Exclusive CV เปิดแผนปี 65 รายได้จะเติบโตแบบก้าวกระโดด

อีกหนึ่งหุ้นโรงไฟฟ้าที่น่าจับตาอย่าง บริษัท โคลเวอร์ เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CV ผู้พัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนขนาดเล็ก โดยได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2564 ล่าสุดรายงานผลประกอบการงวดปี 2564 ออกมาเติบโตอย่างโดดเด่นอีกด้วย


โดยรายงานกำไรสุทธิ 147.17 ล้านบาท เติบโต 54.8% จากปีก่อนที่ทำได้ 95.04 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทได้รับแรงสนันสนุนจากปัจจัยบวกจากการบริหารต้นทุนเชื้อเพลิงที่มีประสิทธิภาพ ทำให้อัตราทำกำไรขั้นต้นในกลุ่มธุรกิจโรงไฟฟ้าปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 22% รวมถึงการรับรู้รายได้จากธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว จำนวน 5 โครงการ ที่สามารถสร้างรายได้จากการเดินเครื่องผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าได้เต็มประสิทธิภาพ ปัจจุบันมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมทั้งสิ้น 33.56 เมกะวัตต์


จากการเติบโตดังกล่าวถือว่ามีความโดดเด่นอย่างมาก แล้วแผนงานปี 2565 จะเป็นอย่างไร? จะมีความน่าสนใจแค่ไหน? Wealthy Thai จะพานักลงทุนไปพูดคุยกับนาย ธีรภัทร์ เพ็ชรโปรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน บริษัท โคลเวอร์ เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CV  


นาย ธีรภัทร์ เล่าว่า ในปี 2565 คาดว่าจะเห็นการเติบโตของรายได้แบบก้าวกระโดด โดยเบื้องต้นคาดโตใกล้เคียงระดับ 100% เมื่อเทียบกับปี 2564 ที่มีรายได้ประมาณ 1,735.87  ล้านบาท ซึ่งได้รับแรงหนุนจากธุรกิจของบริษัทที่มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง


ทั้งนี้หากไล่เรียงในแต่ธุรกิจของบริษัทในปี 2565 โดยในส่วนของโรงไฟฟ้าคาดว่ารายได้จะเติบโต 6% จากปีก่อน แต่ในส่วนของอัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจโรงไฟฟ้าในปีนี้จะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น เนื่องจาก บริษัทได้มีการปรับปรุงกระบวนการผลิต ซึ่งส่งผลดีต่ออัตรากำไรขั้นต้น ทั้งนี้สิ้นปี  2564 มีกำลังการผลิตรวมอยู่ที่ 33.56 เมกะวัตต์


โดยในช่วงปลายปีนี้คาดว่าจะเริ่มการก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่ประเทศญี่ปุ่นราว 20 เมกะวัตต์ 1 โปรเจค ส่วนอีกขนาด 60 เมกะวัตต์ยังคงต้องรอการประมูล ขณะที่โรงไฟฟ้าชุมชนที่บริษัทชนะการประมูลจำนวน 3 โครงการ กำลังผลิตติดตั้ง 19.8 เมกะวัตต์ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการในช่วงปีนี้เช่นกัน


“ตอนนี้ที่เราแพลนไว้สำหรับโรงไฟฟ้าน่าจะเป็นโรงไฟฟ้าชุมชน และที่ญี่ปุ่นที่อยากให้ขึ้นในปีนี้ เพื่อให้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ทันช่วงปลายปี หรือต้นปี 67 โดยโครงการในญี่ปุ่นเราอยากเริ่มโปรเจค 20 เมกะวัตต์ก่อนตามความถนัดของบริษัท ที่สามารถบริหารจัดการได้ดี อย่างไรก็ตามธุรกิจโรงไฟฟ้าในปีนี้แม้อัตราการเติบโตของรายได้ไม่หวือหวา แต่ในส่วนของอัตรากำไรขั้นต้นคาดจะปรับตัวได้ดีมากขึ้นในปี 2565


ด้านประเด็นราคาก๊าซที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก ถือว่ามีผลโดยตรงกับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติ ที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งรวม 7.4 เมกะวัตต์ แต่โรงไฟฟ้าดังกล่าวไม่ได้มีขนาดที่ใหญ่ ประกอบกับการผลิตมีการดำเนินการแค่ช่วงพีค กล่าวคือ มีการเดินเครื่องผลิตวันละ 12-13 ชม. 5 วันเท่านั้น จึงไม่มีผลกระทบต่อ CV อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากโรงไฟฟ้าที่สร้างกำไรในระดับสูงของ CV คือ โรงไฟฟ้าชีวมวล (Biomass)


