IRPC รับโชคหลังราคาน้ำมันดิบพุ่งเกิน 100 เหรียญ ลั่นปีนี้มีบันทึกกำไรสต็อกน้ำมัน เตรียมปิดซ่อมบำรุงโรงงานครั้งใหญ่ปลายปี
นางสาวกัญญามาส ฤทธิเดช ผู้จัดการฝ่ายการเงินและนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC เปิดเผยว่า จากกรณีที่เกิดเหตุการณ์สงครามระหว่างรัสเซีย กับยูเครนและส่งผลกระทบให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นเกิน 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จะมีผลกระทบต่อต้นทุนด้านการผลิตของบริษัทเพิ่มขึ้น ขณะที่ในธุรกิจปิโตรเคมีจะสามารถผลักภาระในด้านของต้นทุนการผลิตได้
ในขณะเดียวกันสาเหตุที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล อาจจะส่งผลให้บริษัทมีกำไรจากการบันทึกสต็อกน้ำมันเพราะในงวดสิ้นปี 64 ราคาน้ำมันดิบอยู่ในระดับ 70เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ในด้านของปิโตรเคมียังคงมีดีมานด์ที่ฟื้นตัวขึ้นก็ส่งผลดีต่อส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์เมื่อเทียบกับราคาขายให้ยังอยู่ในทิศทางที่ดี
สำหรับปริมาณขายในปีนี้ยังคงรักษาไว้ที่ระดับ 1.92 แสนบาร์เรลต่อวัน ถึงแม้ว่าในช่วงเดือนต.ค.จนถึงเดือนพ.ย.บริษัทจะต้องมีการปิดโรงงานเพื่อซ่อมบำรุงโรงกลั่นใหญ่
โดยในปีนี้บริษัทเตรียมเงินลงทุนไว้จำนวน 20,000 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นการลงทุนโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงกลั่นและคุณภาพน้ำมันดีเซล ยูโร 5 (Ultra Clean Fuel Project หรือ UCF) และโครงการที่ร่วมกับ PTT ในการผลิตผ้า Melt Blown ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักสำหรับผ้าชั้นกรองหน้ากากอนามัย (PPE) หน้ากาก N95 ชุดกาวน์และแผ่นกรองอากาศ
ขณะเดียวกันบริษัทเตรียมเงินลงทุนประมาณ 8,000-9,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการเตรียมลงทุนธุรกิจใหม่ที่กำลังศึกษา และเตรียมลงทุนซื้อกิจการเพื่อต่อยอดแผนธุรกิจของบริษัท
