สรุป! เหตุการณ์จีนประกาศล็อกดาวน์ กระทบหุ้นกลุ่มอะไรบ้าง ทำไมหุ้นตัวนี้ถึงน่าสนใจ ?
จำนวนผู้ติดเชื้อ Covid-19 ในจีนยังพุ่งสูงต่อเนื่อง โดยมีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 5,000 รายต่อวันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่พ้นจากการระบาดรอบแรก ส่งผลให้จีนที่ปัจจุบันยึดนโยบาย COVID-19 เป็นศูนย์ ต้องประกาศล็อกดาวน์หลายพื้นที่ ได้แก่ เซินเจิ้น ฉางชุน จี๋หลิน และหลางฟาง เพื่อปูพรมตรวจหาเชื้อและสกัดกั้นระบาดไม่ให้ลุกลาม ซึ่งการล็อกดาวน์ดังกล่าวแม้เป็นเพียงระยะสั้นแต่สร้างความกังวลว่าอาจจะกระทบต่อเศรษฐกิจและซัพพลายเชนโลก โดยเฉพาะเซินเจิ้นซึ่งเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก
โดยนักวิเคราะห์จากบล.เอเซีย พลัส ระบุว่า สถานการณ์การล็อคดาวน์และปิดโรงงานชั่วคราวราว 1 -2 สัปดาห์ในเมืองเซิ้นเจิ้น ฉางชุน จี๋หลิน หลางฟาง ในประเทศจีนนั้น ประเมินว่าจะกระทบกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในไทยจำกัด เพราะประเมินว่าผู้ประกอบการชิ้นส่วนฯ ไทยมีซัพพลายเออร์สำหรับจัดหาวัตถุชิ้นส่วนฯ จากโรงงานในเมืองอื่นของจีน และจากต่างประเทศอีกหลายรายทดแทนได้
อย่างไรก็ตาม หากในอนาคตสถานการณ์ Covid-19 ในจีนเลวร้ายลง จนต้องล็อกดาวน์หลายเมืองเพิ่มขึ้น จะกดดันแนวโน้มการผลิตและรายได้กลุ่มชิ้นส่วนฯ ไทยได้ โดยเรียงผลกระทบตามสัดส่วนรายได้ที่มาจากจีนของหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนฯ ไทย ได้ดังนี้ HANA 18% (มีโรงงานในเมืองเจียซิง ประเทศจีน), DELTA 14%, KCE 10% และ SVI 5%
โดยรวมแล้วฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่าปัจจัยดังกล่าวเป็นปัจจัยกดดันระยะสั้น โดยยังให้น้ำหนักความต้องการใช้ชิ้นส่วนฯ ที่เพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากขึ้น ดังนั้นจึงให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มชิ้นส่วนฯ “เท่าตลาด” โดยเลือก KCE เป็น top pick ของกลุ่มฯ และแนะนำลงทุนระยะกลางถึงยาว เนื่องจากให้น้ำหนักทิศทางกำไรจะกลับมาเติบโตอีกครั้งตั้งแต่ไตรมาส 2/65 เป็นต้นไป
โดย KCE ขยายกำลังการผลิตโรงงานลาดกะบังและอยุธยาล่าช้าออกไปราว 2 เดือน ซึ่งคาดว่าจะติดตั้งเสร็จในปลายก.พ. 65 โดยทิศทางกำไรสุทธิไตรมาส 1/65 จะ ทรงตัวสูงจากไตรมาส 4/64 เนื่องจากแนวโน้มรายได้รวมและประสิทธิภาพการทำกำไรจะทรงตัวจากงวดก่อน และคาดทิศทางกำไรจะฟื้นตัวในไตรมาส 2/65 และจะฟื้นตัวชัดเจนในงวดครึ่งหลังของปี หลังการขยายสายการผลิตใหม่เสร็จแล้ว
ทั้งนี้ คาดกำไรสุทธิปี 2565 จะเพิ่มขึ้น 45% จากปีก่อน จากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและอุตสาหกรรมยานยนต์โลก นอกจากนี้ ยังเน้นผลิตสินค้าประเภท HDI ที่มี margin สูงด้วย ด้านราคาหุ้นปรับฐานไปกว่า 30% ในรอบ 2 เดือน สะท้อนกังวลเกี่ยวกับการขยายกำลังการผลิตที่ล่าช้าไปมากแล้ว จนมี PER ปี 2565 ที่ 22 เท่า เทียบกับคาดการณ์อัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS growth) ปี 2565 ที่ 45% จึงยังแนะนำลงทุนระยะกลางถึงยาว ราคาเป้าหมาย 90 บาท