สำหรับในกลุ่มของโรงไฟฟ้าบริษัทจะมุ่งเน้นในเรื่องของปรับปรุงกระบวนการผลิต การเตรียมความพร้อม รวมทั้งการบริหารเชื้อเพลิง ทั้งในเรื่องของโกดัง และน้ำ ทำให้มีปริมาณน้ำเพียงพอต่อการดำเนินการผลิต ส่วนเชื้อเพลิงอยู่ระหว่างก่อสร้างโกดัง คาดว่าจะแล้วเสร็จช่วงไตรมาส 1-2/65 ทำให้สามารถบริหารจัดการวัตถุดิบได้


ส่วนในเรื่องของการเข้าซื้อโรงไฟฟ้าใหม่ๆ บริษัทมีความพร้อม เพียงแต่ CV ถือว่ามีขนาดค่อนข้างเล็ก เพราะฉะนั้นจึงอยากได้โครงการที่มีความคุ้มค่ากับเงินลงทุนที่ต้องใช้ หากมีโครงการที่น่าสนใจบริษัทก็พร้อมจะเจรจา แต่อย่างไรก็ตามปัจุบันบริษัทยังมุ่งเน้นการมองหาโปรเจค การก่อสร้างโรงไฟฟ้าเอง โดยบริษัทมีทีม EPC ที่สามารถบริหารจัดการการก่อสร้างได้ดี


ขณะที่กลุ่มธุรกิจด้านงานวิศวกรรม (EPC) ในปี 2565 คาดว่าจะเติบโตอย่างโดดเด่นจากปีก่อน เนื่องจาก ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่างานในมือรวม 1,538.86 ล้านบาท แบ่งเป็น 1. โครงการโรงไฟฟ้า 93.20 ล้านบาท 2. โครงการกลุ่ม General Construction 1,439.60 ล้านบาท  และ3. โครงการกลุ่ม Conservation จำนวน 6.06 ล้านบาท โดยในส่วนของกลุ่มโครงการโรงไฟฟ้า และ โครงการกลุ่ม General Construction จะให้อัตรากำไรขั้นต้นที่ใกล้เคียงกันที่ระดับ 13-15% ขณะที่กลุ่ม Conservation ให้อัตรากำไรขั้นต้นค่อนข้างดี


ทั้งนี้กลุ่มธุรกิจก่อสร้างทั่วไป (General construction) บริษัทได้เริ่มดำเนินการในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ในปีนี้จะเริ่มดำเนินงานแบบเต็มปี โดยเฉพาะงานใหม่ๆที่เริ่มเข้าไปประมูล ดังนั้นคาดว่าจะเริ่มรับรู้ดีที่สุดในช่วงครึ่งหลังของปีนี้


ขณะที่สาเหตุที่บริษัทขยายธุรกิจไปสู่ธุรกิจก่อสร้างทั่วไปนั้น เนื่องจากในแง่ของการก่อสร้างโรงไฟฟ้าในปีนี้ที่เป็นโปรเจคขนาดใหญ่ที่บริษัทรับจ้างอยู่ใกล้จะแล้วเสร็จ ทำให้กำลังทางด้านบุคคลกรเหลืออยู่ รวมทั้งการประมูลโรงไฟฟ้าใหม่ก็ยังต้องรอเวลา จึงเป็นช่วงที่ทางกลุ่มวิศวะฯ มีทรัพยากรเหลือ ส่งผลให้บริษัทขยายไปสู่ธุรกิจก่อสร้างทั่วไป แต่อย่างไรก็ตามงานที่บริษัทมุ่งเน้นนั้น จะเป็นโครงการของภาครัฐเป็นหลัก โดยเป็นการรับงานผ่านพันธมิตร


“ตอนนี้งาน EPC เราอยู่ระหว่างประมูลรับงานใหม่ 2 งาน คาดว่าจะเห็นผลการประมูลภายในเดือนมี.ค.นี้”


