาหุ้นยัง underperform SET
ด้านนักวิเคราะห์จากบล.เคทีบีเอสที ระบุถึงราคาหุ้นว่า ในช่วง 3 เดือน และ 6 เดือน ราคาหุ้นของ MAKRO underperform SET อยู่ที่ 17 และ 2% ตามลำดับ จากผลกระทบของ Covid-19 ที่ทำให้การบริโภคลดลง ซึ่งฝ่ายวิเคราะห์ แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 48.00 บาท จากแนวโน้มไตรมาส 1/65 ที่เริ่มเห็นการฟื้นตัวต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิมที่เป็นบวก และอัตราการเช่าพื้นที่ที่ขยับขึ้นเข้าใกล้ช่วงก่อนเกิด Covid-19 นอกจากนี้ ฝ่ายวิเคราะห์บังคาดว่า MAKRO จะได้ประโยชน์จาก synergy ในการควบรวมกับ Lotus’s เต็มปี ภายใน 2566 ทั้งนี้ ประเมินกำไรจากการดำเนินงานหลักในปี 2564-2566 จะเติบโตเฉลี่ย 63%

