เทียบฟอร์ม 5 หุ้น ปั๊มน้ำมัน ต้อนรับน้องใหม่ OR เข้าตลาดฯ
การเดินหน้าเข้าตลาดหลักทรัพย์ของหุ้นไอพีโอขนาดใหญ่อย่าง บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR คงจะช่วยสร้างบรรยากาศการลงทุนของตลาดหุ้นไทยได้ไม่มากก็น้อย อย่างไรก็ตามการสร้างสีสันในตลาดหุ้นใหญ่อย่าง OR คงจะมีผลต่อดัชนีตลาดหุ้นไทยรวมถึงผลบวกต่อดัชนีในหุ้นกลุ่มพลังงาน และจะช่วยสร้างบรรยากาศการซื้อขายในหุ้นที่ประกอบธุรกิจให้บริการสถานีน้ำมัน ซึ่งเป็นลักษณะธุรกิจที่ใกล้เคียงกับ OR ไปด้วย
โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า(ประเทศไทย) จำกัด มองว่าการที่หุ้น OR จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยนั้น จะเป็นจุดดึงดูดความสนใจให้กับนักลงทุนสถาบัน และนักลงทุนรายย่อย ขณะเดียวกันคาดว่าหุ้นในกลุ่มที่ประกอบธุรกิจลักษณะเดียวกันกับ OR จะได้รับความสนใจและได้รับการเก็งกำไร หรืออาจจะมีการเปรียบเทียบความเหมาะสม Valuation ของหุ้นรายตัวที่ประกอบธุรกิจลักษณะนี้
ทั้งนี้เองทาง Wealthy Thai ได้รวบรวมกลุ่มหุ้นที่ประกอบธุรกิจในลักษณะใกล้เคียงกับ OR โดยพบว่ามีทั้งสิ้น 4 บริษัท ได้แก่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG,บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ESSO,บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ SUSCO และบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP
สำหรับสีสันการลงทุนที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ไปนั้น หากพูดถึงความคึกคักการซื้อขายของหุ้นในกลุ่มดังกล่าวคงจะหนีไม่พ้นหุ้น BCP ที่ขณะนี้นักวิเคราะห์มองว่าจะเป็นปีทองของ BCP เพราะเนื่องด้วยในตัวธุรกิจบริษัทเองได้รับประโยชน์จากยอดเติมน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ธุรกิจที่กำลังเป็นเทรนด์ของโลกอย่างแบตเตอรี่ลิเธียมไออ้อน BCP ก็ไม่น้อยหน้าด้วยการเป็นหนึ่งในเจ้าของเหมืองผลิตแร่ลิเธียมไออ้อน
ประกอบกับบริษัทลูกค้าอย่าง BCPG ที่ภายหลังจากการเพิ่มทุนเสร็จเรียบร้อยแล้วจากนี้ไปจะเดินหน้าลุยต่อยอดธุรกิจพลังงานไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่บริษัทหลานอย่างบริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) (BBGI) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนกับผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่ของประเทศอย่าง KSL ที่กำลังจะเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
ขณะที่หุ้น PTG ในช่วงที่ผ่านมาก็สรางความคึกคักไม่น้อยหน้า เพราะเริ่มขยายการลงทุนในธุรกิจที่นอกเหนือจากธุรกิจน้ำมันอย่างเช่นธุรกิจ Non oil ด้วยการขยายสถานีให้บริการเติมน้ำมัน ซึ่งช่วยให้มีรานสะดวกซื้อภายใต้แบรนด์ Max Mart เพิ่มมากขึ้น รวมถึงการขยายไปยังธุรกิจแก๊สหุงต้มในภาคครัวเรือน ซึ่งมีแผนที่จะเตรียมนำเข้าในตลาดหลักทรัพย์ในอนาคตด้วยเช่นกัน รวมถึงในปี 64 จะกอบโกยผลกำไรของการลงทุนในธุรกิจปาล์มคอมเพล็กซ์
