CPALL – MAKRO สองหุ้นใหญ่กลุ่มค้าปลีก เตรียมเติบโตอย่างโดดเด่นในช่วงครึ่งปีหลัง
CPALL และ MAKRO เป็นสองหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มค้าปลีกที่คาดว่าปี 2565 ผลงานจะกลับมาเติบโตโดดเด่น ทั้งจากกำลังซื้อที่ปรับตัวดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวและสถานการณ์ Covid-19 ที่คลี่คลาย รวมถึงยังมีปัจจัยบวกเฉพาะตัวจากส่วนแบ่งทางการตลาดที่คาดจะปรับเพิ่มขึ้น และประโยชน์จากการ Synergy ระหว่างกัน ซึ่งผลบวกดังกล่าวจะเริ่มเห็นชัดเจนในช่วงครึ่งหลังของปี
โดยนักวิเคราะห์จากบล.บัวหลวง ระบุว่า กลับมาให้คำแนะนำหุ้น CPALL และ MAKRO เพราะมองว่านอกเหนือจากอานิสงค์จากการพื้นตัวของเศรษฐกิจแล้ว ทั้ง 2 บริษัท ยังสามารถสร้างส่วนแบ่งการตลาด (market share) เพิ่มขึ้นได้อย่างน้อยใน 2 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะประโยชน์จากการ Synergy ระหว่างกัน ขณะที่ปัจจัยเรื่องต้นทุนเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นมาในปีนี้ ทั้งคู่ต่างสามารถส่งผ่านไปยังราคาขายได้เป็นปกติ (ความสัมพันธ์ระหว่าง CPI และ SSSG สูง) และใช้เวลาราว 2-3 ไตรมาส บวกกับสถานการณ์ Covid-19 ที่จะทยอยคลี่คลายลง ดังนั้น จึงเชื่อว่าราคาหุ้นและการเติบโตของกลุ่มนี้จะตื่นเต้นมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 และทั้งคู่จะเป็นผู้นำในรอบนี้
CPALL ร้านสะดวกซื้อ 7-11 จะกลับมาเฉิดฉาย
สำหรับ CPALL ฝ่ายวิเคราะห์มั่นใจว่าการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งในปี 2565 ยังคงราบรื่นอยู่ ถึงแม้ว่าจะมีการระบาดของโอไมครอน แต่ร้านสะดวกซื้อ 7-11 ยังคงรายงานการเติบโตของยอดขายต่อสาขาเดิมที่ระดับเลขหนึ่งหลักนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน หลังจากที่ผ่านช่วงอ่อนแอเพราะผลกระทบของ Covid-19 ในปี 2563-2564 (รวมถึงการระบาดในศูนย์กลางการ กระจายสินค้า) โดยปี 2563-2564 การประกาศล็อกดาวน์และเคอร์ฟิวกดดันจำนวนลูกค้าจากที่เคยอยู่ที่ 1,200 รายต่อร้านค้าต่อวัน ก่อนการระบาดของ Covid-19 ลงมาเป็น 800-900 รายต่อร้านค้าต่อวัน ซึ่งมองว่าจำนวนลูกค้าเข้าร้านจะปรับตัวดีขึ้นในปีนี้ (บนมติฐานว่าจะไม่มีการล็อกดาวน์หรือข้อจำกัดที่เกี่ยวกับ Covid-19 อย่างมีนัยอีกครั้ง)
อย่างไรก็ตาม ตลาดมีความกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆที่ปรับตัวขึ้นแรง ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของค่าขนส่งและสินค้าของบริษัท โดยอาจจะส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของผู้ค้าปลีกได้ แต่ฝ่ายวิเคราะห์เชื่อว่าบริษัทจะสามารถหาทางบริหารจัดการที่ดีเพื่อผ่านสถานการณ์ที่เงินเอพุงขึ้นสูงเช่นนี้ได้ ในช่วงก่อนหน้านี้ที่อัตราเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น CPALL ได้พิสูจน์แล้วว่าบริษัทสามารถผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปในราคาสินค้าที่สูงขึ้นได้ บนสมมุติฐานที่ไม่มีการล็อกดาวน์อีกครั้งและการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวในประเทศเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งฝ่ายวิเคราะห์คาดบริษัทจะสามารถรายงานตัวเลขการเติบโตของยอดขายต่อสาขาเดิมที่ 5% และกำไรหลักที่เติบโต 57% ได้ในปี 2565
นอกจากการท่องเที่ยวที่จะกลับมาแล้ว (ซึ่งจะเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการร้าน 7-11) คาดว่าการบริหารจัดการแบบสินค้าเพื่อยอดขายที่สูงสุดต่อตารางเมตร และการขยายร้านค้าใหม่ (ทั้งในและต่างประเทศ) และการขยายตัวของยอดขายออนไลน์ที่รวดเร็วจะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโต โดยคาดจำนวนผู้ใช้บริการร้านสะดวกซื้อของ CPALL โดยเฉลี่ยจะฟื้นตัวมาอยู่ในระดับก่อน Covid-19 ได้ภายในปี 2567 ในขณะที่การเติบโตของยอดขายจะมีแรงหนุนมาจากจำนวนการใช้จ่ายต่อรายที่เพิ่มขึ้น (การบริหารจัดการสินค้าเชิงรุกที่เน้นเพิ่มประสิทธิภาพการขายต่อตารางเมตร) ร้านค้าใหม่ (ผู้บริหารตั้งเป้าที่จะเปิดสาขาใหม่ 700 สาขาต่อปี) และการเติบโตของธุรกิจออนไลน์ที่แข็งแกร่ง (ในปีนี้ CPALL ตั้งเป้าที่จะมียอดธุรกรรมออนไลน์เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวจาก 4.5 แสนธุรกรรมในปี 2564) ซึ่งฝ่ายวิเคราะห์คาดการเติบโตของยอดขายต่อสาขาเดิมจะอยู่ในช่วง 5-6% และคาดอัตราการเติบโตสะสมเฉลี่ยของกำไรหลักปี 2565-2567 จะอยู่ที่ 36% ดังนั้นจึงกลับมากลับมาให้คำแนะนำ “ซื้อ” กับ CPALL ด้วยราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2565 อ้างอิงจากวิธีคิดลดกระแสเงินสดที่ 79 บาท
