ZIGA ย้ำผู้ถือหุ้นใหญ่ยังอยู่ครบ ราคาหุ้นผันผวน “เรื่องปกติ” มองการขุด Bitcoin แค่จุดเริ่มต้น
นายศุภกิจ งามจิตรเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิก้า อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ZIGA เปิดเผยว่า จากประเด็นที่มีผู้ถือหุ้นใหญ่ทยอยขายหุ้นในช่วงที่ผ่านมา บริษัทขอชี้แจงว่าปัจจุบันครอบครัวยังถือหุ้น ZIGA ครบ อย่างไรก็ตามไม่ทราบว่าผู้ถือหุ้นที่เข้ามาลงทุนอาจจะมองเห็นการเปลี่ยนแปลงของบริษัท โดย ZIGA เองอยากให้นักลงทุนมองแบบนี้ว่า ธุรกิจเดิมของบริษัทก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากๆอยู่แล้ว การที่เพิ่มธุรกิจใหม่เข้ามาเป็น 2 ธุรกิจใน 1 บริษัท ทำให้ภาพของบริษัทมีความชัดเจนมากขึ้น
เพราะฉะนั้นนักลงทุนที่เข้ามาลงทุน บวกกับบริษัทไม่ได้มีขนาดใหญ่ ทำให้เกิดความผันผวนของราคา ประกอบกับบริษัทมหาชนมีการซื้อขายตามปกติ ทำให้บริษัทไม่สามารถควบคุมได้ โดยผู้บริหารมุ่งเน้นดำเนินธุรกิจเพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้น จึงไม่สามารถบอกในแง่ของประเด็นเรื่องหุ้นได้
ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทกำลังจะทรานฟอร์มไปสู่ธุรกิจ technology โดยจะมีธุรกิจที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ธุรกิจเดิมยังคงดำเนินการอยู่ โดยมองว่า ปี 2565 ธุรกิจเดิมจะเติบโต 15% เพราะฉะนั้นธุรกิจใหม่จะเป็นอีกธุรกิจที่เพิ่มมูลค่าให้บริษัทได้ และก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล พร้อมมองหาธุรกิจอื่นๆอยู่ตลอดเวลาที่สามารถตอบแทนผู้ถือหุ้นได้ ซึ่งธุรกิจเหมืองขุดบิตคอยน์ ถือเป็นก้าวแรกที่ทรานฟอร์มของบริษัท และ ZIGA ไม่ได้มองเพียงแค่ธุรกิจเหมืองขุดบิตคอยน์ แต่เป็นหนึ่งในองค์ประกอบของบริษัท
สำหรับธุรกิจเหมืองขุดบิตคอยน์ หากบริษัทสามารถระดมทุนได้อย่างต่อเนื่อง ก็จะทยอยลงทุนตามความเหมาะสม และตามความพร้อมของทีมงาน ซึ่งการลงทุนต้องดูความเหมาะสมในทุกมิติ โดยปัจจุบันบริษัทได้ติดตั้งเครื่องขุดบิตคอยน์ เป็น 400 เครื่องเรียบร้อยแล้ว เทียบกับปีก่อนที่มีเพียง 100 เครื่อง จึงมองว่าปี 2565 จะเห็นการเติบโตอย่างแน่นอน
“ปรัชญาของเรา คือ การเติบโตของบริษัทอย่างแท้จริง เราเป็นบริษัทมหาชน เราต้องรับผิดชอบต่อสาธารณะชน เรามีกฏระเบียบ มีขั้นตอนการตรวจสอบมีคณะกรรมการ มีทีมดูแลเรื่องความเสี่ยง ดังนั้นเราจึงใช้คำว่า อินโนเวชั่น ด้วยการมองหาธุรกิจใหม่ๆ ที่ไม่ยึดติดกับธุรกิจดั้งเดิม เราพร้อมที่จะทรานฟอร์มธุรกิจ โดยปีนี้จะเป็นปีที่เราจะมีก้าวย่างที่สำคัญ มี New S-curve ได้อย่างมั่นคง” นายศุภกิจ กล่าว
ขณะที่ประเด็นราคาบิตคอยน์ในปีนี้คาดว่าจะไซต์เวย์เคลื่อนไหวในระดับ 1,300,000-1,600,000 บาท และอีก 2 ปีจะ Halving ราคาน่าจะทำจุดนิวไฮใหม่เรื่อยๆ อย่างไรก็ตามเป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้น