ด้านกลุ่มธุรกิจเชื้อเพลิง ได้มีการจำหน่าย Wood Pellets ที่ประเทศเวียดนาม ส่งไปยังประเทศเกาหลีและญี่ปุ่น โดยในไตรมาส 1/65 มีออเดอร์ราว 100 ล้านบาท หลังจากนั้นมองว่าออเดอร์จะคงที่แล้ว ซึ่งวางเป้ารายได้ในปีนี้เบื้องต้นจะอยู่ที่ระดับประมาณ 800 ล้านบาท


ในแง่ของราคาหุ้นตั้งแต่เข้าซื้อขายใน SET ถือว่าอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าราคาไอพีโอนั้น นาย ธีรภัทร์ บอกว่า ด้วยความที่ธุรกิจหลักส่วนหนึ่งเป็นโรงไฟฟ้า และไม่ใช่โครงการขนาดใหญ่ หรือเงินลงทุนในระดับสูง จึงมองว่าอาจจะต้องใช้เวลาสักระยะ ทั้งในเรื่องของการก่อสร้าง และโปรเจคใหม่ๆ แต่ยังเชื่อว่า ด้วยประเด็นที่บริษัทดำเนินการเอง อัตราผลตอบแทนของการลงทุน (IRR) จึงถือว่าค่อนข้างดี ระดับ 13% แต่หากเป็นโครงการที่ญี่ปุ่นคาดหวังไว้ที่ระดับ 20%ประกอบกับการมองหาธุรกิจใหม่ๆอย่างเช่น ธุรกิจเชื้อเพลิง ดังกล่าวที่คาดจะเห็นผลในปีนี้ พร้อมยืนยันว่าผู้ถือหุ้นใหญ่ยังอยู่ครบ


“เรายังทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีการเติบโตในทุกมุมที่คิดว่า CV มีจุดแข็ง และพยายามใช้จุดแข็งเพื่อต่อยอดธุรกิจ รวมถึงการมองธุรกิจใหม่ๆ ประกอบกับเทรนด์ของธุรกิจในอนาคตทาง CV ยังมาถูกทาง ก็คือเน้นในเรื่องของ green energy รวมทั้ง Carbon Neutral ซึ่งอาจจะไม่เห็นผลมากนักในปีนี้ แต่เชื่อว่าอีก 3-4 ปี น่าจะเห็นความสำคัญในเรื่องของ Carbon Neutral ในประเทศไทย ซึ่งหากเราเตรียมการเอาไว้พร้อม ณ วันนั้น เราน่าจะได้ประโยชน์จากเรื่องพวกนี้ค่อนข้างเยอะ อย่างไรก็ตามในปีนี้เราจะเห็นการเติบโตของรายได้ที่ค่อนข้างดี เพียงแต่ราคาหุ้นที่ไม่ตอบสนองผลการดำเนินงาน อาจจะเป็นเรื่องของจังหวะการลงทุน และจังหวะของตลาดด้วยเช่น” นายธีรภัทร์ กล่าว



This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”

Most Viewed
Stock of the Day
GUNKUL เซ็น PPA ใหม่ คว้าโรงไฟฟ้า 3 โครงการ หนุนพอร์ตพลังงานสีเขียวโตต่อ ดันกำลังผลิตรวมพุ่งแตะ 2,121 MW
Updated 1 day ago
Stock of the Day
เปิดโผหุ้นรับอานิสงส์ 4 ยักษ์ใหญ่จีนลงทุนไทย อัดงบ 7 หมื่นล้าน ลุย EV-AI นิคม ยานยนต์ ชิ้นส่วน พลังงานเด่น
Updated 1 day ago
Fun of Funds
มองครึ่งปีหลัง “สินทรัพย์เสี่ยง” ยังน่าสนใจ แต่ต้องเลือก... มองบวก “หุ้นไทย” ให้เป้าปีนี้ 1,630 – 1,660 จุด !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
ประเทศไทย จาก “Sick Man of Asia” สู่ศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทาน AI ดาวรุ่ง? Bloomberg ชี้โอกาสรับย้ายฐานผลิต หนุนไทยขึ้นแท่นฐานลงทุนโลก
Updated 1 day ago
Stock of the Day
แบงก์กลาง-เล็กกำไรแกร่ง TTB-KKP เซอร์ไพรส์ตลาด โบรกฯ มองงบกลุ่มอาจดีกว่าคาด แนะสะสมหุ้นเด่น KBANK-KTB
Updated 10 hours ago
Follow Us