ส่วนหุ้น SUSCO ในช่วงที่ผ่านมามีการจัดแถลงข่าวการดำเนินธุรกิจปี 64 โดยตั้งเป้ายอดขายเติบโต 20% จากการขยายสถานีบริการน้ำมันเพิ่มอีก 20 สถานี จากปัจจุบันมีจำนวน 242 สถานี และภายใน 3 ปี จะเปิดให้ครบ 300 สถานี ขณะเดียวกันการรุกธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจน้ำมัน (Non-Oil) ซึ่งจะเน้นมากขึ้นเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับสถานีบริการได้ครบวงจร โดยได้มีแผนการเพิ่มร้านสะดวกซื้อ Lawson 108 , เพิ่มร้านกาแฟ Starbucks และ ดิโอโร่ รวมไปถึงเพิ่มพันธมิตรร้านอาหาร และ ร้านฟาสต์ฟูดเพิ่มขึ้นด้วย เช่น KFC, Subway และ ร้านอาหารประเภทข้าวแกงอีกหลายแห่ง ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้มาอยู่ที่ 100 ล้านบาท ภายใน 3 ปี
ในด้านของการเปรียบเทียบราคานั้น ล่าสุด OR ได้ประกาศเคาะกรอบราคาเสนอขายหุ้นไอพีโอที่ 16-18 บาทต่อหุ้น ที่ราคาพาร์ 10 บาทต่อหุ้น โดยมี P/E ที่ 23-26 เท่า ขณะที่ PTG ปัจจุบันราคาหุ้นอยู่ที่ 16.80 บาทต่อหุ้น ที่ราคาพาร์ 1 บาทต่อหุ้น มี P/E ที่ 17.77 เท่า สำหรับ BCP ปัจจุบัน ราคาหุ้นอยู่ที่ 26.75 บาทต่อหุ้น และมี ราคาพาร์ที่ 1 บาทต่อหุ้น ด้าน SUSCO ราคาหุ้นปัจจุบันอยู่ที่ 2.90 บาท และมีราคาพาร์ที่ 1 บาท ซึ่งมี P/E ที่ 16.86 เท่า ส่วน ESSO ปัจจุบันราคาหุ้นอยู่ที่ 8.70 บาท ขณะที่ราคาพาร์อยู่ในระดับ 4.9338 บาทต่อหุ้น โดย ณ ราคาดังกล่าว BCP และ ESSO ไม่มี P/E เพราะเนื่องจากผลประกอการงวด 9 เดือนมีผลขาดทุนสุทธิ ดังนั้นเองเมื่อเปรียบเทียบราคากับค่า P/E แล้วนักลงทุนพอจะมองออกใช่มั้ยว่าจะซื้อหุ้นตัวไหนแล้วที่คุ้มค่ากับเงินลงทุน
ขณะเดียวกันเมื่อพูดถึงบริษัทที่ให้บริการสถานีน้ำมันแล้ว เราจะมาดูกันว่าแต่ละบริษัทมีสถานีบริการน้ำมันจำนวนกี่แห่ง โดยเริ่มจาก OR ซึ่งข้อมูลที่ระบุในไฟลิ่ง (แบบรายการแสดงข้อมูล) และในเว็บไซต์ของบริษัทระบุว่า OR มีจำนวนสถานีให้บริการน้ำมัน จำนวน 2,297 ล้านบาท ขณะที่ PTG ข้อมูลรายงานของบริษัทในการแถลงข่าว Opportunity Day : บริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน ที่ทางตลาดหลักทรัพย์จัดขึ้น พบว่ามีจำนวนสถานีให้บริการน้ำมันอยู่ที่ 2,078 แห่ง ส่วน BCP จากการค้นข้อมูลผ่านทางการนำเสนอในงานOpportunity Day พบว่ามีจำนวนสถานีบริการน้ำมันอยู่ที่ 1,223 แห่ง ส่วน SUSCO ผู้บริหารเปิดเผยในงานแถลงว่าปัจจุบันมีสถานีบริการน้ำมันอยู่ที่ 242 แห่ง ขณะที่ ESSO มีจำนวนสถานีให้บริการน้ำมัน จำนวน 702 แห่ง

