BEC ใช้นโยบาย Single Content เดินหน้าเพิ่มเวลารายการยอดนิยม มั่นใจปีนี้การเติบโตแข็งแกร่ง
BEC เป็นอีกบริษัทที่น่าจับตา เพราะนอกจากผลประกอบการจะฟื้นตัวได้ดีแล้ว ยังมีรายการที่ได้รับความสนใจและสร้างเรตติ้งได้ล้นหลามอย่าง โหนกระแส ซึ่งปี 2565 ผู้บริหารมองว่าจะเป็นปีที่บริษัทเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ทั้งในด้านผลการดำเนินงาน และฐานะการเงิน
โดยนายพิริยดิส ชูพึ่งอาตม์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สำนักการเงินและการบัญชี บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BEC เปิดเผยในงาน Opportunity Day ว่า บริษัทคาดว่าปี 2565 ผลประกอบการจะเติบโตจากปีก่อนที่มีรายได้ 5,680.0 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 761.6 ล้านบาท จากการพัฒนาคอนเทนต์ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ชมโทรทัศน์ที่หลากหลาย รวมถึงทำให้คอนเทนต์สามารถสร้างรายได้จากดิจิทัลแพลตฟอร์มและการขายลิขสิทธิ์ไปต่างประเทศได้ โดยบริษัทยังคงใช้กลยุทธ์ Single Content - Multiple Platforms ต่อเนื่องจากปี 2564
“เราจะใช้กลยุทธ์ Single Content การผลิตละครครั้งเดียวและกระจายไปยังแพลตฟอร์มดิจิทัล รวมถึงต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังเพิ่มช่องทางสร้างรายได้จากการขยายไปยังธุรกิจดนตรีและภาพยนตร์ ขณะเดียวกันก็ขยายงานด้านโปรดักชั่นเพื่อเพิ่มความสามารถในการผลิตและควบคุมต้นทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น”
โดยสิ้นปี 2564 สัดส่วนรายได้ส่วนใหญ่ของบริษัทยังมาจากละครราว 57% ข่าว 27% และส่วนที่เหลือ 14% เป็นรายได้ที่มาจากกลุ่มอื่นๆ และเพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดและขยายฐานผู้ชมใหม่ บริษัทจะมุ่งพัฒนาคอนเทนต์ละครในช่วง Prime-Time ให้มากขึ้น และสร้างรายได้ในช่วง Non-Prime Time จากรายการข่าว และรายการวาไรตี้ รวมถึงสร้างความแข็งแกร่งให้กับรายการสุดสัปดาห์
ทั้งนี้ รายการข่าวของบริษัทได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะรายการโหนกระแส ซึ่งบริษัทจะมีได้รายในส่วนของค่าโฆษณา ซึ่งหลังจากนี้จะมีการปรับปรุงเนื้อหารายการข่าวต่างๆ ให้ทันสมัยและทันเหตุการณ์ รวมถึงเพิ่มเวลาออกอากาศสำหรับรายการที่ได้รับความนิยมมากขึ้น
สำหรับความแข็งแกร่งทางการเงิน ปัจจุบันบริษัทมีเงินสดในมือราว 4,700 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอต่อการใช้จ่ายสำหรับไถ่ถอนหุ้นกู้ของบริษัทซึ่งจะครบกำหนดในปีนี้จำนวน 3,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทมีแผนจะใช้เงินสดประมาณ 1,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 2,000 ล้านบาท จะเป็นการรีไฟแนนซ์ คาดจะเกิดขึ้นในเดือนพ.ค. นี้
ส่วนความสามารถในการปันผล ปัจจุบันบริษัทมีความสามารถในการจ่ายปันผล แต่จะเป็นจำนวนเท่าไหร่นั้นต้องประเมินนโยบายของบริษัทควบคู่ไปกับแผนการลงทุนอีกครั้ง