MAKRO + LOTUS จะครองตลาดค้าปลีกร้านขายของชำในระยะยาว
ส่วน MAKRO คาดว่าเครือข่ายสาขาหลักภายใต้แบรนด์ MAKRO จะรายงานการฟื้นตัวของอุปสงค์ที่แข็งแกร่งของกลุ่มลูกค้าธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และคาเฟ่ (สัดส่วนประมาณ 25-30% ของรายได้) และการเติบโตของยอดขายให้กับผู้ซื้อสินค้ากลุ่มที่ราคาถูกลง (ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้นจากราคาน้ำมันและอาหารที่สูงขึ้นอาจทำให้ผู้บริโภคต้องประหยัดการใช้จ่ายด้านอื่นมากขึ้นด้วยการมองหาสินค้าใกล้เคียงกันในราคาที่ถูกลง) จากการตรวจสอบของฝ่ายวิเคราะห์เห็นว่า อัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมของ MAKRO ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันยังปรับตัวขึ้นเล็กน้อย
ในทางตรงกันข้าม ยอดขายสาขาเดิมของ Lotus ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันปรับตัวลดลงเล็กน้อย เนื่องจากค่าขนส่งและค่าอาหารที่ปรับตัวสูงขึ้น ลูกค้าจึงมาซื้อของที่ Lotus ลดลง (ฐานลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มประชากรที่มีรายได้ปานกลางถึงต่ำ) อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง และการเติบโตของรายได้เกษตรกรที่แข็งแกร่ง (เกินครึ่งของพื้นที่ขายของ Lotus อยู่ในต่างจังหวัด) น่าจะหนุนยอดขายปลีกและรายได้จากห้างสรรพสินค้าของ LOTUS ให้แข็งแกร่งขึ้นในครึ่งหลังของปี 2565 และในด้านต้นทุน การรีแบรนด์ของ Lotus จะเสร็จสิ้นในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ดังนั้นค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะปรับตัวลดลงอย่างมากในครึ่งหลังของปี ทั้งนี้ คาดว่า MAKRO จะรายงานกำไรต่อหุ้นปรับตัวลดลงอยู่ที่ 24% ในปี 2565 แต่ฝ่ายวิเคราะห์มองกำไรต่อหุ้นจะกลับมาโตเฉลี่ยต่อปีสูงถึง 40% ในปี 2566-2567
หลังการรวมกิจการของ Lotus คาดว่า MAKRO จะกลายเป็นผู้ค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ของไทยในทุกรูปแบบ ยกเว้นรูปแบบร้านสะดวกซื้อ (ซึ่งถูกขับเคลื่อนโดยเครือข่ายร้าน 7-Eleven ของ CPALL) แม้ว่าความชอบของผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนจากร้านค้าขนาดใหญ่เป็นรูปแบบที่เล็กลงและการซื้อออนไลน์ ฝ่ายวิเคราะห์เชื่อว่า MAKRO และ Lotus ซึ่งทั้งสองร้านเปิดร้านค้าขนาดเล็กๆ จะสามารถขยายและสร้างส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้น หนุนโดยการขนส่งที่รวดเร็วและเชื่อถือได้และการขายสินค้าที่ตรงความต้องการผู้บริโภคมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารสด ในปี 2564 ยอดขายออนไลน์คิดเป็น 11% ของยอดขายทั้งหมดของ Siam Makro และ 2% ของยอดขายทั้งหมดของ Lotus ผู้บริหารตั้งเป้าที่จะเพิ่มรายได้ออนไลน์เป็นสองเท่าภายในสองสามปีข้างหน้า ซึ่งการค้าปลีกออนไลน์จะเป็นตัวขับเคลื่อนรายได้ในอนาคต
ฝ่ายวิเคราะห์กลับมาให้คำแนะนำอีกครั้ง ด้วยคำแนะนำ ซื้อ ที่ราคาเป้าหมาย 48 บาท ด้วยวิธีการคิดลดกระแสเงินสดทำให้ราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2565 จะอยู่ที่ 48 บาท คิดเป็น PER ปี 2565 ที่ 50.6 เท่า ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีของ MAKRO ที่ 32.9 เท่า แม้ว่าฝ่ายวิเคราะห์คาดกำไรหลักต่อหุ้นปี 2565 จะลดลง 24% จากปีก่อน เนื่องจากจำนวนหุ้นที่เพิ่มสูงขึ้น (จากการแลกธุรกิจ Lotus และการเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไปในเดือนพ .ย. ปี 2564) และภาระหนี้ที่เกี่ยวข้องกับการเข้าซื้อกิจการของ Lotus แต่การคาดการณ์อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี ในปี 2566-2567 ของฝ่ายวิเคราะห์อยู่ที่ 40% โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของยอดขายกลุ่มลูกค้าธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และคาเฟ่ ของ MARKO (เกิดจากการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของการท่องเที่ยวภายในประเทศและการท่องเที่ยวขาเข้า) และหนุนโดยรายได้จากพื้นที่ค้าปลีกและพื้นที่ให้เช่าของ Lotus ที่เพิ่มขึ้น

