หลังหมดหุ้นใหญ่ IPO ไทยน่าสนใจหรือเปล่า
ในช่วง 3 ปีนี้ (2562 – 2564 ) หุ้นไอพีโอของไทยถูกจับตาอย่างมาก ไม่ใช่แค่เพียงในประเทศไทยเท่านั้น แต่เป็นระดับโลก เพราะมีบริษัทขนาดใหญ่ทยอยเข้าจดทะเบียน เริ่มต้นด้วย AWC บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หุ้นโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ระดับโลกที่มีมูลค่าสินทรัพย์มากกว่า 1 แสนล้านบาท หรือ CRC บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ไม่นับรวมหุ้นที่เตรียมเทรดอย่าง SCGP บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ KEX บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และ OR บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)
แม้หุ้นใหญ่จะมีเข้ามาต่อเนื่อง แต่ในอนาคตก็มีความเสี่ยงที่จะไม่มีหุ้นใหญ่เข้าเทรดได้อีก แล้วตลาดหุ้นไทยจะเป็นอย่างไร IPO จะยังน่าสนใจหรือเปล่า เราจะมาหาคำตอบ
หุ้นใหญ่กำลังหมด?
คุณเล็ก สิขรวิทย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส หนึ่งใน IB มือทอง ผู้ฝากผลงานไว้กับหุ้นชื่อดัง อย่างการนำ M หรือบริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) สุกี้ระดับตำนาน หรือแม้กระทั่ง TKN หรือ บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ มาแล้ว บอกกับ Wealthy thai ว่า หุ้น IPO ใหญ่หลังจากนี้อาจไม่มีแล้ว
“หุ้นใหญ่ๆ หลังจากนี้ผมมองว่าน่าจะมีน้อยเต็มทีที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ เพราะอย่างที่เราทราบหลายบริษัทที่มีประวัติยาวนานก็ถูกชักชวนเข้ามาเทรดกันหมดแล้ว เราจะไปหาจากไหนเข้ามาเพิ่มได้อีก ดังนั้นผมมองว่า IPO หลังจากนี้จะเป็นหุ้นขนาดเล็กที่จะเข้าเทรด”
ผมมองว่าหลังจากนี้จะเป็นหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กที่จะเข้ามาในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งในมุมมองของที่ปรึกษาทางการเงิน เรามองว่าหุ้นกลางและหุ้นเล็กใช้เวลาปั้นนานมากกว่าบริษัทขนาดใหญ่ จากเมื่อก่อนที่เราใช้เวลาประมาณ 2-3 ปีในการเตรียมตัวนำ 1 บริษัทเข้าเทรด แต่ตอนนี้เราใช้เวลา 4- 5 ปีเลย เพราะบริษัทขนาดเล็กมีความพร้อมที่น้อย และต้องละเอียด ทุกปัจจัยมีผลกับการระดมทุนทั้งหมด ดังนั้นเราต้องรอบครอบและรอจังหวะที่เหมาะสมที่สุด
หุ้นต่างประเทศเป็นความหวัง
ส่วนนโยบายของตลาดหลักทรัพย์ หรือทางการที่ต้องการนำบริษัทในต่างประเทศเข้ามาจดทะเบียนนั้น ผมมองว่ามีโอกาสจะเกิดขึ้นได้ คือในกลุ่ม CLM คือ กัมพูชา เมียนมา และลาว ผมมองว่า เวียดนามเขาไม่สนใจที่จะเข้ามาจดทะเบียน ซึ่งในกลุ่ม CLM ก็อาจมีหลายบริษัทที่สนใจเข้ามาจดทะเบียน แต่คำถามที่เราต้องตอบให้ได้ คือว่า เขารู้จักตลาดหุ้นมากพอไหม
ที่ผ่านมาเราเคยมีความสนใจจะนำบริษัทจากประเทศจีนเข้ามาจดทะเบียน ตอนนั้นมีคนสนใจเข้ามาจดทะเบียนในไทยจำนวนมาก แต่ทางการก็กังวลปัญหาด้านธรรมภิบาลจึงหยุดไป แต่ประเทศจีนในยุคนี้อาจต้องคิดใหม่ จีนยุคนี้คือ จีนใส่สูท ดังนั้นอาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจก็ได้
สตาร์ทอัพไทยคือความหวัง
สิ่งที่น่าสนใจของ IPO ไทยหลังงจากนี้นั้นมีมากเลย ที่ผ่านมาเราพึ่งพากับบริษัทที่อยู่ในธุรกิจเดิมในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มีธุรกิจใหม่ๆ จำนวนน้อยเหลือเกิน สิ่งที่จะฝากความหวังในอนาคตได้ ผมมองว่าคือ กลุ่มบริษัทสตาร์ทอัพต่างๆ ที่จะพัฒนาและมีขนาดใหญ่มากพอที่จะระดมทุนในตลาดหุ้นไทยได้ จุดนั้นคือความหวังของผม ส่วนทิศทางของ IPO ในปีหน้า ผมยังมองว่จะยังดีต่อเนื่อง บริษัทเราหวังว่าจะนำหุ้นประมาณ 5 บริษัทเข้าจดทะเบียน และมั่นใจว่าน่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนเช่นเดียวกับปีนี้ ที่ IPO ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับผู้ที่จองซื้อหุ้น
