Official Update :

หุ้นเหมือง Bitcoin กำลังเจอแรงกดดัน เมื่อราคาค่าไฟฟ้ากำลังเป็นขาขึ้น

จากประเด็นค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ได้รับผลกระทบหลายภาคส่วนด้วย ไม่ว่าจะเป็น ภาคประชาชน หรือแม้กระทั่งภาคของธุรกิจ โดยครั้งนี้ Wealthy Thai จะพานักลงทุนมาหาคำตอบว่า เมื่อค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่องแบบนี้ จะกระทบต่อหุ้นที่ทำธุรกิจเหมืองขุดบิตคอยน์แค่ไหน


โดยนายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้บอกกับ Wealthy Thai ว่า ในเชิงทฤษฎีมีผลกระทบอยู่แล้ว เนื่องจาก ต้นทุนของการขุดเหมืองไม่ค่อยมีอะไร มีแค่การซื้อเครื่อง และค่าไฟฟ้า ดังนั้นค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจึงมีผลกระทบต่อธุรกิจเหมืองขุดบิตคอยน์


อย่างไรก็ตามธุรกิจเหมืองขุดบิตคอยน์ ความผันผวนจะอยู่ที่ราคาปลายทาง กล่าวคือ ราคาต้นทุนที่ทยอยปรับเพิ่มขึ้นดังกล่าวจากค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น แต่จุดสำคัญที่สุด คือ ปลายทาง อย่างโมเมนตัมของราคาเหรียญ BTC ที่ประเมินยาก ประกอบกับvaluation ของหุ้นในธุรกิจดังกล่าวแท้จริงแล้วควรจะเทรดที่ระดับเท่าไหร่


เพราะฉะนั้นความผันผวนของทั้งราคา BTC ที่ไม่สามารถประเมินได้ ประกอบกับ P/E ที่ไม่มีหุ้นเทียบเคียง ทำให้ราคาหุ้นกลุ่มนี้ซื้อขายในระดับสูง จึงไม่แนะนำลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวกับคริปโตเคอเรนซี่ โดยความเสี่ยงในระยะกลาง ด้วยสัญญาณของการขุด ประสิทธิภาพเครื่องขุดก็จะลงทุน ทำให้ต้องทดแทนเครื่องขุดใหม่ นอกจากนี้ยังมีรอบของ Halving ซึ่งหากผ่านรอบของ Halving ในทุกๆ 4 ปี การขุดจะได้ บิตคอยน์ ในจำนวนที่ลดลงต่ำกว่าครึ่งหนึ่ง เพราะฉะนั้นโมเมนตัม คือ ยิ่งปล่อยเวลานานไป ประสิทธิภาพการขุดก็จะดูแย่ลง การขุดได้เหรียญทุกๆรอบของการผ่าน Halving ก็จะลดลงครึ่งหนึ่งอีกด้วย ดังนั้นจะบอกว่าสิ่งเหล่านี้ คือความเสี่ยงของธุรกิจดังกล่าว จึงไม่แนะนำลงทุนหุ้นขุดบิตคอยน์ แต่หากอยากลงทุนจริงๆ ให้ไปเทรดดิ้ง BTC ในตลาดบ



ZIGA ชูเครื่องขุดเอาชนะค่าไฟฟ้า

ด้านนายศุภกิจ งามจิตรเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิก้า อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ZIGA  บอกว่า เครื่องขุดบิตคอยน์ที่บริษัทได้ลงทุนไป เป็นรุ่นที่มีความสามารถเอาชนะค่าไฟฟ้าได้ และเป็นเครื่องใหม่ทั้งหมด อย่างประเทศไทยเองจะมีช่วงของไฟฟ้าตก หรือกระชาก จึงต้องมีความรู้ความสามารถในการจัดการตรงนี้


ทั้งนี้มีหลายคนสงสัยกันว่าทำไมไม่ไปลงทุนในต่างประเทศที่ค่าไฟฟ้าถูกกว่า ทางบริษัทมองว่า ไฟฟ้าในประเทศไทยมีความมั่นคง มีเสถียรภาพมากกว่า อย่างเช่น บางประเทศ บางครั้งไฟฟ้าหายไปเลยก็มี ซึ่งค่าไฟฟ้าถูกก็จริง แต่เมื่อเทียบปริมาณลงทุน และเมื่อไฟฟ้าหายไปทั้งวัน ก็ไม่สามารถควบคุมอะไรได้เช่นกัน เนื่องจากไฟฟ้าต้นทางไม่เพียงพอ


สำหรับการบริหารจัดการเรื่องไฟฟ้า หากบริษัทลงทุนจนมีขนาดใหญ่ขึ้นนั้น มีการใช้ไฟฟ้ามากขึ้น มองว่าจะต้องมีการพูดคุยกับรัฐบาลว่า บริษัทต้องการการสนับสนุน เพราะบริษัทเป็นธุรกิจที่สร้างความมั่นคงให้แก่ประเทศ และเป็นธุรกิจที่มีการเสียภาษีอย่างถูกต้องและชัดเจน


“บางคนก็นำเสนอเรื่องของโชลาร์ แต่โชลาร์อยู่ได้แค่ 6-8 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งเหมืองมีการขุดตลอด 24 ชั่วโมง ดังนั้นช่วงกลางคืนเองก็ไม่คุ้มค่า” นายศุภกิจ กล่าว


สำหรับหุ้นที่ได้ประกาศข่าวออกมาว่ามีแผนขยายการลงทุนไปสู่ธุรกิจ เหมืองขุดบิตคอยน์ ประกอบด้วย ZIGA, CWT, AJA, JTS, ECF, COMAN, UPA, SCI, NRF และ MVP เป็นต้น

This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”